
‘บวรศักดิ์’ ชี้การแก้รัฐธรรมนูญจะระวังแต่หมวด 1-2 ไม่ได้ ชี้ในหมวดอื่นๆมีการกล่าวถึงการใช้พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ด้วย ยกตัวอย่าง หมวดครม.-ยุบสภา ต้องมีพระราชอำนาจกำกับ ก่อนบอกฝ่ายแก้ทั้งฉบับ เอาให้ชัดแก้อะไร ตรงไหนบ้างที่จะไม่กระทบพระราชอำนาจตามประเพณีการปกครอง
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 20 มกราคม 2569 นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีที่ผู้สื่อข่าวถามถึงการออกแบบคำถามการจัดทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 โดยไม่ได้มีการป้องกันการแก้หมวด 1 บททั่วไป (มาตรา 1-5) และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ (มาตรา 6-24) นั้น คนที่พูดแบบนี้แสดงว่า ไม่ได้อ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าไปดูคำวินิจฉัยแล้วจะทราบดีว่า ที่รัฐบาลตั้งคำถามไปนั้นเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ส่วนการล็อคไม่ให้แก้หมวด 1 และ 2 นายบวรศักดิ์กล่าวว่า ไม่พอ เพราะระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องไปอ่านอีกหลายหมวด เช่น หมวดคณะรัฐมนตรี รู้หรือไม่ว่าในรัฐธรรมนูญระบุให้เป็นพระราชอำนาจในการตราพระราชกำหนด พระราชอำนาจในการเห็นชอบกับสนธิสัญญา พระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกา พระราชอำนาจในการตั้งข้าราชการ ดังนั้น จะมาดูแต่หมวด 1-2 ไม่ได้ ต้องดูหมวดอื่นด้วย รวมถึงต้องดูหมวดที่ระบุถึงห้ามแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งระบุชัดเจนว่า ห้ามเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วย มีบอกชัดเจนว่า ข้อไหนคือการเปลี่ยนแปลง
“รัฐธรรมนูญที่แม้จะผ่านการทำประชามติมาแล้ว ถ้าพระมหากษัตริย์ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย ถือว่าตกไปเลยนะ เป็น Absolute veto (อำนาจยับยั้งเด็ดขาด) ซึ่งเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่สมัยพ.ศ. 2491 ที่มีสภาร่างรัฐธรรมนูญครั้งแรก ซึ่งต่อมาคือรัฐธรรมนูญฉบับปีพ.ศ. 2492 เขียนไว้ชัดว่า แม้จะผ่านสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านรัฐสภาแล้ว แต่ถ้าพระมหากษัตริย์ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้นก็เป็นอันตกไป รัฐธรรมนูญปีพ.ศ. 2540 ปีพ.ศ. 2549 ที่จัดทำรัฐธรรมนูญปีพ.ศ. 2550 และปีพ.ศ. 2557 ก็เขียนแบบนั้น เพราะฉะนั้น ถ้าใครไปเขียนว่า เมื่อพระมหากษัตริย์ทรงใช้พระราชอำนาจวีโต้แล้ว แต่รัฐสภายังยืนยันได้ ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขัดต่อประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตย เพราะถือว่าพระราชอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญนั้น พระมหากษัตริย์ทรงมีร่วมกับประชาชน จะดูแต่หมวด 1-2 ไม่ได้ หมวด 1 ว่าด้วยบททั่วไปมีเรื่องพระมหากษัตริย์เพียงมาตราเดียว หมวด 2 เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชอำนาจส่วนพระองค์ในการแต่งตั้งองคมนตรี การพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เป็นต้น แต่หมวดที่เป็นพระราชอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน อยู่ในหมวดคณะรัฐมนตรี อย่าไปคิดว่าหมวด 1-2 เท่านั้น มันต้องดูหมวดคณะรัฐมนตรีด้วย แม้กระทั่งพระราชอำนาจยุบสภาก็อยู่ในหมดสภาฯ เพราะนายกรัฐมนตรีไม่สามารถยุบสภาเองได้ ต้องกราบบังคมทูลถวายเป็นพระราชกฤษฎีกายุบสภาลงมา ก็เป็นพระราชอำนาจในการตราพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯ เป็นพระราชอำนาจในฐานะเป็นองค์ประมุข จะไปดูแต่หมวด 1-2 ไม่ได้” นายบวรศักดิ์กล่าว
ทั้งนี้ นายบวรศักดิ์ยังกล่าวด้วยว่า ฝั่งที่เสนอให้แก้รัฐธรรมนูญแบบไม่ให้ล็อกหมวด 1-2 ควรเเสดงเงื่อนไขในการแก้รัฐธรรมนูญทุกมาตราให้ชัดเจน พูดให้หมดว่าจะปรับอะไรบ้าง ไม่ปรับอะไรบ้าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นคำถามในการออกเสียงประชามติ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 68 มีมติเลือกใช้คำถามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ซึ่งเป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 และสอดคล้องกับมาตรา 9 วรรคสอง (2) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 โดยกำหนดคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่”

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา