
คกก.ตรวจสอบนโยบายใช้จ่ายเงินฯ กกต. ขอข้อมูล-เอกสารเพิ่มเติม 5 พรรคการเมือง พรรคประชาชน ถูกถาม หวยใบเสร็จ-เมกะโปรเจกต์ ไทยธรรม-ประชาไทย สวัสดิการบำนาญผู้สูงอายุ - 'แสวง' ยอมรับ ข้อสังเกตมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชน
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 22 มกราคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในประกาศโฆษณา ครั้งที่ 2 โดยนายแสวงได้กล่าวว่า ถือเป็นการนับถอยหลังแล้ว ก่อนจะถึงวันเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 ก.พ.69 และ เลือกตั้งใหญ่วันที่ 8 ก.พ.69 หรือ เหลือเวลาประมาณ 16 วัน และได้ให้ฝ่ายเลขานุการได้ชี้แจงในเรื่องที่คณะกรรมการตรวจสอบนโยบายใช้เงินฯได้ดำเนินการไปในการประชุมครั้งที่ผ่านมา
อ่านข่าวประกอบ : 'ประธานกกต.' ตั้ง คกก.ตรวจสอบนโยบายหาเสียงที่ต้องใช้เงิน – 'แสวง' นั่งหัวโต๊ะ
นายอภิวัฒน์ เริงทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักกิจการพรรคการเมือง ในฐานะเลขานุการ แจ้งระเบียบวาระการประชุมก่อนการประชุม ว่า ระเบียบวาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ได้มีหนังสือแจ้งไปยังพรรคการเมืองให้ชี้แจงข้อมูลและส่งเอกสารเพิ่มเติม จำนวน 5 พรรค ได้แก่ พรรคประชาชน พรรคประชาอาสาชาติ พรรคประชากรไทย พรรคประชาไทย พรรคไทยธรรม
นายอภิวัฒน์กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีพรรคที่ส่งผู้สมัคร สส. จำนวน 60 พรรคการเมือง แบ่งออกเป็น พรรคการเมืองที่ไม่มีนโยบายใช้จ่ายเงิน จำนวน 9 พรรคการเมือง และพรรคการเมืองที่มีนโยบายใช้จ่ายเงิน จำนวน 51 พรรคการเมือง พิจารณาพรคการเมืองที่มีนโยบายใช้จ่ายเงินไปแล้ว 5 พรรคการเมือง การประชุมของคณะกรรมการตรวจสอบฯ ในวันนี้ จะพิจารณา 23 พรรคการเมือง คงเหลือ 23 พรรคการเมือง
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับนโยบายที่ต้องชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมของพรรคการเมือง อาทิ พรรคประชาชน เช่น นโยบายหัวใบเสร็จ และนโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นที่ขนาดใหญ่ต่างๆ พรรคไทยธรรม เช่น นโยบายสวัสดิการเบี้ยบำนาญคนชราอายุ 60 ปี ขึ้นไป ที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ เดือนละ 4,000 บาท และพรรคประชาไทย เช่น นโยบายเพิ่มค่าตอบแทนผู้สูงอายุเดือนละ 3,000 บาท
@ ขีดเส้นตรวจสอบนโยบายใช้เงิน สิ้นเดือนม.ค.
นายแสวง ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองฯ ว่า หลังจากประชุมวันนี้แล้ว คณะกรรมการฯจะเหลือการพิจารณานโยบายของพรรคการเมืองอีก 17 พรรค คาดว่าจะเสร็จตามระยะคือ ภายในสิ้นเดือนมกราคมนี้ (30 ม.ค.69) ซึ่งจะมีข้อสังเกตและข้อเสนอของกกต. และจะเผยแพร่ให้กับประชาชนได้รับรับทราบ ทั้งส่วนที่เป็นนโยบายของพรรคและข้อสังเกตการณ์ของคณะกรรมการฯ ซึ่งได้ให้ข้อสังเกตกับทางคณะกรรมการฯ เขียนให้ประชาชนเข้าใจง่าย เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับวินัยการเงินการคลังของรัฐและหนี้สาธารณะมีความซับซ้อน โดยข้อสังเกตของคณะกรรมการฯ แต่ละพรรคจะมีความยาว 2 กระดาษ และมีข้อสังเกตภาพรวม หรือ บทสรุปของผู้บริหาร ให้พรรคการเมืองใช้เป็นแนวทางในการออกนโยบายในการเลือกตั้งต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นการพิจารณานโยบายของแต่ละพรรคว่า ทำได้หรือทำไม่ได้ใช่หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า มีทุกอย่าง เป็นโครงการที่ทำได้ แต่จะคุ้มค่าหรือมีความเสี่ยง หรือบางโครงการเป็นไปไม่ได้เลยก็มี
“เราไม่มีอำนาจในการยกเลิก เพียงแต่เป็นข้อสังเกตของคณะกรรมการตรวจสอบฯ และ ให้ คณะกรรมการ กกต.เห็นชอบ ก่อนมีการเผยแพร่”นายแสวงกล่าว
เมื่อถามว่าข้อสังเกตของ กกต. อาจจะไปมีส่วนในการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกพรรคใดพรรคหนึ่งแบบนี้จะเป็นเหมือนกกต. กลายเป็นผู้เล่นเอง นายแสวง กล่าวว่า ข้อสังเกตมีผลแน่นอน เพียงแต่เรารู้ว่าเราทำงานบนหลักการไหน
“ผมพยายามย้ำกับคณะกรรมการตรวจสอบฯ ว่า แต่ก่อนประชาชนอาจจะเลือกพรรคเพราะชอบ หรือ เพราะฟังนโยบาย ตอนหลังมาอาจจะเลือกเพราะข้อสังเกตของคณะกรรมการตรวจสอบฯ หรือพรรคการเมืองแต่ละฝ่ายอาจจะใช้ประโยชน์จากข้อสังเกตนี้ โดยขอให้ทำในหลักวิชา ซึ่งกรรมการตรวจสอบฯที่ได้เชิญมารู้เรื่องอย่างถ่องแท้ในเรื่องพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ เช่น กระทรวงการคลัง สภาพัฒน์ แบงก์ชาติ แต่จะไม่ลงลึกไปถึงนโยบายว่าดีหรือไม่ดี”นายแสวงกล่าว
เมื่อถามว่าถ้านโยบายขัดต่อกฎหมายวินัยการเงินการคลัง มีผลอย่างไรกับพรรคการเมือง นายแสวง กล่าวว่าคงไม่ขัด ตอนนี้แค่ตั้งข้อสังเกตว่าเหมาะหรือไม่เหมาะมากกว่า เป็นข้อสังเกต เราไม่ได้บอกว่าขัดหรือไม่ขัด


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา