
ศาลฎีกาฯพิพากษา ตัดสิทธิ ‘เตชสิทธิ์ ดนตรีรักษ์’ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 13 พรรคกล้าธรรม ชี้คุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์ เรียนในกรุงเทพฯไม่น้อยกว่า 5 ปีเป็นเวลาต่อเนื่องกัน
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งในคดีหมายเลขแดงที่ ลต สสข 4/2569 ซึ่งเป็นคดีระหว่าง นายเตชสิทธิ์ ดนตรีรักษ์ (ผู้ร้อง) กับ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 13 กรุงเทพมหานคร (ผู้คัดค้าน) ในประเด็นสิทธิสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง
คดีนี้สืบเนื่องจาก นายเตชสิทธิ์ ผู้ร้อง ได้ยื่นสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตที่ 13 กรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคกล้าธรรม แต่ปรากฏว่า ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขต (ผู้คัดค้าน) ไม่ประกาศรายชื่อเป็นผู้สมัคร โดยอ้างเหตุผลว่า ผู้ร้องขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 41 (4) (ค) ซึ่งกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับความผูกพันในพื้นที่จังหวัดที่ลงสมัคร
นายเตชสิทธิ์ ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา โดยโต้แย้งว่าตนเองมีคุณสมบัติครบถ้วน เนื่องจากได้เข้ารับการศึกษาที่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม (เขตจตุจักร กทม.) ทั้งในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท รวมเป็นระยะเวลาเกินกว่า 5 ปี จึงถือว่าเคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปีการศึกษาติดต่อกัน
จากการไต่สวนข้อเท็จจริง ศาลฎีกาพบข้อมูลระยะเวลาการศึกษาของผู้ร้อง ดังนี้
-
ระดับปริญญาตรี เข้าศึกษาเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2548 และสำเร็จการศึกษาเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2551
-
ระดับปริญญาโท เข้าศึกษาเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2561 และสำเร็จการศึกษาเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2562
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง วินิจฉัยข้อกฎหมายสำคัญ โดยระบุว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง ที่กำหนดคุณสมบัติความผูกพันกับพื้นที่ (เช่น มีชื่อในทะเบียนบ้าน, เกิดในจังหวัด หรือเคยศึกษาในจังหวัดติดต่อกัน 5 ปี) นั้น มุ่งหมายให้ผู้สมัครมีความเชื่อมโยงกับจังหวัดที่สมัครต่อเนื่องเพียงพอ ที่จะทำให้เข้าใจถึงอัตลักษณ์ สภาพท้องถิ่น และความต้องการของประชาชนในจังหวัดนั้นอย่างแท้จริง
สำหรับกรณีของนายเตชสิทธิ์ แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่าเคยศึกษาที่มหาวิทยาลัยศรีปทุม ทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโทรวมกันเกินกว่า 5 ปีการศึกษา แต่ระยะเวลาการศึกษาทั้งสองระดับ ‘ไม่ได้ติดต่อกัน’ โดยมีระยะห่างกันเกือบ 10 ปี
ศาลพิเคราะห์ว่า กรณีนี้ถือไม่ได้ว่าผู้ร้องเคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปีการศึกษาตามที่กฎหมายบัญญัติ อีกทั้งการที่ผู้ร้องระบุในใบสมัครว่าศึกษาติดต่อกัน 14 ปี (ระหว่างปี 2548-2562) นั้น เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผู้ร้องจึงเป็นผู้ขาดคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 97 (4) (ค) และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 41 (4) (ค) คำสั่งของผู้คัดค้านที่ไม่ประกาศรายชื่อผู้ร้องนั้นชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งให้ ยกคำร้อง


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา