
‘หมอยง’ เตือนไวรัสนิปาห์ระบาดอินเดีย อัตราตายสูง 50% กรมควบคุมโรคเกาะติดหลังพบป่วย 5 ราย ยันไทยยังไม่พบผู้ป่วย-สั่งคุมเข้ม กรมวิทย์ฯพร้อมตรวจรู้ผล 8 ชม.
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2569 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ให้ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ 'ไวรัสนิปาห์' ที่กำลังพบการระบาดในประเทศอินเดีย โดยระบุว่า โรคนิปาห์ไม่ใช่โรคใหม่ แต่เป็นโรคที่รู้จักกันมานาน โดยมีการระบาดครั้งแรกในปี 2541 ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คน
ศ.นพ.ยง ระบุว่า จากการศึกษาวิจัยการระบาดในครั้งนั้น พบความเชื่อมโยงกับภาวะเอลนีโญและความแห้งแล้ง รวมถึงการเผาป่าในสุมาตรา อินโดนีเซีย ส่งผลให้ค้างคาวบินหนีขึ้นทางทิศเหนือเข้ามายังมาเลเซีย โดยค้างคาวซึ่งเป็นพาหะได้กินผลไม้ และผลไม้นั้นหล่นลงในคอกหมู ทำให้หมูกินต่อจนเกิดการระบาดในหมูและเข้าสู่คน โดยเหตุเกิดที่ริมแม่น้ำ ‘สุไหง นิปาห์’ จึงเป็นที่มาของชื่อไวรัส
“ในการระบาดครั้งนั้นมีการฆ่าทำลายหมูมากกว่า 1 ล้านตัว โรคระบาดลงทางทิศใต้ของมาเลเซียเข้าสู่สิงคโปร์ แต่ไม่ได้ระบาดขึ้นเหนือเข้าสู่ไทย เนื่องจากพื้นที่ทางภาคเหนือของมาเลเซียและ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยมีประชากรมุสลิมอาศัยอยู่มาก ซึ่งไม่นิยมเลี้ยงหมู จึงเป็นแนวกันชนธรรมชาติ” ศ.นพ.ยง ระบุ
สำหรับสถานการณ์การระบาดล่าสุดในอินเดีย ศ.นพ.ยง ให้ความเห็นว่า การระบาดครั้งนี้เป็นกลุ่มก้อนมากกว่าครั้งก่อนๆ แม้โรคนี้จะติดต่อจากคนสู่คนได้ยากกว่าโรคอื่น โดยต้องสัมผัสสารคัดหลั่งโดยตรง แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ “อัตราการเสียชีวิตที่สูงถึงร้อยละ 40-50” เนื่องจากโรคดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดภาวะสมองอักเสบ และปัจจุบันยังไม่มียารักษาโดยตรง เป็นเพียงการรักษาตามอาการเท่านั้น
“อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตื่นตระหนก เพราะโรคนี้ยังไม่เคยพบในคนไทย การป้องกันที่ดีที่สุดคือลดความเสี่ยงจากสัตว์สู่คน ไม่สัมผัสสัตว์ป่า โดยเฉพาะค้างคาว และหลีกเลี่ยงการรับประทานผลไม้ที่มีรอยสัตว์แทะ ล้างผลไม้ให้สะอาดและปอกเปลือกก่อนบริโภค” ศ.นพ.ยง กล่าวย้ำ
ด้าน นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงสถานการณ์ในต่างประเทศว่า ล่าสุดพบผู้ป่วยยืนยันในอินเดียรวม 5 ราย (เพิ่มขึ้น 3 ราย) และทางการอินเดียกำลังติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกว่า 180 คน ในรัฐเวสต์เบงกอล ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคได้มอบหมายให้กองระบาดวิทยา ประสานข้อมูลกับองค์การอนามัยโลก (WHO) อย่างใกล้ชิด
“สำหรับประเทศไทย ได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังผู้เดินทาง ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ หากพบผู้ที่มีไข้สูงหรืออาการเข้าข่ายโรคนิปาห์ จะมีการคัดกรองและแยกกักเพื่อประเมินทันที โดยโรคนี้จัดเป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558” อธิบดีกรมควบคุมโรคระบุ
ขณะที่ นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเสริมถึงการป้องกันว่า ประชาชนควรยึดหลักสุขอนามัย ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่ หลีกเลี่ยงผลไม้ที่ตกตามพื้น และปรุงอาหารให้สุก หากมีประวัติเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงหรือเข้าป่า แล้วมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ซึม หรือชัก ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติทันที
ทางด้าน ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยืนยันความพร้อมทางห้องปฏิบัติการว่า สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข สามารถตรวจวินิจฉัยเชื้อไวรัสนิปาห์ด้วยวิธี Real-time RT-PCR ซึ่งมีความไวและความจำเพาะสูง โดยสามารถรายงานผลได้ภายใน 8 ชั่วโมงหลังได้รับตัวอย่าง (เลือด, น้ำไขสันหลัง, สารคัดหลั่ง)
“โรงพยาบาลทั่วประเทศหากพบผู้ป่วยสงสัยที่มีประวัติสัมผัสสัตว์หรือเดินทางจากพื้นที่ระบาด สามารถส่งตัวอย่างตรวจได้ที่ศูนย์ประสานงานตรวจวิเคราะห์และเฝ้าระวังโรคทางห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา :

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา