
‘ราชกิจจานุเบกษา’ แพร่ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน 2 ฉบับ สั่ง ‘นิติบุคคลรับอนุญาต’ เรียกให้ ‘ผู้ขอซื้อเงินตราต่างประเทศ’ แจ้งรายการ-ส่งเอกสารประกอบการทำธุรกรรมฯ พร้อมทั้งให้ ‘ผู้ค้าทอง’ ที่มีธุรกรรมตั้งแต่ 1 หมื่นล้านบาท/ปี ต้องรายงานข้อมูล ‘ธุรกรรมทองคำ’
..........................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 26 ม.ค.2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน 2 ฉบับ ได้แก่ ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 35) และประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 36) เพื่อลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท
โดยสาระสำคัญของประกาศฯ ฉบับที่ 35 สรุปได้ว่า ในการขอซื้อเงินตราต่างประเทศ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้ผู้ขอซื้อแจ้งรายการในการทำธุรกรรมฯ และให้ดำเนินการได้ตามมูลค่าการลงทุนหรือธุรกรรมแต่ละประเภท พร้อมทั้งกำหนดแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานและการรายงานการทำธุรกรรมเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ โดยต้องเก็บข้อมูลการลงทุนพร้อมเอกสารหลักฐานทั้งหมดไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี เพื่อให้เจ้าพนักงานตรวจสอบ
สำหรับประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 35) มีเนื้อหา ดังนี้ อาศัยอำนาจตามความในข้อ 20 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช 2485 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 5 แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และข้อ 11 แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เจ้าพนักงานออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิกความใน (1) ของวรรคหนึ่งของข้อ 10 ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(1) ยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศที่มีมูลค่าต่ำกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด”
ข้อ 2 ให้ยกเลิกความใน (1) ของวรรคหนึ่งของข้อ 20/4 ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(1) การขอซื้อเงินตราต่างประเทศ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้ผู้ขอซื้อแจ้งรายการในการทำธุรกรรมตามข้อ 44 และให้ดำเนินการได้ตามมูลค่าการลงทุนหรือธุรกรรมแต่ละประเภท ดังนี้
(ก) กรณีผู้ลงทุนขอซื้อ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนโดยผ่านตัวแทนการลงทุน หรือไม่ผ่านตัวแทนการลงทุน ให้เรียกหนังสือรับรองของผู้ลงทุน ซึ่งรับรองว่าผู้ลงทุนรับทราบและจะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนหรือธุรกรรมที่กำหนดไว้
(ข) กรณีบุคคลรายย่อยขอซื้อ ให้ถือปฏิบัติตามแต่ละกรณี ดังต่อไปนี้
1.ให้เรียกเอกสารหลักฐานประกอบการทำธุรกรรมในแต่ละกรณี ดังนี้
1.1 กรณีลงทุนโดยไม่ผ่านตัวแทนการลงทุน ให้เรียกหนังสือรับรองของบุคคลรายย่อย ซึ่งรับรองว่าบุคคลรายย่อยรับทราบ และจะปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนหรือธุรกรรมตามที่กำหนดไว้
1.2 กรณีลงทุนผ่านตัวแทนการลงทุน ให้เรียกหนังสือรับรองของตัวแทนการลงทุน ซึ่งรับรองว่าการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศดังกล่าว เป็นไปเพื่อการลงทุนหรือธุรกรรมตามที่กำหนดไว้โดยผ่านตัวแทนการลงทุน
2.กรณีชำระเงินให้แก่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ โดยไม่ผ่านตัวแทนการลงทุน ให้ดำเนินการได้เป็นจำนวนรวมไม่เกินปีละ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย”
“(ค) กรณีตัวแทนการลงทุนขอซื้อเงินเพื่อชำระเงินลงทุนหรือธุรกรรมแทนผู้ลงทุนหรือบุคคลรายย่อยที่ตนรับเป็นตัวแทน ให้เรียกเอกสารหลักฐานประกอบการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง”
ข้อ 3 ให้ยกเลิกความในข้อ 20/7 ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ 20/7 ในการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศตามลักษณะนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตถือปฏิบัติเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานและการรายงาน รวมถึงการดูแลผู้ขอทำธุรกรรม ดังต่อไปนี้
(1) ปฏิบัติเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานและการรายงานการทำธุรกรรมเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศตามที่กำหนดในข้อ 44 ข้อ 44/1 ข้อ 46 และข้อ 47
(2) ดูแลให้ผู้ลงทุน หรือตัวแทนการลงทุน ที่มาทำธุรกรรมจัดทำรายงานเกี่ยวกับการลงทุนหรือธุรกรรมทุกประเภทตามที่กำหนดในข้อ 20/3 ตามแบบและวิธีการที่เจ้าพนักงานกำหนดไว้ในเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือในระบบงานอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อส่งให้แก่เจ้าพนักงาน และต้องเก็บข้อมูลการลงทุนพร้อมเอกสารหลักฐานทั้งหมดไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี เพื่อให้เจ้าพนักงานตรวจสอบ
(3) ดูแลให้ผู้ลงทุน บุคคลรายย่อย หรือตัวแทนการลงทุน ดำเนินการในลักษณะที่ไม่เป็นการเก็งกำไรในอัตราแลกเปลี่ยน หรือประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือเกินกว่าขอบเขตที่ได้รับอนุญาต หรือเพื่อหลีกเลี่ยงการยื่นขออนุญาตการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศ”
ข้อ 4 ให้ยกเลิกความในข้อ (25) ของวรรคหนึ่งของข้อ 43 ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(25) ของนอกเหนือจากที่กำหนดใน (1) ถึง (24) ซึ่งนำเข้าหรือส่งออกแต่ละครั้งที่มีมูลค่าต่ำกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด”
ข้อ 5 หนังสืออนุญาตของเจ้าพนักงานที่ให้ดำเนินการใด ๆ อันเกี่ยวข้องกับหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดตามประกาศฉบับนี้และมีอยู่ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ให้ใช้บังคับต่อไป เว้นแต่ในกรณีที่หนังสืออนุญาตกำหนดเงื่อนไขที่มีขอบเขตน้อยกว่าที่กำหนดในประกาศฉบับนี้ ให้ใช้เงื่อนไขตามประกาศฉบับนี้แทน
ข้อ 6 ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ขณะที่สาระสำคัญของประกาศฯ ฉบับที่ 36 สรุปได้ว่า ในการซื้อหรือขายทองคำในประเทศและต่างประเทศ ให้ผู้ซื้อหรือขายทองคำที่มีการนำเข้าหรือส่งออกทองคำ และมีมูลค่ารวมของการซื้อขายทองคำในประเทศเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังตามปีปฏิทิน ตั้งแต่ 10,000 ล้านบาทต่อปี หรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด จะต้องรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทองคำ ตรวจสอบและดูแลให้การรายงานข้อมูลดังกล่าว เป็นไปโดยถูกต้องครบถ้วน รวมทั้งต้องเก็บข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทองคำไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปี เพื่อให้เจ้าพนักงานตรวจสอบเมื่อต้องการ
สำหรับประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 36) มีเนื้อหาดังนี้ อาศัยอำนาจตามความในข้อ 3 แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เจ้าพนักงานออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 47/4 ของภาค 9 การซื้อ ขายทองคำ ของประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2547
"ข้อ 47/4 การซื้อหรือขายทองคำในประเทศและต่างประเทศ ให้ผู้ซื้อหรือขายทองคำที่มีการนำเข้าหรือส่งออกทองคำ และมีมูลค่ารวมของการซื้อขายทองคำในประเทศเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังตามปีปฏิทิน ตั้งแต่ 10,000 ล้านบาทต่อปี หรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ถือปฏิบัติ ดังนี้
(1) รายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทองคำตามแบบ วิธีการ และกำหนดเวลาที่เจ้าพนักงานกำหนดไว้ในเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือในระบบงานอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารแห่งประเทศไทย เว้นแต่เจ้าพนักงานจะกำหนดให้ดำเนินการเป็นอย่างอื่น
นอกจากการรายงานข้อมูลตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นหรือเห็นสมควรเจ้าพนักงานอาจเรียกให้ผู้ซื้อหรือขายทองคำรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทองคำเพิ่มเติมตามแต่ละกรณีได้
(2) ตรวจสอบและดูแลให้การรายงานข้อมูลดังกล่าว เป็นไปโดยถูกต้องครบถ้วน รวมทั้งเก็บข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทองคำไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปี เพื่อให้เจ้าพนักงานตรวจสอบเมื่อต้องการ"
ข้อ 2 ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา