‘เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน 5 ภูมิภาค’ แถลงการณ์คัดค้านนโยบาย ‘สารพัดหวย’ ทุกพรรคการเมือง ชี้มอมเมา ‘คนไทย’ เสพติดการพนัน เผย 1 ใน 4 คนไทย ซื้อหวยแต่ละปีรวมกัน 2.5 แสนล้าน
....................................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน 5 ภูมิภาค นำโดยมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน เผยแพร่แถลงการณ์ประกาศจุดยืนเครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน 5 ภูมิภาค โดยระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับนโยบายสารพัดหวยของทุกพรรคการเมือง เรียกร้องนโยบายจูงใจที่สร้างสรรค์
ทั้งนี้ แถลงการณ์ฉบับดังกล่าว มีเนื้อหาว่า "จากการที่พรรคการเมืองจำนวนหนึ่ง ประกาศนโยบายหาเสียงโดย “หวย” เป็นกลยุทธสำคัญในการสร้างแรงจูงใจประชาชนเพื่อหวังผลบางประการ เช่น หวังให้เกิดการออมที่มากขึ้น หรือหวังให้เกิดการสมัครใจเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลของธุรกิจขนาดย่อม เป็นต้น
เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน 5 ภูมิภาค ขอประกาศจุดยืนไม่เห็นด้วยกับนโยบายสารพัดหวยของทุกพรรคการเมือง ด้วยเหตุผลต่อไปนี้
1.หวยเป็นการพนัน ไม่ว่าจะหวยรัฐ (สลากกินแบ่งรัฐบาล) หรือหวยใต้ดิน รวมทั้งหวยอื่นๆ จัดเป็นการพนันตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 ระบุในบัญชี ข. รายการที่ 16
2.คนไทยเสียเงินปริมาณมากไปกับหวยในแต่ละปี ธนาคารทหารไทยเคยศึกษาพฤติกรรมการซื้อหวยของคนไทย พบว่า 1 ใน 4 ของคนไทยซื้อหวย (ทั้งหวยราษฏร์และหวยรัฐ) รวมเป็นจำนวนเงินกว่า 2.5 แสนล้านบาทต่อปี เทียบเป็น 3 เท่าของมูลค่าการซื้อกองทุน LTF และ RMF หรือเทียบได้กับเงินลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา)
3.หวยเป็นการพนันที่มอมเมาคนไทยมากที่สุด ในปี 2566 คนไทย 27.5 ล้านคน ซื้อหวยรัฐ 22 ล้านคน ซื้อหวยใต้ดิน เป็นจำนวนคนที่สูงกว่าพนันไพ่ พนันออนไลน์ และพนันฟุตบอลถึง 5 เท่า ขณะที่ทุกๆ ปีจะมีคนไทยเป็นลูกค้าหวยหน้าใหม่เพิ่มขึ้นถึงปีละกว่า 4 แสนคน
4.เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ อันเป็นประชากรกลุ่มเปราะบางเป็นเหยื่อของหวยจำนวนมาก ปี 2566 เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีมากกว่า 5 แสนคนซื้อหวย (4 แสนคนซื้อสลากกินแบ่ง 1.7 แสนซื้อหวยใต้ดิน) ส่วนเยาวชนอายุ 19-25 ปี เกือบ 4 ล้านคน เล่นหวย (2.1 ล้านคนซื้อสลากฯ 1.7 ล้านคนซื้อหวยใต้ดิน) ขณะที่ผู้สูงอายุ 6.7 ล้านคนยังคงวนเวียนอยู่กับหวย (3.7 ล้านคนซื้อสลากฯ 3 ล้านคนซื้อหวยใต้ดิน)
5.ยิ่งเพิ่มหวยรัฐ หวยบริวารยิ่งเติบโตตาม 12 ปีที่ผ่านมา มีการพิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาลเพิ่มขึ้นร่วม 300% จาก 36 ล้านใบในปี 2556 มาเป็นมากกว่า 100 ล้านใบในปัจจุบัน แต่กลับทำให้หวยใต้ดินเติบโตตามไปด้วยในอัตราการขยายตัวที่พอๆ กัน ที่น่าสังเกตคือเมื่อหวยหลักเติบโต หวยเล็กหวยน้อย เช่น หวยออนไลน์ หวยเพื่อนบ้าน และหวยอื่นๆ เติบโตตามไปด้วยกว่า 150%
คนไทยจึงถูกกระหน่ำรอบด้านจากหวย ที่มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการจัดการปัญหาที่ไม่โปร่งใสและไร้ประสิทธิภาพ หากมีการเพิ่มหวยใหม่ๆ เข้ามาอีกจะเป็นการส่งเสริมให้ธุรกิจหวยใต้ดินสามารถออกหวยคู่ขนานที่อ้างอิงกับหวยรัฐนั้นๆ และกระตุ้นให้ประชาชนเล่นพนันกันมากขึ้น
6.“คนไทยนับล้านคนเสพติดหวย” มากกว่า 1 ใน 5 ของคนเล่นหวยยอมรับว่า “เสพติด” ไม่ซื้อหวยไม่ได้ เกิน 5 ล้านคนยอมรับว่า เสพติดการซื้อสลากฯ อีก 4.5 ล้านคนยอมรับว่า เสพติดหวยใต้ดิน อีก 6 แสนคนยอมรับว่าเสพติดหวยอื่นๆ หากไม่ได้ซื้อหวยจะมีอาการบางอย่าง เช่น หงุดหงิดกระวนกระวาย หักห้ามใจไม่ได้ สุดท้ายต้องซื้อหวย
การเพิ่มหวยใหม่ๆ ที่มีขนาดของรางวัลที่ใหญ่ เช่น 1 ล้านบาท รวมทั้งมีความถี่ที่มากขึ้น เช่น ออกรางวัลทุกวัน หรือทุกปลายสัปดาห์ จะมีผลต่อการเพิ่มความเข้มข้นให้คนไทยติดหวยมากยิ่งขึ้น
พรรคการเมืองควรมองเห็นว่า ที่ผ่านมาคนไทยจึงถูกกระหน่ำรอบด้านจากหวย ที่มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการจัดการปัญหาที่ไม่โปร่งใสและไร้ประสิทธิภาพ และ “ความเหลื่อมล้ำคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนไทยจำนวนมากฝากความหวังกับหวย” การที่จะเพิ่มหวยสารพัดรูปแบบเข้ามาในสังคม จะเป็นการตอกย้ำว่า การที่ประชาชนรอคอยและตั้งความหวังอยู่กับ “โชคลาภ” เป็นสิ่งที่รัฐยอมรับและสนับสนุน
และเป็นการผลิตซ้ำความคิด “หวยคือความหวังของคนจน” กดทับซ้ำลงไปว่าชีวิตนี้มีแต่หวยเท่านั้นเป็นความหวังที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ แทนที่จะสนับสนุนการสร้างความมั่นคงของชีวิตด้วยตนเอง รัฐที่ดีจึงควรทำหน้าที่ “ลดบทบาท” ของการพนันในสังคม ไม่ใช่ผู้สนับสนุน “การพนัน” และใช้พนันเป็น “เครื่องมือ” เสียเอง
เครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน 5 ภูมิภา คมีความเห็นว่า พรรคการเมืองที่ดีควรแข่งกันเสนอนโยบายที่สร้างสรรค์ ที่แสดงถึงภูมิปัญญาของคณะบุคคลที่เสนอตัวเข้ามาบริหารประเทศ ไม่ใช่แข่งกันขายความหวังที่ไร้ความหวังโดยสิ้นเชิงเช่นนี้ จึงขอเรียกร้องนโยบายจูงใจที่สร้างสรรค์จากทุกพรรคการเมือง และขอให้หยุดจูงใจคนไทยด้วยนโยบายขายหวยทุกชนิด"

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา