
‘ศาลปกครองกลาง’ พิพากษายกฟ้อง คดี ‘กกต.’ เปิดลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียง ‘ประชามติ’ นอกเขต ล่วงหน้า เพียง 3 วัน ชี้หากยื่นคําขอทาง ‘เครือข่ายอินเทอร์เน็ต’ ไม่ได้ สามารถยื่นคําขอในอีก 2 ช่องทางได้ ด้าน สำนักงาน 'กกต.' ยืนยันดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ศาลปกครองกลางได้อ่านคําพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ 122/2569 หมายเลขแดงที่ 165/2569 ระหว่างนางสาว อ. (ผู้ฟ้องคดี) กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ 1 และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สำนักงาน กกต.) ที่ 2 (ผู้ถูกฟ้องคดี) คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีสาระสำคัญว่า
ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 ประกอบข้อ 105 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ.2568 ได้กำหนดว่า เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้ประกาศกำหนด ระยะเวลาการลงทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งแล้ว ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ประกาศกำหนดระยะเวลาการลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขตออกเสียง โดยให้มีห้วงระยะเวลาเดียวกันกับระยะเวลาการลงทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้ง
เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้มีประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดวันเลือกตั้ง วันรับสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง วันรับสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อและสถานที่ที่พรรคการเมืองจะส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ ลงวันที่ 15 ธ.ค.2568 และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดวัน และเวลายื่นคําขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งลงวันที่ 15 ธ.ค.2568 กําหนดให้วันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป และกำหนดวันยื่นคําขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.2568 ถึงวันที่ 5 ม.ค.2569
ต่อมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติกําหนดให้วันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดวันออกเสียงประชามติ ลงวันที่ 23 ธ.ค.2568 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 2 ม.ค.2569 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จึงไม่อาจกําหนดให้มีการยื่นคําขอลงทะเบียนใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียงประชามติ พร้อมกับการยื่นคําขอใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนอกเขตเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.2568 ถึงวันที่ 5 ม.ค.2569 หรือเกินกว่าวันที่ 5 ม.ค.2569 ตามที่ผู้ฟ้องคดีอ้างได้
นอกจากนั้น ผู้ฟ้องคดียอมรับว่าได้ทราบถึงประกาศของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ฉบับลงวันที่ 2 ม.ค.2569 เมื่อวันที่ 3 ม.ค.2569 ซึ่งตามประกาศดังกล่าว ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้กําหนดให้ยื่นคําขอลงทะเบียนใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียงประชามติไว้ 3 ช่องทาง คือ (1) ยื่นคําขอต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น (2) ยื่นคําขอทางไปรษณีย์ (3) ยื่นคําขอทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ดังนั้น หากผู้ฟ้องคดีไม่สามารถยื่นคําขอทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ ผู้ฟ้องคดียังสามารถยื่นคําขอในช่องทางอื่นได้
อีกทั้ง ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคําขอทางอินเทอร์เน็ตครั้งสุดท้ายในวันที่ 5 ม.ค.2569 เวลา 15.42 นาฬิกา ซึ่งเหลือระยะเวลาการยื่นคําขออีกกว่า 8 ชั่วโมง ผู้ฟ้องคดีไม่ได้ยื่นคําขออีกแต่อย่างใด
และในส่วนข้อมูลที่ว่ามีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า แต่ไม่ได้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตมากถึง 812,369 คน นั้น มิได้แสดงว่าบุคคลจำนวนดังกล่าวไม่ได้ลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขต เนื่องจากระบบการยื่นคําขอทางอินเทอร์เน็ตมีเหตุขัดข้อง และหากผู้ฟ้องคดี ซึ่งได้ยื่นคําขอลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตไว้แล้ว โดยอ้างเหตุจําเป็นว่าไม่สามารถไปเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่หน่วยเลือกตั้งเดิมของตนได้ แต่ไปลงคะแนนออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่หน่วยออกเสียงประชามติเดิมของตน
การยื่นคําขอดังกล่าวเป็นเพียงการแจ้งความประสงค์ของผู้ฟ้องคดีและการแจ้งเหตุจําเป็น เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นขณะยื่นคําขอ แต่เมื่อถึงวันที่ 8 ก.พ.2569 ข้อเท็จจริงดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงไปได้ มิใช่เป็นการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จแต่อย่างใด ซึ่งหากผู้ฟ้องคดีไม่ไปออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ.2569 ย่อมเป็นหน้าที่ของผู้ฟ้องคดีที่จะต้องไปแจ้งเหตุที่ไม่ไปลงคะแนนออกเสียงประชามติ โดยหากผู้ฟ้องคดีไม่แจ้งเหตุย่อมต้องถูกตัดสิทธิตามมาตรา 24 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564
ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 กําหนดให้วันที่ 3 ถึงวันที่ 5 ม.ค.2569 เป็นวันยื่นคําขอลงทะเบียนใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามตินอกเขตทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง กำหนดวัน และเวลายื่นคําขอลงทะเบียนใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร และที่ออกเสียงประชามติสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุ ลงวันที่ 2 ม.ค.2569 จึงเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว พิพากษายกฟ้อง
สำหรับคดีนี้ ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกําหนดให้ต้องปฏิบัติ กรณีกําหนดให้มีการลงทะเบียนประชามตินอกเขตเพียง 3 วัน คือ วันที่ 3-5 ม.ค.2569 ซึ่งระบบไม่สามารถรองรับการลงทะเบียนจำนวนมากพร้อมกันได้ ประกอบกับไม่มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบอย่างทั่วถึง เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดี ซึ่งลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าได้ แต่ไม่สามารถลงทะเบียนประชามตินอกเขตได้
รวมทั้งมีประชาชนผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า แต่ไม่ได้ลงทะเบียนประชามตินอกเขตเช่นเดียวกับผู้ฟ้องคดีมากถึง 812,369 คน (คิดเป็นร้อยละ 33.7 ของผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งหมด) เป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย จึงนําคดีมาฟ้องต่อศาล
วันเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ เลขที่ 114/2569 ชี้แจงผลคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ในคดีพิพาทระหว่าง นางสาวอุษณีษ์ ปฐพีศรีกิจส เลิศรัตนานนท์ (ผู้ฟ้องคดี) กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสำนักงาน กกต. (ผู้ถูกฟ้องคดี)
ปมปัญหาและการฟ้องร้องคดีนี้เกิดขึ้นจากการที่ผู้ฟ้องคดีมองว่าการปฏิบัติงานของหน่วยงานรัฐไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ดังนี้:
ขอให้เปิดระบบลงทะเบียนอีกครั้ง เพื่อให้ตนเองและประชาชนที่ตกหล่นสามารถลงทะเบียนประชามตินอกเขตผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้อีกครั้งก่อนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
ขอให้พิจารณาเร่งด่วน โดยอ้างถึงข้อ 49/2 ตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543 เนื่องจากใกล้ถึงวันออกเสียงประชามติ
ศาลพิพากษายกฟ้องล่าสุดในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษา 'ยกฟ้อง' คดีดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้กำหนดการเดิมในการออกเสียงประชามติยังคงเป็นไปตามแผนงานของ กกต.
ทั้งนี้ กกต. ยังคงเชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติ ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1444 หรือตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชัน SMART VOTE

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา