
ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ ไม่รับคำร้อง ปม ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง 2 เรื่อง 'อนุทิน' ใช้ถนนสาธารณะเป็นทางขึ้นลงอากาศยาน เอื้อธุรกิจ ไม่ปรากฎสาระสำคัญเพิ่มเติม - ลงนาม MOA ไม่ปรากฎว่าผู้ร้องถูกละเมิด
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เผยแพร่เอกสารข่าว ผลการพิจารณาคดีที่สำคัญและเป็นที่น่าสนใจ เรื่องพิจารณาที่ ต. 6/2569 กรณี นายนิยม นพรัตน์ (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธธรรมนูญ มาตรา 213
ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า การกระทำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล (ผู้ถูกร้อง) ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ใช้อำนาจหน้าที่ราชการขออนุญาตใช้ถนนสาธารณะเป็นทางขึ้นลงสำหรับอากาศยานเพื่อกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทเอกชน ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) มาตรา 219 และมาตรา 235
ผลการพิจารณา
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบผู้ร้องเคยยื่นคำร้องในลักษณะเดียวกันนี้ต่อศาลรัฐธธรรมนูญมาแล้ว และศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งที่ 90/2568 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2568 รวมทั้งคำสั่งที่ 98/2568 ลงวันที่ 17 กันยายน 2568 ไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 เพราะคำร้องดังกล่าวของผู้ร้องไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 และมาตรา 47 (2) โดยที่คำร้องนี้ไม่ปรากฏสาระสำคัญเพิ่มเติมจากคำร้องเดิมที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับไว้พิจารณาวินิจฉัยไปแล้ว คำร้องนี้ไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัยตามมาตรา 46 วรรคสาม ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธธรรมนูญ มาตรา 213
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย
@ ลงนาม MOA ไม่ปรากฎว่าผู้ร้องถูกละเมิดฯ
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย เรื่องพิจารณาที่ ต.7/2569 กรณีพันเอก รัฐเขต แจ้งจำรัส (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213
ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (ผู้ถูกร้อง) และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ร่วมกันจัดทำบันทึกข้อตกลง หรือ MOA (Memorandum of Agreement) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธธรรมนูญ มาตรา 114 มาตรา 144 มาตรา 164 และมาตรา 185 เป็นการประพฤติมิชอบและฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงอันเป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 และไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
ผลการพิจารณา
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้อันเนื่องมาจากการกระทำของผู้ถูกร้อง ข้อกล่าวอ้างของผู้ร้องเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นในฐานะประชาชนเกี่ยวกับปัญหาของบันทึกข้อตกลงดังกล่าวเท่านั้น กรณีไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561มาตรา 46 วรรคหนึ่ง ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213
ส่วนกรณีที่ผู้ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำของผู้ถูกร้องเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงนั้นเห็นว่า เป็นกรณีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้กำหนดกระบวนการร้องหรือผู้มีสิทธิขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยไว้เป็นการเฉพาะแล้วตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 47 (2) ซึ่งมาตรา 46 วรรคสาม บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา