
'แสวง บุญมี' เลขาธิการ กกต. ยืนยันความพร้อมเลือกตั้ง 8 ก.พ. มั่นใจระบบผิดผลาดเหมือนเลือกตั้งล่วงหน้า ชี้ นโยบายหาเสียงเป็นไปไม่ได้ เข้าข่ายผิดกฎหมาย เผย ความคืบหน้า ปม ถอนเงินสด ช่วงเลือกตั้ง อาจเป็นการทำธุรกิจปกติ ต้องตรวจให้ชัดก่อนที่กล่าวหาใคร - สถิติเรื่องร้องเรียน 90 เรื่อง โพสต์ใส่ร้าย-เฟกนิวส์ 70% ซื้อเสียงไม่ถึง 10%
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในวันที่ 8 ก.พ.69 ภายหลังการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา สังคมเกิดความไม่เชื่อมั่นต่อการทำงานของ กกต. ว่า อยากให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นทั้งในตัวระบบและตัวบุคคลที่เข้ามาแข่งขันว่าจะอยู่ในกรอบกฎหมาย รวมถึงตัวกรรมการ กกต. ด้วย โดยเฉพาะการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. นี้ ระบบจะแตกต่างจากการเลือกตั้งล่วงหน้า เนื่องจากในวันดังกล่าวมีประชาชนไปรวมตัวกันที่จุดเดียวในแต่ละเขตถึง 50,000 - 60,000 คน ทำให้ต้องมีกระบวนการใส่ซองและจ่าหน้าซองบัตรเลือกตั้ง
“สำหรับการเลือกตั้งวันที่ 8 ม.ค. จะไม่มีกระบวนการเหล่านี้แล้ว โดยแต่ละหน่วยเลือกตั้งจะมีผู้มีสิทธิเฉลี่ยเพียง 500 คน บวกลบเล็กน้อย กระจายไปแสนหน่วยทั่วประเทศ ประเด็นเรื่องความผิดพลาดในการจ่าหน้าซองจะไม่มีอีกแล้ว ส่วนกรณีที่พรรคประชาชนยื่นเรื่องตรวจสอบความผิดพลาดที่ จ.ชลบุรี และการจ่าหน้าซองนั้น กกต. ได้เข้าไปตรวจสอบแล้ว และจะขอข้อมูลเพิ่มเติมจากพรรคการเมืองที่ออกมาให้ข่าวเพื่อนำมาบริหารจัดการให้เกิดความโปร่งใส”นายแสวงกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปรายงานความผิดพลาดจากการเลือกตั้งล่วงหน้าว่ามีกี่กรณี นายแสวงกล่าวว่า ประเด็นใหญ่ที่สังคมสนใจคือเรื่องการจ่าหน้าซอง และการปิดป้ายประกาศ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลที่พรรคประชาชนเสนอมา พบปัญเรื่องป้ายประกาศที่ จ.ชลบุรี เพียงแห่งเดียว ส่วนข้อมูลจากสำนักงาน กกต. เอง ได้สั่งให้ทุกจังหวัดบันทึกเหตุการณ์ประจำหน่วย หากมีการทักท้วงใดๆ ให้บันทึกไว้ทุกหน่วย
นายแสวงกล่าวว่า ส่วนความกังวลเรื่อง รหัสเขต เดิม กกต. ออกแบบให้มีเพียง 2 บรรทัดแรกก็สามารถส่งบัตรถึงปลายทางได้แล้ว แต่ทางไปรษณีย์ขอให้เพิ่มรหัสเขตเพื่อความสะดวกในการขนส่ง จึงไม่ได้แจ้งประชาชนในตอนแรก แต่ยืนยันว่ามีระบบตรวจสอบ (Double Check) ทุกหน้าซองในช่วงเย็น แม้จะจ่าหน้าซองมาเพียงรายการเดียวระบบเราก็ส่งถึงเขตได้แน่นอน แต่ขอย้ำว่าการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. นี้ จะไม่มีประเด็นเรื่องซองบัตรมาเกี่ยวข้องอีก

เมื่อถามว่า การกำชับ ผู้อำนวยการ กกต.จังหวัด ในการรับมือกระแสดราม่าที่เกิดขึ้นอย่างไร นายแสวงกล่าวว่า เรื่องดราม่าไม่ใช่สาระสำคัญ แต่ยอมรับว่ากระทบต่อความรู้สึกประชาชน จึงสั่งการให้ทุกจังหวัดตรวจสอบป้ายประกาศหน้าหน่วยให้ครบถ้วนภายในคืนวันที่ 7 ก.พ. เพื่อความสบายใจ หากพบว่าสูญหายจากลมพัดหรือเหตุอื่น กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) จะต้องดำเนินการแก้ไขทันทีในเช้าวันเลือกตั้ง ที่ 8 ก.พ. โดยประชาชนสามารถศึกษาข้อมูลผู้สมัครผ่านแอปพลิเคชันสมาร์ทโหวต หรือหนังสือแจ้งเจ้าบ้านได้อีกทางหนึ่ง
เมื่อถามว่า ความคืบหน้าการจัดส่งบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรเป็นอย่างไร นายแสวงกล่าวว่า ได้รับแจ้งจากกรมการกงสุลว่า บัตรเลือกตั้งจากสถานทูตและสถานกงสุลทั้ง 95 แห่ง ส่งกลับมาถึงแล้วประมาณ 86 แห่ง หรือคิดเป็น 90% ซึ่งมั่นใจว่าจะคัดแยกและส่งไปยังเขตเลือกตั้งได้ทันเวลาพร้อมกับบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า
เมื่อถามว่า กรณีผู้สมัคร สส. 28 รายถูกตัดสิทธิ จะมีผลต่อการเลือกตั้งหรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมเพื่อให้ผู้ถูกสงสัยได้ชี้แจง ยืนยันว่าไม่กระทบต่อการลงคะแนน สส.แบบบัญชีรายชื่อ เนื่องจากหากภายหลังศาลฎีกามีคำวินิจฉัยตัดสิทธิ ก็สามารถเลื่อนลำดับ สส.บัญชีรายชื่อขึ้นมาแทนได้ ไม่เหมือนกรณีของ สส.แบบแบ่งเขต
เมื่อถามว่า กรณีการเรียกบุคคลที่โพสต์ข้อมูลความผิดพลาดมาให้ถ้อยคำ นายแสวงกล่าวว่า ใครที่ให้ข้อมูลว่ามีการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง กกต. จะเรียกมาสอบสวนทุกกรณีเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง รวมถึงกรณีการซื้อเสียงที่ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกพรรคการเมือง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ
เมื่อถามว่า ความคืบหน้ากรณีข้อมูลการเบิกเงินสดที่ผิดปกติจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายแสวงกล่าวว่า ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่า ยอดเงินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ ต้องให้ความเป็นธรรมเพราะอาจเป็นการทำธุรกิจปกติ ต้องตรวจให้ชัดก่อนที่จะไปกล่าวหาใคร
อ่านข่าวประกอบ : 'กกต.' ขอข้อมูล 'ธปท.' ปม ถอนเงินสด 250 ล้าน ชี้ มีเหตุอันควรสงสัย 'ซื้อเสียง' ช่วงเลือกตั้ง
เมื่อถามว่า การเรียกตัวแทนพรรคการเมืองหรือผู้โพสต์โซเชียลมาสอบสวน เป็นการป้องปรามความคึกคะนองใช่หรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า จากสถิติเรื่องร้องเรียน 90 เรื่อง พบว่าเป็นการโพสต์ใส่ร้ายหรือเฟกนิวส์ถึง 70% ขณะที่เรื่องการซื้อเสียงมีไม่ถึง 10% กกต. จึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการทำลายชื่อเสียงและการใช้ข้อมูลเท็จ โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายวันที่ 3-5 ก่อนการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่า ความคืบหน้าคดีทุจริตเลือกตั้งที่ จ.สุราษฎร์ธานี นายแสวงกล่าวว่า กกต. จังหวัดกำลังดำเนินการเชิงรุกเพื่อดูว่ามีการจัดเตรียมการกระทำผิดหรือไม่ รายละเอียดเชิงลึกต้องรอผลการสอบสวนที่ชัดเจนอีกครั้ง
นายแสวงกล่าวว่า ในวันที่ 7 ก.พ. นี้ จะมีการแถลงความพร้อมอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยได้สั่งกำชับให้ ผอ.จังหวัด และผู้ตรวจการเลือกตั้ง ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยของเอกสารหน้าหน่วยทุกแห่ง หากเช้าวันที่ 8 ก.พ. เอกสารไม่ครบถ้วน ต้องมีคำอธิบายว่าเกิดจากสาเหตุใด ประประชาชนสามารถทักท้วงเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยได้ทันที
นายแสวงกล่าวว่า ส่วนกรณีพรรคการเมือง (นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์) เสนอนโยบายหาเสียง เช่น การเลี้ยงไดโนเสาร์ หรือการซื้อสโมสรฟุตบอลต่างประเทศนั้น กกต. พิจารณาแล้วเห็นว่าบางนโยบายอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย เนื่องจากเป็นนโยบายที่เป็นไปไม่ได้


Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา