
‘ศาลฎีกาฯ’ เพิกถอนสิทธิสมัครเลือกตั้ง ‘อดีตนายก อบต.ห้วยไร่’ ตลอดไป จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ‘เท็จ’ ชี้เป็นเจ้าของ ‘หจก.’ ตัวจริง รับงานทำถนนของ ‘อบต.’ ตั้งแต่ปี 62 ส่วนโทษจำคุก 1 เดือน ให้รอลงอาญา
...........................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา ศาลฎีกา เผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม 23/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อม 5/2569 ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) (ผู้ร้อง) และนายสุรสิทธิ์ เมืองลี อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ห้วยไร่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ (ผู้ถูกกล่าวหา) เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
โดยคดีนี้ ศาลฎีกาฯ พิพากษาว่า นายสุรสิทธิ์ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน หรือหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งนายก องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ (วาระที่ 1) และเข้ารับตำแหน่งดังกล่าว (วาระที่ 2) ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม
กับ ผู้ถูกกล่าวหา มีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 167 การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 จำคุกกระทงละ 2 เดือน และปรับกระทงละ 4,000 บาท รวม 2 กระทง
ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 1 เดือน และปรับกระทงละ 4,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 2 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 คำขอนอกจากนี้ให้ยก
“ปัญหาต้องวินิจฉัยมีว่า ผู้ถูกกล่าวหา (นายสุรสิทธิ์ เมืองลี) จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินของตนต่อผู้ร้อง (ป.ป.ช.) ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์ อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินกรณีพ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ (วาระที่ 1) และเข้ารับตำแหน่งดังกล่าว (วาระที่ 2) หรือไม่
เห็นว่า เมื่อผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ จึงเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 4 มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมถึงทรัพย์สินของบุคคลดังกล่าวที่มอบหมายให้อยู่ในความ ครอบครองหรือดูแลของบุคคลอื่นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมต่อผู้ร้อง ให้ตรงต่อความเป็นจริง
ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 102 (4) และมาตรา 105 ประกอบประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหาร ท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 (4) พ.ศ.2561
ผู้ถูกกล่าวหา ย่อมทราบว่ามีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการ ทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องภายในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดให้ตรงต่อความเป็นจริง เมื่อผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่ง (วาระที่ 1) และเข้ารับตำแหน่ง (วาระที่ 2) ผู้ถูกกล่าวหาต้องแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่มีอยู่จริงในวันดังกล่าว แต่กลับยื่นบัญชีแสดง รายการทรัพย์สินและหนี้สินโดยไม่แสดงรายการทรัพย์สินของตนดังกล่าว
แม้รายการเงินลงทุนในห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) อภิชาติ 999 ก่อสร้าง ทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท ที่อยู่ในชื่อนายวิคิ้ว แก้วสาร และนางสาวจุฑารัตน์ แก้วสาร คนละ 500,000 บาท จะไม่ปรากฏชื่อผู้ถูกกล่าวหา (นายสุรสิทธิ์ เมืองลี) เกี่ยวข้องด้วย แต่ได้ความจากสำนวนการไต่สวนของผู้ร้อง (ป.ป.ช.) ว่า เดิมห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าวมี นายทองใส สนสร้อย เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ และนางบุญมี ทองวัน เป็นหุ้นส่วน
ต่อมาเมื่อวันที่ 4 พ.ย.2562 มีคำขอแก้ไขเพิ่มเติมผู้เป็นหุ้นส่วน โดยนายวิคิ้ว เข้าเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแทน นายทองใส และเมื่อวันที่ 19 ม.ค.2564 มีคำขอแก้ไขเพิ่มเติมผู้เป็นหุ้นส่วน โดยนางสาวจุฑารัตน์เข้าเป็นหุ้นส่วนแทนนางบุญมี โดยนายวิคิ้วไม่ทราบข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าว ไม่มีตราประทับ ไม่รู้จักภาพตราประทับของห้างฯ แต่รับงานทำถนนคอนกรีตเสริมเหล็กให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ ตั้งแต่ประมาณปี 2562 เป็นต้นมา
โดยนายวิคิ้วไม่เคยเขียนใบเสร็จรับเงินให้ลูกค้า ซึ่งใบเสร็จจะเขียนมาจากองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ นายวิคิ้วแค่ไปเซ็นรับเช็คที่องค์การบริหารส่วนตำบลดังกล่าว และไปถอนเงินสดที่ธนาคาร ทั้งเมื่อตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ในรายการจดทะเบียนของนายวิคิ้วและนางสาวจุฑารัตน์ เป็นหมายเลขเดียวกับหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ถูกกล่าวหา (นายสุรสิทธิ์ เมืองลี) ที่แสดงไว้ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน และหนี้สิน กรณีเข้ารับตำแหน่ง (วาระที่ 1) และกรณีพ้นจากตำแหน่ง (วาระที่ 1)
สอดคล้องกับ แหล่งข่าวว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าวเป็นของผู้ถูกกล่าวหาจ้างนางเทวี เดชมี เจ้าของบริษัทเทวี การบัญชีจำกัด ให้จัดตั้งห้างหุ้นส่วนดังกล่าวขึ้นมา โดยใช้ชื่อบุคคลอื่นและใช้หมายเลขโทรศัพท์ของผู้ถูกกล่าวหาในการจดทะเบียน โดยห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าวเข้าเป็นคู่สัญญากับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่
จึงเชื่อว่าเงินลงทุนในห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าวเป็นของผู้ถูกกล่าวหา นายวิคิ้ว มีความสัมพันธ์เป็นเครือญาติ โดยการสมรสกับนายณัฐวุฒิ เมืองลี (บุตรผู้ถูกกล่าวหา) กับ นางสาวพักตร์วิไล แก้วสาร เป็นกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหา (นายสุรสิทธิ์ เมืองลี) รู้ว่า มีรายการเงินลงทุนในห้างหุ้นส่วนจำกัด ดังกล่าว แต่จงใจไม่นำมาแสดงต่อผู้ร้อง
ทั้งทรัพย์สินดังกล่าว โดยเฉพาะรายการที่ดินตามคำร้อง ได้ความจากสำนวนการไต่สวนของผู้ร้องว่า ผู้ถูกกล่าวหา ทำนิติกรรมเป็นหนังสือด้วยตนเองและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดินและได้ทรัพย์สินมาระหว่างดำรงตำแหน่งอันเป็นทรัพย์สินที่มีอยู่จริงในวันที่ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่ง (วาระที่ 1) และเข้ารับตำแหน่ง (วาระที่ 2)
จึงมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินและละเลยไม่ใส่ใจต่อหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติในการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินให้ตรงต่อความเป็นจริง อันเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันปัญหาทุจริตประพฤติมิชอบ และสามารถตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจรัฐทำให้เกิดธรรมาภิบาลและความโปร่งใส เพื่อป้องกันการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ไปแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
เมื่อรับฟังประกอบคำให้การรับสารภาพแล้ว คดีฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินของตนต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินกรณีพ้นจากตำแหน่งนายกองค์การ บริหารส่วนตำบลห้วยไร่ (วาระที่ 1) และเข้ารับตำแหน่งดังกล่าว (วาระที่ 2)
เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม ทั้งการกระทำของผู้ถูกกล่าวหายังเป็นความผิดตามมาตรา 167
ส่วนที่ผู้ร้องขอให้ผู้ถูกกล่าวหา พ้นจากตำแหน่งนั้น เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหายังคงดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานของรัฐที่มีหน้าที่อื่น บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน จึงไม่เป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยอีก
พิพากษาว่า นายสุรสิทธิ์ เมืองลี ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน หรือหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งนายก องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ (วาระที่ 1) และเข้ารับตำแหน่งดังกล่าว (วาระที่ 2) ให้เพิกถอน สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม
กับ ผู้ถูกกล่าวหา มีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 167 การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 จำคุกกระทงละ 2 เดือน และปรับกระทงละ 4,000 บาท รวม 2 กระทง
ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 1 เดือน และปรับกระทงละ 4,000 บาท รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 2 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 คำขอนอกจากนี้ให้ยก” คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม 23/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อม 5/2569 ระบุ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา