‘ครม.’เห็นชอบ ‘ร่างผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่’ ฉบับใหม่ ตีกรอบพัฒนา ‘เมือง-คมนาคม-สิ่งแวดล้อม’ รองรับการเติบโต จ่อตัดถนนสายใหม่ 18 เส้นทาง
.................................
เมื่อวันที่ 17 มี.ค. น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอ เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาและการดำรงรักษาเมืองเชียงใหม่และพื้นที่เกี่ยวเนื่องให้สอดคล้องกับการเติบโตของเมืองในอนาคต ทั้งด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และการดูแลสภาพแวดล้อม
ทั้งนี้ ผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ฉบับใหม่นี้ครอบคลุมพื้นที่ในท้องที่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ อำเภอสันทราย อำเภอแม่ริม อำเภอหางดง อำเภอสารภี อำเภอดอยสะเก็ดบางส่วน และอำเภอสันกำแพงบางส่วน จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาเมืองกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของประชาชน เพื่อผลักดันเชียงใหม่สู่การเป็นศูนย์กลางของภาคเหนือที่มีคุณภาพและเติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับสาระสำคัญของการปรับปรุงผังเมืองฯดังกล่าว มีการปรับขอบเขตพื้นที่ผังเมืองรวมให้ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1428.90 ตารางกิโลเมตร รวมทั้งปรับประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่และการพัฒนาเมืองมากขึ้น โดยกำหนดประเภทการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็น 15 ประเภท เพิ่มขึ้นจากเดิม 4 ประเภท ประกอบด้วย ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม ที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ และที่ดินประเภทปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงแผนผังด้านคมนาคมและการขนส่ง โดย เพิ่มแนวถนนโครงการใหม่ 18 สายทาง เพื่อรองรับพื้นที่พัฒนาใหม่ และยกเลิกถนนโครงการเดิม 7 สายทาง ที่ไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และแนวทางพัฒนาในปัจจุบัน
ในส่วนข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินนั้น ได้มีการปรับรายละเอียดให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เช่น การแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อยออกเป็นย่านย่อย เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทของแต่ละพื้นที่ และเพิ่มข้อห้ามสำหรับกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบหรือความขัดแย้งต่อชุมชน เช่น การตั้งคลังน้ำมัน คลังแก๊สปิโตรเลียมเหลวเพื่อการจำหน่าย หรือโรงฆ่าสัตว์ในบางพื้นที่ พร้อมทั้งปรับแนวทางควบคุมกิจการอุตสาหกรรมให้ชัดเจนขึ้น
“การจัดทำผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ครั้งนี้ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2562 ครบถ้วนแล้ว และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการผังเมือง รวมถึงการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ โดยมีการนำข้อคิดเห็นที่เหมาะสมมาปรับปรุงร่างผังเมืองให้สอดคล้องกับสภาพจริงและความต้องการของประชาชนมากขึ้น” น.ส.ลลิดา ระบุ
น.ส.ลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ครม.ได้กำชับให้กระทรวงมหาดไทยรับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไปพิจารณาประกอบการดำเนินงานอย่างรอบคอบ เพื่อให้การใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม มรดกทางวัฒนธรรม
@ไฟเขียว‘ร่าง พ.ร.ฎ.’เปลี่ยนที่ดิน‘สาธารณสมบัติ’เป็นกรรมสิทธิ์‘กนอ.’
นางสาวลลิดา ยังกล่าวว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบหลักการ ร่าง พ.ร.ฎ.เปลี่ยนแปลงสภาพสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ในเขตอุตสาหกรรมทั่วไป นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) ส่วนขยาย ในท้องที่ตำบลตาสิทธิ์ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ
สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.ฎ.ฉบับนี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งเดิมเป็นทางสาธารณะและพลเมืองเลิกใช้ประโยชน์แล้ว จำนวน 2 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 1 ไร่ 36.9 ตารางวา ภายในเขตอุตสาหกรรมทั่วไป นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) ส่วนขยาย เพื่อให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ กนอ. และนำไปใช้พัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมให้เป็นแปลงต่อเนื่องสำหรับรองรับการประกอบอุตสาหกรรมต่อไป
ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายในเขตอุตสาหกรรมทั่วไป นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (ระยอง) ส่วนขยาย ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนในพื้นที่จังหวัดระยอง โดยการคงสภาพที่ดินสาธารณะซึ่งเลิกใช้แล้วไว้ภายในเขตนิคมอุตสาหกรรม ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดต่อการพัฒนาและการจัดสรรพื้นที่สำหรับกิจกรรมอุตสาหกรรมที่ต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่และต่อเนื่อง
“การดำเนินการในเรื่องนี้ได้ผ่านขั้นตอนตามกฎหมายครบถ้วนแล้ว ทั้งการขอความเห็นจาก องค์การบริหารส่วนตำบลตาสิทธิ์ และอำเภอปลวกแดง ซึ่งไม่ขัดข้อง รวมถึงมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่แล้ว ขณะที่กระทรวงมหาดไทยได้ให้ความยินยอม และ กนอ. ได้ชำระราคาที่ดินให้แก่กระทรวงการคลังเรียบร้อยแล้ว เป็นเงินทั้งสิ้น 4,041,325 บาท” รองโฆษกฯ กล่าว
นอกจากนี้ กรมการปกครองได้ตรวจสอบและรับรองความถูกต้องของท้องที่และแนวเขตการปกครองในแผนที่ท้ายร่างพระราชกฤษฎีกาแล้ว เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามมติ ครม. และหลักเกณฑ์ของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกัน ครม.ได้มอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
“การเห็นชอบหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาครั้งนี้ จะช่วยให้การพัฒนาพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และสนับสนุนศักยภาพในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะต่อไป” น.ส.ลลิดา ย้ำ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา