
‘ครม.’ สั่ง ‘มท.’ ตรวจสอบข้อเท็จจริง-หามาตรการแก้ไข ปม ‘ต่างชาติ’ ย้ายถิ่น-ตั้ง ‘ชุมชนของชาติตน’ ในไทย ก่อนใช้ ‘นอมินี’ ครอบงำธุรกิจ-ซื้อ ‘ที่ดิน-อสังหาฯ’ พร้อมมอบ ‘พาณิชย์’ กวดขันการจดทะเบียนประกอบธุรกิจ
......................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุม ครม. มีมติมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเพื่อตรวจสอบ ติดตาม และรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริง กรณีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาพักอาศัยประกอบอาชีพ หรือทำธุรกิจแข่งกับคนไทย โดยใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นนอมินี (Nominee) ในการเข้าซื้อหรือถือครองที่ดิน อสังหาริมทรัพย์
หรือดำเนินธุรกิจต่างๆ แทน เช่น ธุรกิจโรงแรม/ที่พัก โรงพยาบาล สถาบันอุดมศึกษาเอกชน ร้านอาหาร ตลอดจนธุรกิจบริการอื่นๆ แล้วกำหนดแนวทางมาตรการ และกลไกในการดำเนินการเพื่อเสนอ ครม.ต่อไปด้วย
พร้อมทั้งมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เข้มงวดกวดขันกับการดำเนินการรับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการให้ถูกต้องอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาการใช้นอมินี้เป็นผู้ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว รวมทั้งให้พิจารณาความจำเป็นและเหมาะสมในการดำเนินการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวต่อไปด้วย
“ด้วยในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 รองนายกรัฐมนตรี (นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ) เสนอว่า ปัจจุบันมีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาพักอาศัยและประกอบธุรกิจในประเทศไทยเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะเมื่อเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งขึ้นในหลายภูมิภาค ยิ่งทำให้ประเทศไทยเป็นสถานที่ปลอดภัยที่หลายชาติเลือกเข้ามาพักอาศัยมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โดยชาวต่างชาติเหล่านี้เมื่อเข้ามาแล้วก็มักจะมาประกอบอาชีพ หรือทำธุรกิจแข่งกับคนไทย โดยใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นนอมินี (Nominee) เข้าซื้อหรือถือครองที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ หรือดำเนินธุรกิจต่างๆ แทน เช่น ธุรกิจโรงแรม/ที่พัก โรงพยาบาล สถาบันอุดมศึกษาเอกชน ร้านอาหาร ตลอดจนธุรกิจบริการอื่นๆ
นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่ชาวต่างชาติจำนวนมากได้รวมตัวกันตั้งเป็นชุมชนของชาติตนขึ้นมาในหลายพื้นที่อย่างเป็นเอกเทศ มีการจัดกิจกรรมเฉพาะกลุ่มโดยห้ามบุคคลภายนอกเข้าถึง รวมทั้งยังขาดการสอดส่องดูแล จากหน่วยงานภาครัฐเท่าที่ควรด้วย เช่น พื้นที่อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี พื้นที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน พื้นที่จังหวัดภูเก็ต เป็นต้น ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าว หากยังคงปล่อยไว้เช่นนี้จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต ที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศในภาพรวม
จึงควรต้องมี การติดตาม ดูแล และเฝ้าระวังในเรื่องนี้ โดยอาจพิจารณาจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาติขึ้น โดยมีผู้แทน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นองค์ประกอบให้ครบถ้วน เพื่อพิจารณากำหนดแนวทาง มาตรการ และกลไกในการติดตาม กำกับดูแล และแก้ไขปัญหาในเรื่องดังกล่าวให้เหมาะสมและเท่าทันสถานการณ์ต่อไป
รองนายกรัฐมนตรี (นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เห็นด้วยกับข้อเสนอของรองนายกรัฐมนตรี (นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ) โดยเห็นว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง จะส่งผลให้เกิดการย้ายถิ่นฐานของประชากรเข้ามาในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มมากยิ่งขึ้น สำหรับประเทศไทย ชาวต่างชาติอาจใช้ช่องทางของมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (Free Visa) เดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้ง่าย เมื่อเข้ามาอยู่แล้วก็ใช้ช่องว่างของกฎหมายแอบแฝงในการประกอบอาชีพหรือทำธุรกิจต่างๆ ต่อไป
ชาวต่างชาติที่ไม่ประสงค์ดีจะมีวงจรการดำเนินการในลักษณะนี้ จึงเห็นควรให้เรื่องดังกล่าวเป็นวาระสำคัญของชาติ และมีการมอบหมายหน่วยงานหลักเพื่อรับผิดชอบขับเคลื่อนการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี ให้เป็นรูปธรรมต่อไป
ซึ่งคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วลงมติว่า
1.มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาดำเนินการ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยด่วนต่อไป ทั้งนี้ ให้ประสานงานกับเหล่าทัพและหน่วยงานความมั่นคงต่างๆ เพื่อตรวจสอบ ติดตาม และรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน ชัดเจน และเป็นปัจจุบัน แล้วกำหนดแนวทางมาตรการ และกลไกในการดำเนินการเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไปด้วย
2.ให้กระทรวงพาณิชย์เข้มงวดกวดขันกับการดำเนินการรับจดทะเบียนการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการให้ถูกต้องอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาการใช้นอมินี้เป็นผู้ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว รวมทั้งให้พิจารณาความจำเป็นและเหมาะสมในการดำเนินการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวต่อไปด้วย
จึงเรียนยืนยันมาจึงเรียนยืนยันมา และขอได้โปรดดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และขอได้โปรดดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป” หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร 0505/ว (ล) 5263 เรื่อง ปัญหาการเข้ามาตั้งถิ่นฐานและครอบงำธุรกิจของชาวต่างชาติในประเทศไทย ลงวันที่ 19 มี.ค.2569 ระบุ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา