
'ณัฐพงษ์' นำ 10 สส.พรรคประชาชน แถลง 'คดี44สส' ลั่น สู้ในชั้นศาลฏีกาอย่างถึงที่สุด ยืนยัน ไม่มีเจตนามุ่งร้ายระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่อยากเห็น 'นิติสงคราม' รักษาระบอบ 'มรดกคณะรัฐประหาร'
สืบเนื่องจากศาลฎีกาได้มีคำสั่งรับคำร้องคดีหมายเลขดำที่ คมจ 1/2569 ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ที่ 1 กับพวกรวม 44 คน ผู้คัดค้าน เรื่อง การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่...) พ.ศ. ... (แก้เกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาท) ระหว่างปี 64-66
ทั้งนี้ ศาลฎีกามีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ไม่สั่งจำเลยที่มีสถานะเป็น สส. ในปัจจุบัน ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ และห้ามผู้คัดค้านดังกล่าวกระทำซ้ำซ้ำหรือกระทำการใด ๆ หรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งการกระทำที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง มิฉะนั้น ศาลอาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ให้มีหนังสือแจ้งคำสั่งศาลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ นัดพิจารณาครั้งแรก ในวันที่ 30 มิ.ย. 2569 และนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 4 ส.ค. 2569 เวลา 09.30.น. ทั้งสองนัด
อ่านประกอบ : ศาลฎีการับพิจารณาคดี 44 สส.ก้าวไกลละเมิดจริยธรรมร้ายแรง ไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 24 เมษายน 2569 ที่โรงแรมเมเปิล บางนา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) จำเลย 1 ใน 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล และ 1 ใน 10 สส.ปชน. คดีดังกล่าวแถลงว่า เช้าวันนี้ ทางศาลฎีกาได้มีคำสั่งรับคำร้องของ ป.ป.ช. ที่กล่าวหาว่าอดีต สส. พรรคก้าวไกล 44 คน ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีที่ร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยมีคำสั่งเพิ่มเติมให้ สส. ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ 10 คน สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แต่ห้ามไม่ให้กระทำซ้ำหรือกระทำการใดๆ หรือแสดงความคิดเห็น ซึ่งการกระทำที่ถูกกล่าวหาตามคำร้อง
ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งศาล เราขอเพียงแค่ยืนยันว่า การเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายนั้น ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้ายต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
นอกจากนั้น นัยของคดีนี้สำคัญกว่าอนาคตทางการเมืองของพวกผม คือ เรื่องอนาคตของประชาธิปไตยไทย ซึ่งเป็นเรื่องของพวกเราทุกคน ที่ต้องการระบอบการเมืองที่มีกลไกในการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจต่อทุกฝ่ายอย่างเสมอภาคด้วยมาตรฐานเดียวกัน เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่ระบอบที่ใช้อำนาจเพื่อปกป้องการแสวงหาผลประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่ม
เราไม่ต้องการเห็นกระบวนการนิติสงครามเพื่อรักษาระบอบการเมืองที่เป็นมรดกตกทอดของคณะรัฐประหาร ซึ่งต้องการลดทอนอำนาจของประชาชนลง แล้วกินรวบอำนาจและผลประโยชน์ไว้ที่กลุ่มตัวเอง กลุ่มชนชั้นนำและนักการเมืองบางกลุ่มโดยไม่แยแสต่ออนาคตของประเทศและประชาชนโดยส่วนรวม
ดังนั้น พวกเราจะดำเนินการต่อสู้คดีในชั้นศาลฎีกาอย่างถึงที่สุด เพื่อปกป้องรักษาความชอบธรรมของอำนาจผู้แทนราษฎรในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนร่วมกับพี่น้องประชาชนในการเปลี่ยนผ่านการเมืองไทยไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่รับใช้พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง
ที่มาภาพปก : พรรคประชาชน

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา