
'เดชรัต' จี้ ครม.เดินหน้าร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด - PRTR ก่อนครบเวลา 12 พ.ค.นี้-ซัดปมไลฟ์ขายทุเรียนผิดจังหวะ เหตุตลาดยังไปต่อ ส่งพรีเมียมขายจีนได้
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 นายเดชรัต สุขกำเนิด รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงประเด็นเรื่องลมหายใจ ในการแถลงข่าวคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) ว่า ปีนี้เป็นปีที่ค่า PM 2.5 รุนแรงมาก เมื่อเปรียบเทียบในระยะ 5 ปี เป็นปีที่มีความรุนแรงมากที่สุด และมีหลายพื้นที่ๆอยู่ในค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของ PM 2.5 ในระดับสีแดงเกือบทั้งเดือน สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าความสามารถในการบริหารจัดการของรัฐบาลไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหา และสิ่งที่เราผลักดันกันมาตั้งแต่ภาคประชาชน พรรคการเมืองต่างๆ พรรคก้าวไกลในอดีต จนถึงพรรคประชาชนในปัจจุบันคือเรื่องพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด และพ.ร.บ. PRTR ที่จะมาช่วยดูแลเรื่องของการจัดการฝุ่น PM 2.5 และการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมลพิษ การเกิดอุบัติภัยและสารเคมี ที่สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ผ่านมาสามารถผลักดันพระราชบัญญัติอากาศสะอาดไปจนถึงการพิจารณาของวุฒิสภา และพ.ร.บ. PRTR ที่ผ่านการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการรอการพิจารณาในชั้นสภาผู้แทนราษฎร
นายเดชรัต กล่าวว่า ทั้ง 2 พ.ร.บ.นี้จะไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ หากคณะรัฐมนตรีไม่ยืนยันภายในวันที่ 12 พ.ค. นี้ หากนับจากวันนี้เหลือเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น พรรคประชาชนจึงจะติดตามอย่างใกล้ชิดว่ามีแรงกดดันจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่ที่ทำให้กฎหมายภาคประชาชนผลักดันไม่สามารถที่จะเดินหน้าต่อไปได้ หากมีแรงกดดันที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน พรรคประชาชนพร้อมต่อสู้เรียกร้องให้ทั้ง 2 พ.ร.บ.นี้ กลับมาเดินหน้าต่อให้ทันในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่
นายเดชรัต ยังกล่าวว่า พ.ร.บ.อากาศสะอาด ไม่ใช่สิ่งเดียวจะทำให้อากาศดีขึ้น พรรคประชาชนยังจะติดตามมาตรการอื่นๆทั้งการประกาศเขตควบคุมมลพิษในภาคเหนือตอนบน มาตรการจำกัดการนำเข้าสินค้าที่มาจากการเผา รวมถึงเรื่องของการแก้ไขปัญหาไฟป่า
“ตัวหลักการพื้นฐาน ตัวที่จะให้อำนาจรัฐในการจัดการเรื่องนี้ให้ดีขึ้นคือตัวร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด และ ร่าง พ.ร.บ.PRTR เราเรียกร้องให้รัฐบาลตัดสินใจเรื่องนี้ให้ทันเวลา และเวลาที่ว่านั้นเหลืออีกแค่ 2 สัปดาห์ ”นายเดชรัต กล่าว
นายเดชรัต กล่าวถึงมาตรการช่วยเหลือชาวสวนทุเรียน ด้วยการไลฟ์สดขาย ว่ากระทรวงพาณิชย์น่าจะมีความตั้งใจที่ดี แต่อาจเข้าใจ และดูสถานการณ์ทุเรียนคลาดเคลื่อนไป โดยกระทรวงพาณิชย์พยายามเน้นว่าปีนี้ผลผลิตจะออกมาเยอะกว่าทุกปี จึงจัดให้รีบขาย แต่ถ้าดูราคาการส่งออกจะพบว่าทุเรียนคุณภาพดีที่ส่งไปยังตลาดหลักๆ เช่นประเทศจีนยังไปได้ดี พูดง่ายๆ คือผลผลิตอาจจะเยอะจริง แต่ตลาดยังเดินได้ ซึ่งในภาวะที่ตลาดเดินได้นั้นสิ่งที่รัฐบาลควรทำคือส่งเสริมตลาดคุณภาพดีให้ขายต่อเนื่องต่อไปอีกอย่างน้อยสักครึ่งเดือน หรือหากได้ 1 เดือน เกษตรกรก็จะได้ราคาดีต่อเนื่อง
“ราคาขายทุเรียนเกรดรองลงมาควรเร่งหลังช่วงเดือนพ.ค.ซึ่งผลผลิตจะออกมาเยอะ แต่ปรากฏว่าในช่วงต้นเกิดความสับสนว่าจะขายทุเรียนลูกละร้อยเป็นทุเรียนเกรดไหน จึงทำให้เกิดความเป็นห่วงของชาวสวน และคนที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานว่า จะเป็นการส่งสัญญาณให้ราคาตลาดลดลงหรือไม่ สรุปก็คือ ผิดจังหวะและสื่อสารไม่ชัดเจน พบว่าที่นำมาขายคือทุเรียนเกรดร้อง และไม่ใช่ 1 ล้านลูก” นายเดชรัตน์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกระทบ หรือกวนกับราคาตลาดทุเรียนหรือไม่ นายเดชรัต กล่าวว่า คิดว่ายังไม่กวนเพราะเกิดกระแสท้วงติงเร็ว ทำให้สุดท้ายกระทรวงพาณิชย์ต้องมาชี้แจงว่าไม่ใช่ ไม่เกี่ยว จึงเป็นการยุติความเสี่ยงผลกระทบต่อราคาทุเรียนได้ ย้ำว่าเรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดจากทุเรียน แต่เมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดจากปาล์มน้ำมันด้วย เพราะจีนส่งสัญญาณว่าห้ามส่งออกไป แต่จริงๆ ไม่ได้ห้าม คือให้ส่งออกได้ภายใต้ปริมาณที่อนุญาต อีกทั้งปริมาณส่งออกก็ยังน้อยกว่าปริมาณที่อนุญาต แต่กลาบเป็นว่าส่งสัญญาณคลาดเคลื่อน ราคาปาล์มน้ำมันจึงลดลง 2 บาท ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจะเป็นบทเรียนเรื่องการสื่อสารให้มีความแม่นยำ อย่าให้กระทบราคาที่เกษตรกรจะได้รับ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา