
ผู้แทนสมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย (Confederation of Thai Journalists-CTJ ) เข้าร่วมการประชุมใหญ่สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน (Confederation of Asean Journalists-CAJ) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 26- 30 เมษายน 2569
นายนคร วีระประวัติ ประธานสมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ได้มอบหมายให้ นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ที่ปรึกษาสมาพันธ์ฯ นางสาว น.รินี เรืองหนู รองประธานสมาพันธ์ฯ และ นายอนุชา เจริญโพธิ์ รองเลขาธิการสมาพันธ์ฯ เป็นผู้แทนสมาพันธ์ฯ เข้าร่วมประชุมใหญ่สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียนร่วมกับผู้แทนสมาพันธ์ฯ จากประเทศต่างๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม ได้แก่ ไทย เวียดนาม สปป.ลาว มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และมีผู้สังเกตการณ์จากเมียนมา เกาหลีใต้ และ จีน
วาระสำคัญในการประชุมครั้งนี้คือ สมาคมนักข่าวอินโดนีเซียได้ส่งมอบตำแหน่งประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียนให้กับสหภาพสื่อมวลชนแห่งชาติมาเลเซีย ซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่งครั้งละ 2 ปี เพื่อดำเนินการกิจกรรมที่ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างสื่อมวลชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางความท้าทายจากโลกและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน
ในการประชุมใหญ่ครั้งนี้ ผู้แทนสมาพันธ์ฯ จากประเทศต่างๆในอาเซียนได้เห็นพ้องต้องกันในการออกแถลงการณ์กัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2569 เพื่อย้ำเจตนารมณ์ร่วมกันในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของงานสื่อสารมวลชนในภูมิภาค
ที่ประชุมได้อ้างอิงถึงแถลงการณ์บาหลี ปี 2565 และยืนยันหลักการสำคัญของการเป็นสื่อที่เสรี รับผิดชอบ และมีจริยธรรม พร้อมเน้นความร่วมมือระดับภูมิภาค
ผู้แทนจาก CAJ ตระหนักว่า เทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนแปลงวงการสื่อ ทั้งด้านการผลิต การเผยแพร่ และการรับข้อมูล แม้ AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและการเข้าถึงผู้ชม แต่ก็มีความเสี่ยง เช่น การแพร่ข้อมูลเท็จ การบั่นทอนความเชื่อมั่น และการใช้ในทางที่ผิด
ที่ประชุมจึงเห็นพ้องว่า บทบาทของ “นักข่าวมืออาชีพ” ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการ ”ตรวจสอบ“ ข้อมูล และ ”รักษา“ ความจริง พร้อมเรียกร้องให้มีการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และไม่แทนที่การตัดสินใจของมนุษย์
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้สร้างมาตรการป้องกันที่เข้มแข็งขึ้น เช่น การกำหนดมาตรฐานการใช้เนื้อหาที่สร้างโดย AI การเปิดเผยแหล่งที่มา และการรับมือกับ deepfake หรือสื่อสังเคราะห์อื่นๆ
ที่ประชุมย้ำว่า เสรีภาพสื่อเป็นรากฐานของประชาธิปไตย การพัฒนาอย่างยั่งยืน และเสถียรภาพในภูมิภาค พร้อมแสดงความกังวลต่อแรงกดดันที่นักข่าวเผชิญ ทั้งข้อจำกัดทางกฎหมาย การคุกคาม และภัยในโลกดิจิทัล
CAJ ยังเรียกร้องให้มีกรอบกำกับดูแลที่เป็นธรรม เพื่อให้แพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลกดำเนินงานอย่างรับผิดชอบ เคารพบริบทท้องถิ่น และสนับสนุนความยั่งยืนขององค์กรสื่อในอาเซียน
ท้ายที่สุด สมาชิก CAJ เห็นพ้องที่จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ การพัฒนาศักยภาพ และโครงการด้านการรู้เท่าทัน AI และการทำงานสื่ออย่างมีจริยธรรม พร้อมยืนยันว่าจะจัดทำ แผนปฏิบัติการใหม่ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของสื่อ คุ้มครองเสรีภาพ และส่งเสริมนวัตกรรมเชิงจริยธรรมในยุคดิจิทัล

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา