
ปปง. สั่งยึดอายัดทรัพย์ 'นางโซเพีย' ชาวกัมพูชา-พวก แก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมมูลค่า 4.7 ล้าน หลังหลอกเหยื่อโอนเงินอ้างค้างชำระบัตรเครดิต
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรม ที่ ย. 89/2569 เรื่อง ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว ลงวันที่ 4 เมษายน 2569 รายนางโซเพีย (Mrs.Sophea) บุคคลสัญชาติกัมพูชา กับพวก ซึ่งเป็นกรณีมีพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา โดยเป็นการยึดและอายัดทรัพย์สินจำนวน 2 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่ารวมประมาณ 4,702,302 บาท
คำสั่งระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2564 มีผู้เสียหายถูกคนร้ายหลอกลวงอ้างว่ามียอดค้างชำระบัตรเครดิตและกระทำความผิดฐานฟอกเงินค่ายาเสพติด จนหลงเชื่อโอนเงินจำนวน 713,000 บาท ไปยังบัญชีที่คนร้ายกำหนด ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับนางโซเพีย และนายขจรยศ ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยศาลจังหวัดสมุทรสาครได้มีคำพิพากษาลงโทษนางโซเพีย เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 นอกจากนี้ยังพบพฤติการณ์ใช้และมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ อันเข้าลักษณะเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (3) และ (18) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
คำสั่งมีรายละเอียดดังนี้
ด้วยสำนักงาน ปปง. ได้ตรวจสอบรายงานการทำธุรกรรมและรวบรวมพยานหลักฐาน ปรากฏหลักฐานที่เชื่อได้ว่า นางโซเพีย มีพฤติการณ์กระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 2 รายการ ประกอบด้วยเงินสดและเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีสภาพคล่อง สามารถโอน ยักย้าย หรือซ่อนเร้นได้โดยง่าย
คณะกรรมการธุรกรรมในการประชุม ครั้งที่ 4/2569 จึงมีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว จำนวน 2 รายการ พร้อมดอกผล มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 โดยแบ่งเป็น
-
ทรัพย์สินที่ยึด เงินสด จำนวน 4,387,000 บาท ในความครอบครองของนางโซเพีย
-
ทรัพย์สินที่อายัด เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี MR.RAVICHET จำนวน 315,302 บาท
รวมราคาประเมินทั้งสิ้นประมาณ 4,702,302 บาท
ทั้งนี้ ผู้ซึ่งถูกยึดและอายัดทรัพย์สินตามคำสั่งนี้ หรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินดังกล่าว สามารถยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อเลขาธิการ ปปง. พร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอเพิกถอนคำสั่งได้ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือ โดยการกระทำใด ๆ เพื่อยักย้าย ซ่อนเร้น หรือทำให้ทรัพย์สินที่ถูกยึดอายัดเสียหาย อาจมีความผิดทางอาญาตามกฎหมายฟอกเงิน

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา