
ครม.รับลูก ‘อนุทิน’ มอบหมาย ‘ก.ทรัพยากรฯ’ ศึกษาความเป็นได้ให้ ‘ป่าชุมชน’ 1.1 หมื่นแห่งทั่วประเทศ ขายคาร์บอนเครดิตได้โดยตรง
..................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา ครม. มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ซึ่งมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ไปรับฟังความคิดเห็นจากคณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัดทั่วประเทศ และศึกษาแนวทางในการทำให้ป่าชุมชนแต่ละแห่งสามารถขายคาร์บอนเครดิตได้โดยตรง
“ด้วยในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 เม.ย.2569 นายกรัฐมนตรีเสนอว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีป่าชุมชนอยู่ทั่วประเทศจำนวนรวมกว่า 11,000 แห่ง โดยหลักสำคัญในการจัดตั้งป่าชุมชน คือ การทำให้คนอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืนโดยชุมชนร่วมกับรัฐดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้ควบคู่ไปกับการใช้ประโยชน์จากป่า และโดยที่ป่าเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนได้อย่างดี
ดังนั้น หากมีมาตรการที่ทำให้ชุมชนและสมาชิกของป่าชุมชน มีรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตโดยตรง โดยถ้ามีเงินรายได้ทั้งหมด ก็จะเป็นการส่งเสริมให้สมาชิกป่าชุมชน มีรายได้อย่างยั่งยืน และเป็นแรงจูงใจให้มีการปลูกป่าอย่างจริงจัง อันจะทำให้ป่าชุมชนมีบทบาทสำคัญในการดูดซับ และกักเก็บก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ เป็นศูนย์ (NetZero) ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย
จึงมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำแนวทางดังกล่าวไปรับฟังความคิดเห็นจากคณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งให้ศึกษาแนวทางที่จะทำให้ป่าชุมชนแต่ละแห่งสามารถขายคาร์บอนเครดิตได้โดยตรง เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและสมาชิกของป่าชุมชน
ทั้งนี้ หากแนวทางการดำเนินการดังกล่าวข้างต้นได้รับการยอมรับ จากคณะกรรมการป่าชุมชนประจำจังหวัดเป็นส่วนใหญ่และต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ก็ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเสนอร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไปโดยเร็ว ซึ่งคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วลงมติเห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ” หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุดที่ นร 0505/8731,8732 แจ้งมติ ครม.เรื่อง การดำเนินการเกี่ยวกับพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ.2562 ลงวันที่ 30 เม.ย.2569 ระบุ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา