
‘ธปท.’ เปิดรับฟังร่างหลักเกณฑ์ต่ออายุผ่อนคลาย ‘มาตรการ LTV’ อีก 1 ปี ถึง มิ.ย.70 หลัง ‘ภาคอสังหาฯ’ ยังไม่ฟื้น-เจอ ‘สงครามตะวันออกกลาง’ ซ้ำเติม ‘บ้านหลังที่สอง-บ้านมูลค่าตั้งแต่ 10 ล้าน’ กู้ได้ 100%
..........................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างหลักเกณฑ์การผ่อนคลายหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจเป็นการชั่วคราว หรือ หลักเกณฑ์ LTV โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นฯไปจนถึงวันที่ 5 มิ.ย.2569
สำหรับร่างหลักเกณฑ์การผ่อนคลายหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยฯ ดังกล่าว มีสาระสำคัญ คือ
1.กําหนดให้เพดานอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกันเป็นร้อยละ 100 สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ทั้งกรณี (1) มูลค่าหลักประกันตํ่ากว่า 10 ล้านบาท ตั้งแต่สัญญากู้หลังที่ 2 เป็นต้นไป และ (2) มูลค่าหลักประกันตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ตั้งแต่สัญญากู้หลังที่ 1 เป็นต้นไป
2.การผ่อนคลายนี้ให้เป็นการชั่วคราว สำหรับสัญญาเงินกู้ที่ทำสัญญาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2569 ถึงวันที่ 30 มิ.ย.2570

ธปท. ระบุถึงเหตุผลและความจำเป็นการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างหลักเกณฑ์ LTV ฉบับนี้ว่า ในปัจจุบันภาวะตลาดสังหารินทรัพย์ยังคงชะตัวต่อเนื่องและอุปทานคงค้างยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกัน ภาคอสังหาริมทรัพย์ ยังเผชิญความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์จากสงครามตะวันออกกลางที่กระทบต่อความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย ต้นทุนการก่อสร้าง รวมทั้งความเชื่อมั่นของครัวเรือนและภาคธุรกิจ ซึ่งจะเป็นแรงกดดันเพิ่มเติม (shock) ให้ภาคอสังหาริมทรัพย์สามารถหดตัวได้รุนแรงและกลับมาฟื้นตัวได้ยากมากขึ้น
ดังนั้น ธปท.จึงเห็นสมควรออกประกาศผ่อนคลายหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจเป็นการชั่วคราว (เกณฑ์ LTV) เป็นการชั่วคราวอีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2569 ถึง 30 มิ.ย.2570 เพื่อช่วยประคับประคองภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) เชื่อมโยงกับภาคเศรษฐกิจต่างๆ และการจ้างงานเป็นจำนวนมากผ่านการบรรเทาปัญหาอุปทานคงค้าง
โดยการผ่อนคลายหลักเกณฑ์ในครั้งนี้ คาดว่าจะไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินมากนัก เนื่องจากภาวะการเงินตึงตัว สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจระมัดระวังในการให้สินเชื่อ รวมยังไม่พบสัญญาณการเก็งกำไรในภาคอสังหาริมทรัพย์
“เนื่องจากการผ่อนคลายหลักเกณฑ์ LTV ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจะสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.2569 และประกาศฉบับนี้เป็นการปรับเพดาน LTV ให้เท่ากับเพดานหลักเกณฑ์ LTV ที่ผ่อนคลายอยู่ในปัจจุบัน อีกทั้ง ธปท.พิจารณาแล้วเห็นว่า ควรเร่งดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์ดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อรองรับความเสี่ยงหรือ shock ในระยะข้างหน้าจากความไม่สงบในตะวันออกกลางที่จะเกิดขึ้นต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ จนลุกลามไปสู่ภาคเศรษฐกิจจริงได้
และดูแลประโยชน์ของประชาชนในการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยตามความจำเป็น ผ่านสินเชื่อด้วยวงเงินสูงสุดตามมูลค่าหลักประกันได้ง่ายขึ้น เกิดความต่อเนื่อง รวมถึงรักษาความเชื่อมั่นให้กับภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ซึ่งที่ผ่านมา ธปท.ได้หารือร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงที่จะได้รับผลกระทบจากการออกประกาศฉบับนี้ ได้แก่ บริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนและไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร
สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมอาคารชุดไทย และชมรมสินเชื่อเพื่อที่อาศัย ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกจากธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเป็นวิธีการรับฟังความคิดเห็นที่เข้าถึงกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องที่มีประสิทธิภาพ
ดังนั้น ธปท.จะรับฟังความคิดเห็นทั้งหลักการและร่างหลักเกณฑ์ผ่านระบบกลางเพียงครั้งเดียวเป็นระยะเวลา 30 วัน ตามนัยข้อ 4 ของคำแนะนำของคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย เรื่อง การรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องประกอบการจัดทำร่างกฎหมาย และที่แก้ไขเพิ่มเติม” ธปท.ระบุ
อ่านเพิ่มเติม : การผ่อนคลายหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา