
‘พิพัฒน์’ฟื้นนโยบาย ‘ยางพาราลดอุบัติเหตุ’ รอบนี้เน้นที่ ‘การ์ดเรล’ สั่ง 2 กรมถนน ‘ทางหลวง-ทางหลวงชนบท’ หวังดำเนินการปี 70 เพราะน่าจะมีงบเหลือ ระบุยางพาราลดอุบัติเหตุจริง เน้นย้ำเฉพาะ 29 สหกรณ์ ยืนยันรอบนี้จัดซื้อจัดจ้างทั่วไป ด้านอธิบดีทช.เผยเตรียมสำรวจจุดที่เหมาะสมต่อไป ขณะที่การดำเนินงานในปี 70 ขอรอดูก่อนว่า มีงบเหลือเท่าไหร่
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า นโยบายการนำผลิตภัณฑ์ยางพาราธรรมชาติมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยนั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ สมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็เคยดำเนินนโยบายนี้มาก่อน ซึ่งดำริในการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ โดยครั้งนั้นนำไปใช้ในการผลิตแผ่นยางครอบกำแพงคอนกรีต (RFB) หลักนำทางยางธรรมชาติ (RGP) และ แผ่นยางหุ้มราวเหล็ก (RGC) เป็นต้น ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในการดูดซับแรงกระแทกได้เพิ่มขึ้น 25-45% ลดความรุนแรงของการบาดเจ็บได้ถึง 35-40% และที่สำคัญยังมีความนุ่มนวลซึ่งเป็นมิตรต่อผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุข้างทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยครั้งนี้ มีแนวคิดที่จะนำผลผลติจากยางพารามาใช้กับราวกันอันตรายสำหรับทางสัญจรมาตรฐานหรือที่เรียกกันว่า การ์ดเรล (Guardrail) โดยลักษณะจะนำมาเคลือบลงไปอีกชั้นหนึ่ง จะทำให้เวลาที่้มีแรงกระแทกกับเหล็กนี้ จะทำให้ลดอาการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตลงไป โดยมีผลจากการทดสอบประมาณ 20% ที่สามารถลดความรุนแรงลงได้ โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์
ทั้งนี้ รูปแบบการของการจัดซื้อจัดจ้างในการดำเนินโครงการนี้ เบื้องต้น จะเชิญกลุ่มสหกรณ์ 29 สหกรณ์ที่เคยสร้างเครื่องจักรมาแล้วในการดำเนินการ โดยปกติราคายางชั้น 3 รมควันจะมีราคาอยู่ที่กโลกรัมละ 55-58 บาท เพราะฉะนั้น คิดว่าคุ้มค่าในการลงทุน และทำให้เกิดการสร้างงานให้กับสหกรณ์ทั้ง 29 แห่งด้วย ส่วนจะเริ่มดำเนินการได้เื่อไหร่นั้น ไม่แน่ใจว่าจะเริ่มในปี 2570 ได้ไหม จึงได้สั่งการกับทางอธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ว่า ถ้ามีงบประมาณเหลือจ่ายก็เอามาทำก่อน แต่ปี 2570 จะต้องมีการตั้งงบประมาณไว้ทั้งกรมทางหลวงชนบทและกรมทางหลวง
“หลังจากที่หารือกับกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทเสร็จ และจากการคุยกับสหกรณ์ทั้ง 29 แห่งแล้วนั้น ได้บอกประธานกับเลขาฯว่า ไปเชิญทั้ง 29 สหกรณ์มาประชุมที่กระทรวงฯอีกรอบหนึ่ง เพื่อตอกย้ำว่า ทั้ง 29 สหกรณ์พร้อมเดินหน้า แต่นโยบายของเราคือ 29 สหกรณ์นี้กระจัดกระจายไปทั่วภูมิภาค ถ้าพร้อมก้เตรียมตัว ส่วนในกระทรวงจะกำหนดเป็นนโยบายตั้งแต่ปี 70 ถึงจะไม่ได้ตั้งงบไว้ แต่ก็จะขอเอางบเหลือจ่ายมาเบื้องต้น หลังจากนั้นปี 2571 จะบรรจุเป็นนโยบาย โดยในส่วนนี้จะตั้งคณะทำงานขึ้นชุดหนึ่ง เพื่อลงรายละเอียดว่า ทางหลวงชนบทจะรับผิดชอบกี่เส้นทาง กี่กิโล ทางหลวงจะจัดสรรงบประมาณเท่าไหร่ ระยะทางเริ่มตรงไหน จุดไหนที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด จะเริ่มจุดนั้นก่อน” นายพิพัฒน์ระบุ
เมื่อถามว่า จะรับซื้อตรงกับสหกรณืหรือตั้งตัวแทนรับซื้อ นายพิพัฒน์กล่าวว่า จะจัดซื้อจัดจ้างทั่วไป แต่จะต้องคงคุณภาพให้ได้ทั้ง 29 สหกรณ์ การควบคุมคุณภาพสำคัญที่สุด ส่วนก่อนหน้าที่ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับการจัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจงนั้น ก็พูดไปแล้วว่า อยู่ใน 29 สหกรณื จะไม่เพิ่มและไม่รับผิดชอบในสหกรณ์ที่เพิ่มขึ้่น และให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทไปสำรวจจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ และไปทำงบประมาณต่อจากนั้น แต่ก่อนอื่นมาตรฐานต้องเหมือนกันทั้ง 29 สหกรณ์ ซึ่งจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้น จะดึงม.สงขลานครินทร์มาร่วมด้วย เพราะเป็นที่ทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้
ส่วนการนำยางพารามาเป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมจะทำให้ต้นทุนการทำการ์ดเรล (Guardrail) เพิ่มขึ้นไหม นายพิพัฒน์กล่าวว่า เป็นส่วนเพิ่มในการปรับเน้นคุณภาพความปลอดภัย ขอดูรายละเอียดก่อน เพราะตรงนี้คือส่วนเสริมในการลดอุบัติเหตุ

พิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.)
ด้านนายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) กล่าวว่า เป้าหมายของโครงการไม่ได้ทำให้อุบัติเหตุลดลง แต่ทำให้เวลาเกิดอุบัติเหตุไม่รุนแรงถึงบาดเจ็บสาหัาหรือเสียชีวิต ซึ่งตอนนี้ทั้ง 29 สหกรณ์ได้นำเสนอมาแล้วเบื้องต้นว่า ผลิตภัณฑ์มีอะไรบ้างที่จะสามารถนำมาใช้งานได้
ส่วนแนวทางดำเนินการรอบนี้ นายพิชิตกล่าวว่า ปัจจุบัน ทช.มีการ์ดเรลพร้อมอยู่แล้ว ซึ่งตัวการ์ดเรลผลิตมาจากเหล็กชุบสังกะสี ถ้ามีอุบัติเหตุโดยเฉพาะถ้ารถมอเตอร์ไซด์ชนกับการ์ดเรล ส่วนมากจะเสียชีวิต เพราะเมื่อชนกับตัวการ์ดเรลด้วยความเร็วสูง ศีรษะขาดบ้าง แต่ถ้ามียางพาราเคลือบจะช่วยบรรเทาความรุนแรงของอุบัติเหตุลงได้ โดยกรมจะลงไปสำรวจว่า มีจุดไหนที่เหมาะสมที่จะทำบ้าง ส่วนการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ในปี 2569 คงไม่ทันแล้ว ส่วนในปี 2570 ต้องรอดูงบที่เหลือจ่ายก่อนว่า เหลือเท่าไหร่

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา