'หมอวรงค์' จี้ สส.-สว. 700 คน ลดตั้ง 'ผู้ช่วย' เหลือ 3 คน ประหยัดภาษีประชาชน 630 ล้านบาทต่อปี - 'รองเลขาธิการสภาฯ' โต้ เงินช่วยเหลือค่าเล่าเรียนโรงเรียนนานาชาติ บุตรไม่เกิน 2 คน อายุไม่เกิน 25 ปี เบิกได้ 13,200 - ป.ตรี ไม่เกิน 25,000 บาท
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี แถลงข่าว ยืนยันกรณีการตั้งผู้ช่วย สส. สว. เพียง 3 คน เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณแผ่นดินว่า ประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา ได้มาแถลงข่าวครั้งหนึ่งเพื่อประกาศเจตนารมณ์ในการแต่งตั้งผู้ช่วย สส. 3 คน เพื่อเป็นต้นแบบในการปฏิรูประบบของสภาผู้แทนราษฎรก่อนและจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงประเทศได้ โดยถือว่าการแต่งตั้งผู้ช่วย สส. 3 คน เป็นแนวทางในการจัดการงบประมาณรายจ่ายของประเทศ พร้อมทั้งยืนยันว่า ผู้ช่วย สส. 3 คน ตั้งแต่จุดเริ่มต้นทำงานจนถึงวันนี้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ช่วย สส. จะได้รับเงินเดือนประมาณ 15,000 บาทต่อคน การตั้งผู้ช่วย สส. เพียง 3 คน จะประหยัดเงินภาษีของประชาชนได้เดือนละประมาณ 75,000 บาท หากคิดเป็น 1 ปี จะประหยัดงบประมาณแผ่นดินเป็นเงินประมาณ 9 แสนบาท เมื่อรวมทั้ง สส.และ สว.ที่มีจำนวนทั้งหมด 700 คน จะทำให้ประเทศประหยัดภาษีของประชาชนได้ปีละประมาณ 630 ล้านบาท
นพ.วรงค์กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังฝากข้อสังเกตถึงกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ขอให้รอบคอบในการดำเนินงานเพื่อให้มีการใช้จ่ายเงินกองทุนฯ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ผ่าน ๆ มา มี สส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองหนึ่ง ลาออกเพื่อให้ผู้ที่มีรายชื่อในลำดับถัดไปขึ้นมาเป็น สส. แทนและสามารถรับสิทธิต่าง ๆ จากกองทุนได้ ซึ่งกองทุนฯ มีการเก็บเงินจาก สส. และ สว. เดือนละ 3,500 บาท เพื่อสิทธิประโยชน์ 5 สิทธิ ดังนี้
1. เงินทุนเลี้ยงชีพ โดยจ่ายให้ตามระยะเวลาการสะสมเงินเข้ากองทุน คำนวณจากร้อยละของเงินประจำตำแหน่งเดือนสุดท้าย
2. เงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล สิทธิเบิกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลตามที่ระเบียบกำหนด ปัจจุบันอนุมัติจ่ายให้ในวงเงินไม่เกิน 130,000 บาทต่อปี
3. เงินช่วยเหลือกรณีทุพพลภาพ โดยจ่ายเงินช่วยเหลือรายเดือนให้กับอดีต สส.ที่ประสบภาวะทุพพลภาพ ปัจจุบันอยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือน
4. เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร โดยจ่ายเงินอุดหนุนการศึกษาให้แก่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ครอบคลุมตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงปริญญาตรีหรือเทียบเท่า สำหรับบุตรคนที่ 1 และคนที่ 2
5. เงินช่วยเหลือกรณีถึงแก่กรรม โดยจ่ายเงินช่วยเหลือให้แก่ทายาทเมื่ออดีตสมาชิกรัฐสภาเสียชีวิต ปัจจุบันกำหนดไว้ที่ 200,000 บาท

@ รองเลขาธิการสภาฯ โต้ ตรวจสุขภาพประจำปี-เบิกค่าเรียน รร.นานาชาติ
ด้านนายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร แถลงชี้แจงกรณีข้อสังเกตของนพ.วรงค์ เกี่ยวกับสิทธิประโยน์ของกองทุนฯ ว่า ประเด็นแรก การรักษาพยาบาลเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพประจำปี ไม่เกิน 1.3 แสนล้านบาทต่อปี คณะกรรมการกองทุนฯ แสดงความเห็นในการแก้ไขเพิ่มเติมว่า การตรวจสุขภาพในเชิงป้องกันจะช่วยให้รัฐสามารถประหยัดงบประมาณรายจ่ายได้มากกว่าการจ่ายเงินเพื่อการรักษาพยาบาล
นายณัฏฐกฤษฏ์กล่าวว่า สำหรับเงินช่วยเหลือการศึกบุตร กรณีบุตรที่ศึกษาโรงเรียนนานาชาติเบิกได้เต็มจำนวนนั้น ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง แม้จะสามารถเบิกค่าเล่าเรียนโรงเรียนนานาชาติทำได้ แต่ตามระเบียบคณะกรรมการกองทุน ฯ พ.ศ. 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือ การจ่ายเงินช่วยเหลือในกรณีการศึกษาบุตร สำหรับโรงเรียนนานาชาติ ได้รับการช่วยเหลือ 1 ปีการศึกษา (1 ปีการศึกษา มี 2-3 ภาคเรียน) บุตรไม่เกิน 2 คน (บุตรคนที่ 1 กับ บุตรคนที่ 2) และอายุต้องไม่เกิน 25 ปี โดยต้องพิจารณาว่าเป็นสถานศึกษาของเอกชนที่รับเงินอุดหนุนหรือไม่รับเงินอุดหนุน และการศึกษาอยู่ระดับชั้นใด ซึ่งจะได้รับอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือการศึกษาบุตรตามที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยสถานศึกษาของเอกชน ประเภทไม่รับเงินอุดหนุน ระดับชั้น ประถมศึกษาหรือเทียบเท่า เบิกตค่าเล่าเรียนได้ ไม่เกิน 13,200 บาท มัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่า ไม่เกิน 15,800 บาท มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ หลักสูตร ปวช. หรือ เทียบเท่า ไม่เกิน 16,200 บาท ปริญญาตรี ไม่เกิน 25,000 บาท
ที่มาภาพ : เว็บไซต์ รัฐสภาไทย (https://www.parliament.go.th/)

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา