
‘อนุทิน’ พบ ‘มาครง’ ประสานความร่วมมืออุตฯโลก ทั้งพลังงานทางเลือก อวกาศ การบิน ระบบสายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI Data Center ยืนยันหลักกาคุย ‘กัมพูชา’ ยึดหลัก UNCLOS เลิก MOU 44 ต่อยอดความร่วมมือด้านความมั่นคง ยกระดับฝึกคอบบร้าโกลด์สู่การปราบอาชญากรรมไซเบอร์
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าหารือกับ นายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ณ ทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส กรุงปารีส เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 20.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นฝรั่งเศส ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง โดยประธานาธิบดีฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำแก่นายกรัฐมนตรีไทยและคณะ
การหารือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศสไปสู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ พร้อมขยายความร่วมมือในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุน ความมั่นคง ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และประเด็นระหว่างประเทศที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญร่วมกัน
@ร่วมมือมุ่งอุตฯพลังงานทางเลือก-อวกาศ-AI Data Center
ผู้นำทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับฝรั่งเศสให้เติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมมูลค่าสูงและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น พลังงานทางเลือก อวกาศ การบิน ระบบสายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI Data Center ซึ่งเป็นสาขาที่ภาคเอกชนฝรั่งเศสมีความเชี่ยวชาญและศักยภาพสูง
ภายหลังการหารือกับ MEDEF International และภาคเอกชนชั้นนำของฝรั่งเศส พบว่าหลายบริษัทแสดงความสนใจลงทุน หรือขยายการลงทุนในประเทศไทยเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน ฝรั่งเศสได้ชื่นชมการลงทุนของภาคเอกชนไทยในฝรั่งเศส และต้องการเห็นการลงทุนจากไทยในฝรั่งเศสเพิ่มขึ้นเช่นกัน
อีกประเด็นสำคัญคือการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป หรือ Thailand–EU FTA ซึ่งรัฐบาลไทยให้ความสำคัญ และมุ่งผลักดันให้การเจรจาแล้วเสร็จภายในปีนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณฝรั่งเศสที่สนับสนุนกระบวนการเจรจาอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่า ความตกลงดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนให้แก่ไทย ฝรั่งเศส และสหภาพยุโรปโดยรวม
@ร่วมมือปราบภัยไซเบอร์
ด้านความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายหารือถึงการต่อยอดความร่วมมือจากการฝึกร่วมทางทหาร เช่น การฝึกคอบร้าโกลด์ ไปสู่ความร่วมมือด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะความปลอดภัยทางไซเบอร์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลไทยในการแสวงหาความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อรับมือภัยออนไลน์ อาชญากรรมข้ามชาติ และเครือข่ายสแกมเมอร์
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไทยให้ความสำคัญกับการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างจริงจัง โดยที่ผ่านมาไทยสามารถดำเนินคดี ส่งกลับตัวผู้ต้องหา และจับยึดทรัพย์สินผิดกฎหมายได้จำนวนมาก จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากประเทศหุ้นส่วน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการป้องกันและปราบปรามภัยลักษณะนี้
@ยืนหลักการเลิก MOU 44 ใช้หลัก UNCLOS ในการเจรจา
สำหรับประเด็นสถานการณ์ไทย–กัมพูชา นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไทยยึดมั่นในหลักอธิปไตย สันติภาพ และกฎหมายสากล โดยกรณีการยกเลิก MOU 44 นั้น เป็นผลจากการที่ตลอดระยะเวลาเกือบ 25 ปี ไม่เกิดความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ไทยจึงเลือกใช้หลักกฎหมายสากล โดยเฉพาะกรอบ UNCLOS ภายใต้การพูดคุยระหว่างสองประเทศ
ส่วนปัญหาชายแดนทางบก ไทยจะดำเนินการตาม Joint Statement ที่ได้มีการลงนามไว้เมื่อปลายปีที่ผ่านมา พร้อมย้ำว่าการแก้ไขปัญหาต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง กฎหมาย และการพิสูจน์ความจริงใจของฝ่ายกัมพูชา
นอกจากนี้ ผู้นำทั้งสองประเทศยังได้หารือถึงสถานการณ์เมียนมา โดยไทยย้ำบทบาทในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาด้วยแนวทางสันติภาพ เสถียรภาพ และความร่วมมือในภูมิภาค
ทั้งนี้ ไทยและฝรั่งเศสเตรียมเดินหน้าแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนไทย–ฝรั่งเศส ปี ค.ศ. 2026–2028 หรือ Joint Action Plan to strengthen the Thai-French Partnership 2026–2028 ซึ่งถือเป็นกรอบความร่วมมือสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีไปสู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม
การหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยกับประธานาธิบดีฝรั่งเศสครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศส ทั้งในมิติการเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐกิจ การลงทุน ความมั่นคง และความร่วมมือด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการขยายความร่วมมือให้สอดรับกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2026–2028

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา