
‘สคก.’ เปิดรับฟังความเห็นฯ หลักการ ‘ร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีแพ่งเล็กน้อย’ เปิดทางไกล่เกลี่ย ‘ยุติคดีพิพาท-คำขอปลดเปลื้องทุกข์’ จำนวนเงินไม่เกิน 5 หมื่นบาท
...........................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นฯต่อ ร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีแพ่งเล็กน้อย พ.ศ. .... โดยมีสาระสำคัญ คือ การกำหนดให้มีวิธีพิจารณาคดีแพ่งเล็กน้อย การจัดตั้งแผนกคดีแพ่งเล็กน้อยในศาลชั้นต้นที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งเล็กน้อย โดยมีเจ้าพนักงานคดีแพ่งเล็กน้อย เป็นผู้ช่วยเหลือ ให้คำแนะนำในการยื่นฟ้องคดี ตลอดจนมีกระบวนการไกล่เกลี่ย เพื่อยุติข้อพิพาทด้วยความสมานฉันท์ และใช้วิธีพิจารณาคดีที่ไม่เคร่งครัด
สำหรับหลักการและประเด็นสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีแพ่งเล็กน้อย พ.ศ. .... มีดังนี้
1.กำหนดบทนิยามคำว่า “คดีแพ่งเล็กน้อย” ว่าหมายถึง
(1) คดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้จำนวนไม่เกิน 50,000 บาท หรือไม่เกินจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
(2) คดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ เนื่องจากการก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญระหว่างผู้ครอบครองหรือผู้อยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์ หรือผู้อยู่อาศัยในเรือหรือแพ และคดีละเมิดบทบัญญัติมาตรา 1337 มาตรา 1339 มาตรา 1341 มาตรา 1342 มาตรา 1347 หรือมาตรา 1355 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทั้งนี้ หากมีการเรียกร้องค่าเสียหาย ค่าเสียหายต้องไม่เกิน 50,000 บาท หรือไม่เกินจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
2.กำหนดให้จัดตั้งแผนกคดีแพ่งเล็กน้อยในศาลชั้นต้นที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งเล็กน้อย โดยให้เจ้าพนักงานคดีแพ่งเล็กน้อยเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินงานของแผนก โดยศาลที่มีแผนกคดีแพ่งเล็กน้อยจะมีคำสั่งให้เปิดทำการนอกเวลาทำงานปกติหรือในวันหยุดงาน ณ ที่ใด ๆ ได้ตามที่เห็นสมควร
3.กำหนดให้มีตำแหน่ง “เจ้าพนักงานคดีแพ่งเล็กน้อย” มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(1) ให้คำแนะนำและช่วยเหลือคู่กรณีหรือคู่ความในการดำเนินกระบวนพิจารณา
(2) มีอำนาจเรียกบุคคลใดมาให้ข้อมูลหรือให้จัดส่งเอกสารหรือพยานหลักฐานใด ๆ เพื่อประกอบการพิจารณา
(3) ดำเนินกระบวนพิจารณาใดที่มิใช่การวินิจฉัยชี้ขาดคดีตามที่ศาลมอบหมาย
(4) ดำเนินการไกล่เกลี่ยคดี
(5) รวบรวมพยานหลักฐานและสรุปความเห็นรายงานต่อศาล
(6) ตรวจสอบและเร่งรัดการส่งสำนวนคดีที่มีการอุทธรณ์ไปยังศาลชั้นอุทธรณ์
(7) ให้คำแนะนำและช่วยเหลือเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและลูกหนี้ตามคำพิพากษาในการบังคับคดี
(8) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ศาลมอบหมายตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกา
4.กำหนดหลักการทั่วไปในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีแพ่งเล็กน้อย ดังต่อไปนี้
(1) วิธีพิจารณาคดีแพ่งเล็กน้อย มีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวกและใช้วิธีพิจารณาที่ไม่เคร่งครัด เพื่อให้คดีเสร็จสิ้นไปอย่างรวดเร็ว ประหยัด และเป็นธรรม
(2) การพิจารณาคดีแพ่งเล็กน้อย ให้เป็นไปตามบทบัญญัติในพระราชบัญญัตินี้และข้อกำหนดของประธานศาลฎีกา ในกรณีที่ไม่มีบทบัญญัติดังกล่าว ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม
(3) เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลมีอำนาจผ่อนคลายความเคร่งครัดของกระบวนพิจารณาบางประการ เช่น ศาลมีอำนาจย่นหรือขยายระยะเวลาตามกฎหมายได้ตามความจำเป็น ศาลอาจมีคำสั่งให้คู่ความที่ดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ถูกต้อง ดำเนินกระบวนพิจารณาให้ถูกต้องได้ภายในระยะเวลาและเงื่อนไขที่ศาลเห็นสมควรกำหนด
(4) มีการนำเอาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้กับการรับส่งคำคู่ความหรือเอกสารอื่นใด เช่น ส่งทางระบบไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail)
(5) กำหนดให้เจ้าพนักงานคดีมีบทบาทในการช่วยเหลือศาล ดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ตามที่ศาลมอบหมายซึ่งมิใช่การวินิจฉัยชี้ขาดคดีแทน ตลอดจนทำรายงานเสนอต่อศาลขอให้ออกคำสั่งหรือหมาย หรือดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างหนึ่งอย่างใดได้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
5.กำหนดวิธีพิจารณาคดีแพ่งเล็กน้อยในศาลชั้นต้น ได้แก่
5.1 การฟ้องคดี
(1) การฟ้องคดีแพ่งเล็กน้อย ให้ใช้แบบคำฟ้องที่ใช้ถ้อยคำที่เข้าใจได้โดยง่าย
(2) การฟ้องคดีแพ่งเล็กน้อย โจทก์เสียค่าขึ้นศาลรวมแล้วไม่เกิน 1,000 บาท หากโจทก์ไม่มีเงินพอจะเสียค่าขึ้นศาล เจ้าพนักงานคดีแพ่งเล็กน้อยอาจสั่งยกเว้นทั้งหมดหรือบางส่วนได้
5.2 คำสั่งให้จำเลยชำระหนี้ (Payment Order)
คำสั่งให้จำเลยชำระหนี้เป็นมาตรการที่เจ้าหนี้ฟ้องลูกหนี้ให้ดำเนินการชำระหนี้ตามสัญญาซึ่งปรากฏเอกสารหลักฐานแสดงถึงสิทธิและหน้าที่ที่มีต่อกันระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ที่ชัดเจนแน่นอนอยู่แล้ว แต่เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระแล้วลูกหนี้ไม่ดำเนินการชำระหนี้ การผิดนัดของลูกหนี้จึงเป็นการประวิงเวลาชำระหนี้เท่านั้น คำสั่งให้จำเลยชำระหนี้จึงมิได้เป็นเรื่องของการปฏิเสธความถูกต้องหรือมีอยู่ของสัญญาอันเป็นบ่อเกิดแห่งหนี้ และตัวลูกหนี้เองไม่สามารถนำพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักอย่างอื่นมาโต้แย้งพยานหลักฐานในส่วนของเจ้าหนี้ได้
กระบวนการดังกล่าวจึงเป็นการดำเนินการของศาลในรูปแบบกึ่งอัตโนมัติที่ไม่มีความยุ่งยากซับซ้อน เข้าถึงได้โดยง่าย รวมทั้งประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี คำสั่งให้จำเลยชำระหนี้ (Payment Order) มีสาระสำคัญดังนี้
(1) คำสั่งให้จำเลยชำระหนี้ มิให้ใช้บังคับกับการฟ้องคดีของนิติบุคคล และบุคคลธรรมดาซึ่งประกอบธุรกิจในทางให้สินเชื่อ การให้กู้ยืมเงิน การรับซื้อฝาก การขายเงินผ่อน การให้เช่าซื้อ การให้เช่าแบบลิสซิ่ง และการให้สินเชื่อรูปแบบอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกันเป็นทางการค้าปกติ
(2) โจทก์อาจยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งให้จำเลยชำระหนี้ พร้อมกับคำฟ้องคดีแพ่งเล็กน้อยได้ ในกรณีที่ศาลพิจารณาคำฟ้องแล้วเชื่อได้ว่าเป็นคดีผิดสัญญาอันเกิดจากมูลหนี้ที่ถึงกำหนดชำระแล้วและเป็นการเรียกร้องให้ชำระหนี้เงินที่มีจำนวนแน่นอน ให้ศาลออกคำสั่งให้จำเลยชำระหนี้ทันที
5.3 การไกล่เกลี่ยและการประนีประนอมยอมความ
เจ้าพนักงานคดีแพ่งเล็กน้อยเป็นผู้ดำเนินการให้คู่ความได้มีการไกล่เกลี่ยโดยเร็ว กำหนดวันนัดไกล่เกลี่ยและแจ้งให้คู่ความทราบว่า ถ้าโจทก์ไม่มาศาลในวันนัดไกล่เกลี่ย ศาลจะจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ แต่ถ้าจำเลยไม่มาศาล จำเลยอาจแพ้คดีได้ แต่ในกรณีมีความจำเป็นอันมิอาจจะก้าวล่วงได้ สามารถเลื่อนวันนัดไกล่เกลี่ยออกไปได้
5.4 การสืบพยานและวินิจฉัยชี้ขาดคดี
(1) การดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งเล็กน้อย ให้คำนึงถึงความเป็นจริงและเป็นธรรมเป็นสำคัญ และมิให้นำหลักเกณฑ์ว่าด้วยการรับฟังพยานหลักฐานและการยื่นพยานหลักฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้โดยเคร่งครัด
(2) การสืบพยาน ให้ดำเนินการอย่างไม่เป็นทางการ ศาลมีอำนาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบได้เองตามที่เห็นสมควร
(3) เมื่อศาลรับรายงานความเห็นจากเจ้าพนักงานคดีแพ่งเล็กน้อย ให้ศาลพิจารณาพิพากษาคดีให้แล้วเสร็จภายในวันนั้น เว้นแต่มีเหตุจำเป็นต้องสืบพยานหลักฐานเพิ่มเติม ให้ดำเนินการพิจารณาพิพากษาให้เสร็จโดยเร็ว
(4) ศาลมีอำนาจออกคำสั่งหรือคำพิพากษาด้วยวาจาได้
6.การอุทธรณ์ ให้กระทำได้เฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายที่อาจเปลี่ยนแปลงผลแห่งคดี โดยให้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีนั้นภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง เมื่อได้รับอุทธรณ์แล้ว ให้ศาลชั้นอุทธรณ์สั่งทุเลาการบังคับคดี ในการพิพากษาคดี ให้ศาลชั้นอุทธรณ์ถือข้อเท็จจริงตามศาลชั้นต้น เว้นแต่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงไม่ถูกต้อง ศาลชั้นอุทธรณ์อาจฟังข้อเท็จจริงใหม่ หรือไต่สวนพยานหลักฐานเพิ่มเติมแล้วชี้ขาดตัดสินคดีไปตามนั้น โดยไม่ต้องส่งสำนวนคืนศาลชั้นต้นไปดำเนินการ คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด
7.การบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง
การบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งให้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการ หากลูกหนี้ตามคำพิพากษาขัดขืนไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ ศาลอาจมีหมายเรียกลูกหนี้มาสอบถาม ถ้าลูกหนี้ไม่มาตามหมายเรียก ศาลอาจออกหมายจับได้ ถ้าลูกหนี้มาศาลหรือถูกจับตัวมา หากเป็นที่พอใจจากพยานหลักฐานว่าลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามคำบังคับได้ ถ้าไม่มีวิธีการบังคับอื่นใดที่จะบังคับได้ ศาลมีอำนาจสั่งกักขังลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ แต่ห้ามมิให้กักขังแต่ละครั้งเกินเจ็ดวัน รวมกันแล้วต้องไม่เกินหนึ่งเดือน หากลูกหนี้แสดงเหตุอันสมควรในการที่ ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับได้หรือตกลงที่จะปฏิบัติตามคำบังคับ ให้ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวลูกหนี้หรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นตามที่เห็นสมควรก็ได้
ภายหลังที่ศาลมีคำพิพากษาและได้ดำเนินการบังคับคดีเสร็จสิ้นแล้ว ปรากฏว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษายังคงกระทำการหรืองดเว้นกระทำการอันมีลักษณะอย่างเดียวกับที่ต้องปฏิบัติตามคำบังคับขึ้นอีก ให้ถือว่าลูกหนี้ยังคงฝ่าฝืนคำบังคับ เจ้าหนี้ชอบที่จะร้องขอให้บังคับแก่ลูกหนี้ได้โดยไม่จำต้องฟ้องเป็นคดีใหม่
8.บทเฉพาะกาล
(1) กำหนดรับรองบรรดาคดีที่มีลักษณะเป็นคดีแพ่งเล็กน้อยที่ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ใช้กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่ยื่นฟ้องนั้นบังคับแก่คดีดังกล่าวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
(2) กำหนดระยะเวลาให้สำนักงานศาลยุติธรรมต้องเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เพื่อให้มีเจ้าพนักงานคดีแพ่งเล็กน้อยให้เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่
9.สำหรับการแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งให้สอดคล้องรองรับกับร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีแพ่งเล็กน้อย พ.ศ. .... นั้น
(1) เสนอแก้ไขบทนิยามคำว่า “คดีมโนสาเร่” มิให้หมายรวมถึงคดีแพ่งเล็กน้อย และแก้ไขจำนวนทุนทรัพย์ของคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้จากเดิม “ไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือไม่เกินจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา” เป็น “ไม่เกินสามแสนบาทหรือไม่เกินจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา” เพื่อกำหนดความหมายของคดีมโนสาเร่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเสียใหม่ให้ชัดเจนและไม่เกิดความทับซ้อนกันกับบทนิยามคำว่า “คดีแพ่งเล็กน้อย” ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีแพ่งเล็กน้อย
(2) กำหนดให้ในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีมโนสาเร่ใดซึ่งมีลักษณะเป็นคดีแพ่งเล็กน้อย ให้เป็นดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาว่าสมควรดำเนินคดีอย่างคดีมโนสาเร่หรือคดีแพ่งเล็กน้อย เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม โดยพิจารณาจากจำนวนทุนทรัพย์ ลักษณะคดี สถานะของคู่ความ หรือเหตุสมควรประการอื่น
10.สำหรับการแก้ไขพระธรรมนูญศาลยุติธรรมให้สอดคล้องรองรับกับร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีแพ่งเล็กน้อย พ.ศ. .... นั้น เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 25 แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นบทบัญญัติว่าด้วยอำนาจของผู้พิพากษาคนเดียวในศาลชั้นต้น โดยเพิ่มอำนาจของผู้พิพากษาคนเดียวในการพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งเล็กน้อย เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
“โดยที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าปัจจุบันนี้ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นข้อพิพาทที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้ครอบครองหรือผู้อยู่อาศัยในที่อยู่อาศัย หรือความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้าน หรือข้อพิพาทที่มีทุนทรัพย์ไม่เกินห้าหมื่นบาท คู่พิพาทจะไม่นำคดีไปฟ้องต่อศาล เนื่องจากการฟ้องคดีต่อศาลมีขั้นตอนและกระบวนการที่ยุ่งยาก ไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับทุนทรัพย์ของเรื่องที่พิพาทกันหรือเวลาที่เสียไป ซึ่งอาจเป็นเหตุให้คู่พิพาทเลือกใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสมหรือรุนแรงในการแก้ไขปัญหาอันจะส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของสังคม
ดังนั้น เพื่อเป็นการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนเพื่อให้ได้รับความยุติธรรมโดยสะดวก รวดเร็ว และคุ้มค่า สมควรให้มีวิธีพิจารณาคดีแพ่งเล็กน้อยขึ้น โดยมีเจ้าพนักงานคดีแพ่งเล็กน้อยเป็นผู้ช่วยเหลือ ให้คำแนะนำในการยื่นฟ้องคดี ตลอดจนมีกระบวนการไกล่เกลี่ยเพื่อยุติข้อพิพาทด้วยความสมานฉันท์ และใช้วิธีพิจารณาคดีที่ไม่เคร่งครัด จึงจำเป็นต้องตรา พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีแพ่งเล็กน้อย พ.ศ. ....
นอกจากนั้น สมควรแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเพื่อกำหนดความหมายของคดีมโนสาเร่เสียใหม่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อมิให้กฎหมายที่จะนำมาใช้บังคับมีความซ้ำซ้อนกัน รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรมให้คดีแพ่งเล็กน้อยอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของผู้พิพากษาคนเดียว เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับการเยียวยาด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ให้สอดคล้องรองรับกับร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีแพ่งเล็กน้อยดังกล่าว” สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ระบุถึงที่มาและสภาพปัญหาที่ทำให้ต้องการตราตรา พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีแพ่งเล็กน้อย พ.ศ. ....
อ่านเพิ่มเติม : การรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการร่าง พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีแพ่งเล็กน้อย
a

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา