
MRO อู่ตะเภาไปต่อ ‘การบินไทย’สงบข้อเรียกร้องกับ UTA ยันไม่ย้ายที่ ใช้ 210 ไร่ตามผังเดิม ดันเข้าบอร์ด 15 มิ.ย.นี้ ก่อนเซ็นเช่าภายในปี 69 ‘อีอีซี’ เตรียมพื้นที่ 30 ไร่ ทำพื้นที่รองรับเครื่องบินส่วนตัว (Private Jet)
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 8 มิถุนายน 2569 นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา (MRO - Maintenance, Repair, and Overhaul) ขณะนี้ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หารือกับ บริษัท อู่ตะเภาอินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น (UTA) ผู้รับสัมปทานโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ได้ข้อยุติแล้ว โดยการบินไทยยืนยันใช้พื้นที่เดิมจำนวน 210 ไร่ ในการดำเนินโครงการ MRO ตามแผนเดิม จากก่อนหน้านี้ทาง UTA มีข้อเสนอขอให้การบินไทยพิจารณาย้ายพื้นที่ดำเนินโครงการ MRO ไปอยู่บริเวณกึ่งกลางของทางวิ่งที่ 2 (รันเวย์ 2) สนามบินอู่ตะเภา
โดยทางการบินไทยเตรียมนำเรื่องเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) ในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 หลังจากบอร์ดการบินไทยเห็นชอบแล้ว คาดว่าจะสามารถลงนามการเช่าพื้นที่ดังกล่าวกับอีอีซีได้ต่อไป เพื่อดำเนินการขั้นตอนการออกแบบ การจัดหาพาร์ตเนอร์ต่างๆ และลูกค้า โดยมีเป้าหมายเป็นศูนย์ซ่อมเครื่องบินชั้นนำระดับโลก คาดว่าใช้เวลาก่อสร้าง 2-3 ปี แล้วเสร็จและพร้อมให้บริการ พร้อมๆ กับรันเวย์ที่ 2 สนามบินอู่ตะเภาที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง
“คาดว่าจะลงนามสัญญาเช่าพื้นที่กับอีอีซีได้ภายในปีนี้ จากนั้นการบินไทยคงเร่งออกแบบ และเริ่มก่อสร้างปี 2570 เพื่อเร่งเปิดโครงการโดยเร็ว เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายค่าเช่าพื้นที่เกิดขึ้นแล้ว โดยการบินไทยจะได้รับสิทธิ์บริหารจัดการพื้นที่ 210 ไร่ หรือ Developer ทั้งการพัฒนาเองหรือหาพันธมิตรเฉพาะด้านเข้าร่วม ทั้งการซ่อมเครื่องบิน การให้บริการอากาศยานเฉพาะด้าน”
สำหรับโครงการ MRO พื้นที่ 210 ไร่ ของการบินไทยประเมินมูลค่าโครงการไว้ประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท ระยะเวลาสัญญาเช่า 50 ปี โดยรัฐจะได้รับผลตอบแทน 2 ส่วน คือ 1. ค่าเช่าพื้นที่ และ 2. การแบ่งปันผลประโยชน์จากส่วนแบ่งรายได้แบบขั้นบันได โดยช่วงปีที่ 1-4 ซึ่งอยู่ระหว่างออกแบบและก่อสร้างจะเก็บค่าเช่าพื้นที่อย่างเดียว โดยจะเริ่มคิดส่วนแบ่งรายได้เมื่อมีรายได้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นปีที่ 5 โดยกำหนดอัตรา ปีที่ 5-10 คิดส่วนแบ่งรายได้ 3%, ปีที่ 11-15 คิดส่วนแบ่งรายได้ 5% และปีที่ 15 เป็นต้นไปคิดส่วนแบ่งรายได้ 7%
นายจุฬากล่าวต่อว่า นอกจากนี้ อีอีซีมีแผนการพัฒนาพื้นที่ จำนวน 70 ไร่ ซึ่งอยู่ติดกับพื้นที่ MRO 210 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่สำหรับรองรับเครื่องบินส่วนตัว (Private Jet) จำนวน 30 ไร่ ซึ่งคาดจะเริ่มภายหลังจากโครงการ MRO ของการบินไทยได้ลงนามไปก่อน เพราะขั้นตอนการจัดทำร่างเงื่อนไข TOR Private Jet อู่ตะเภา ใช้เวลาไม่นาน ซึ่งเป้าหมายเปิดให้บริการพร้อมกับรันเวย์ 2 และ MRO การบินไทย ส่วนพื้นที่อีก 40 ไร่ที่เหลือจะพิจารณากิจกรรมที่เหมาะสมที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน
ส่วนก่อนหน้านี้ที่อีอีซีลงนามความร่วมมือกับ เวียตเจ็ทกรุ๊ป ในการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO Center) ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา เบื้องต้นเป็นการแสดงความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนของเวียตเจ็ท แต่ยังไม่ได้มีการลงรายละเอียดที่ชัดเจนว่าจะเป็นอะไร ซึ่งทางเวียตเจ็ทสามารถเสนอเจรจาการใช้พื้นที่ 210 ไร่กับการบินไทยได้ หรือสนใจในส่วนของ 40 ไร่ ที่อีอีซีจะเปิดพัฒนาต่อไปก็ได้

จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา