
คณะกรรมการรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสันกับถนนอโศก-ดินแดง ประชุมนัดที่ 2 วางกรอบการดำเนินงานแก้ไขสถานการณ์ 3 ระดับ ‘ด่วน’ กวดขันการสื่อสาร เข้มงวดการตรวจสารเสพติด-แอลกอฮอล์คนขับ ‘กลาง’ ดึงระบบ ATP มาใช้ เชื่อมต่อระบบสัญญาณไฟจราจรกับจุดตัดบริเวณใกล้เคียงเพื่อให้การทำงานสอดคล้องกันและติดตั้งกล้อง CCTV และAI ตรวจจับสิ่งกีดขวางจุดตัดที่มีความเสี่ยง และ ‘ยาว’ ดันสายสีแดงต่อขยาย ช่วงบางซื่อ - พญาไท -มักกะสัน - หัวหมาก และบางซื่อ – หัวลำโพง
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 14 มิถุนายน 2569 นายจิระพงษ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 69 มีการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสันกับถนนอโศก-ดินแดง ครั้งที่ 2
นายจิระพงษ์กล่าวว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานข้อเท็จจริง ผลการวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ ตลอดจนแนวทางถอดบทเรียนและจัดทำข้อเสนอเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการให้บริการขนส่งทางราง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการค้นหาสาเหตุ ปิดช่องโหว่ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีกในอนาคต
โดยแบ่งกรอบการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้
1.ระยะเร่งด่วน ดำเนินการภายใน 6 เดือน ในช่วงนี้จะเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างตำรวจนครบาล เจ้าหน้าที่ประจำตู้จราจร เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อปรับปรุงวิธีการสื่อสารและการใช้วิทยุสื่อสารให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงปรับระบบสัญญาณไฟจราจรให้สอดคล้องกับขบวนรถไฟ นอกจากนี้ จะเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายจราจรตรวจสารเสพติดและแอลกอฮอล์เจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัย กวดขันพนักงานขับรถองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และถร่วม ไม่ให้หยุดรถบนจุดตัด พร้อมสื่อสารให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายจากการฝ่าฝืนเครื่องกั้น
"การรถไฟฯ จะติดตั้งระบบ ATP (Automatic Train Protection) ในบริเวณจุดเกิดเหตุมักกะสัน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน หรือภายในสิ้นปีนี้ ก่อนขยายผลไปยังจุดตัดทางรถไฟอื่นในกรุงเทพมหานคร" นายจิระพงษ์กล่าว
2.ระยะกลาง ระยะนี้จะมุ่งเน้นการใช้ระบบควบคุมไฟสัญญาณจราจรให้สอดคล้องกับขบวนรถไฟ โดยนำโดยนำระบบAutomatic Train Protection (ATP) มาใช้เพื่อหยุดรถไฟอัตโนมัติ หากเครื่องกั้นยังลงไม่เรียบร้อย รวมถึงเชื่อมต่อระบบสัญญาณไฟจราจรกับจุดตัดบริเวณใกล้เคียงเพื่อให้การทำงานสอดคล้องกันและติดตั้งกล้อง CCTV และAI ตรวจจับสิ่งกีดขวางจุดตัดที่มีความเสี่ยง
"กระทรวงคมนาคมมีเป้าหมายติดตั้งระบบ ATP ควบคู่กับระบบสัญญาณไฟจราจรและระบบแจ้งเตือนบริเวณจุดตัดทางรถไฟทั่วกรุงเทพมหานคร โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 2 ปี" นายจิระพงษ์กล่าวอีกตอน
และ 3.ระยะยาว ดำเนินการลดจุดตัดเสมอระดับในกรุงเทพฯจำนวน 18 จุด ภายใต้โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ - พญาไท -มักกะสัน - หัวหมาก และบางซื่อ – หัวลำโพงพร้อมเร่งรัดโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ทั่วประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟเสมอระดับรวมทั้งจุดตัดทางลักผ่านทั่วประเทศ
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางราง จะเร่งประเมินจุดตัดทางรถไฟเสมอระดับทั่วประเทศ
เพื่อคัดเลือกจุดที่จำเป็นต้องติดตั้งระบบATP และมอบหมายให้รฟท. ดำเนินการติดตั้งระบบ ATP ตามข้อเสนออย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
สำหรับระบบ ATP ถือเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการป้องกันอุบัติเหตุทางราง ควบคุมความเร็วของขบวนรถไฟไม่ให้เกินกำหนด และสั่งเบรกอัตโนมัติทันทีหากพบว่าพนักงานขับรถใช้ความเร็วเกินกว่าที่กำหนด หรือฝ่าฝืนสัญญาณควบคุม ช่วยลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดของมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายจิระพงษ์ยังกล่าวอีกว่า กระทรวงคมนาคมยังมีแนวคิดนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้บริหารจัดการความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟทั่วประเทศ โดยมอบหมายให้การรถไฟฯ ศึกษาความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ รวมถึงพิจารณาติดตั้งระบบ ATP บนหัวรถจักรเพิ่มเติม เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางรางของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ จะเสนอมาตรการทั้งหมดต่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิจารณาแนวทาง ก่อนนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา
ส่วนผลการสอบข้อเท็จจริงกรณีอุบัติเหตุดังกล่าวได้รายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้ว ขณะที่การดำเนินคดีจะเป็นไปตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา