
‘สตง.’ เผยผลตรวจสอบพบ ‘จนท.’ ม.ราชภัฏมหาสารคาม ทุจริตหลีกเลี่ยงเสนอราคา-แบ่งซื้อแบ่งจ้าง ‘จัดหาพัสดุ’ 1,029 ครั้ง เสียหาย 279 ล้าน ล่าสุดอยู่ระหว่างดำเนินการทางวินัย-รับผิดทางละเมิดฯ
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เผยแพร่สรุปผลการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนในโครงการวิจัยและพัฒนาการสร้างอาชีพสร้างรายได้ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากจากผลกระทบการระบาดของโรคโควิด-19 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม โดยผลการตรวจสอบพบว่า โครงการฯ มีการกำหนดจัดกิจกรรม ณ โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 17 ครั้ง แต่มีการจัดกิจกรรมโครงการจริงเพียงครั้งเดียว
อย่างไรก็ตาม ได้มีการจัดทำเอกสารเบิกเงินโครงการทั้ง 17 ครั้ง มีการปลอมลายมือชื่อของผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีการจัดทำกําหนดการในการจัดกิจกรรมโครงการเป็นเท็จ รวมถึงปลอมใบเสร็จรับเงินสด เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายเงินตามโครงการ จึงเป็นการเบิกจ่ายเงินไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และเป็นการกระทำทุจริตหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบก่อให้เกิดความเสียหาย รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1.15 ล้านบาท
อีกทั้ง มหาวิทยาลัยฯได้มีการจัดซื้อพัสดุกับสหกรณ์การเกษตรผู้เพาะพันธุ์สัตว์น้ำแห่งหนึ่ง โดยมีพฤติการณ์แบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างในการจัดซื้อพัสดุตามโครงการ การทำสัญญากับสหกรณ์ฯ มหาวิทยาลัยใช้วิธีเฉพาะเจาะจง โดยทำเอกสารการจัดซื้อไม่ให้วงเงินเกินครั้งละ 500,000 บาท จำนวน 1,029 ครั้ง มีพฤติกรรมการกระทำความผิดในการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐในการเลือกผู้ขายพัสดุที่ไม่มีศักยภาพมาทำสัญญากับรัฐ ไม่มีการส่งมอบของ และไม่มีการตรวจรับพัสดุจริง
นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลเส้นทางการเงินของผู้ขายพัสดุ เมื่อได้รับเงินค่าพัสดุจากมหาวิทยาลัยแล้ว ได้โอนเงินต่อไปยังผู้อื่นอีกหลายรายหลายครั้ง เป็นการกระทำความผิดอันมีลักษณะเป็นการหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะให้ประโยชน์แก่สหกรณ์เป็นผู้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับมหาวิทยาลัย และพฤติการณ์การทำสัญญาซื้อขายพัสดุโครงการนั้น ไม่มีเจตนาในการซื้อขายกันจริง เป็นการที่มหาวิทยาลัย โดยเจ้าหน้าที่ของสถาบันวิจัยและพัฒนา ใช้ชื่อของสหกรณ์ในการทำสัญญาซื้อขาย เพื่อให้ดูเหมือนว่ามีนิติสัมพันธ์ทางสัญญาระหว่างกัน
โดยปิดบังอำพรางเจตนาที่แท้จริงในการทำนิติกรรมกับผู้อื่น โดยใช้ชื่อสหกรณ์เป็นผู้รับเงินจากมหาวิทยาลัย เพื่อส่งเงินต่อให้บุคคลอื่นที่มิได้เป็นคู่สัญญากับมหาวิทยาลัย และมีการจัดทำเอกสารประกอบการเบิกจ่ายเงินอันเป็นเท็จ โดยไม่มีหลักฐานใดแสดงได้ว่ามีการส่งมอบของหรือพัสดุตามโครงการให้กับมหาวิทยาลัยตามสัญญาหรือใบสั่งซื้อจริง
กรณีนี้จึงเชื่อได้ว่าเจ้าหน้าที่พัสดุ ผู้รับผิดชอบโครงการ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันทุจริตแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ควรได้สำหรับตนเองหรือผู้อื่น หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบก่อให้เกิดความเสียหายเป็นเงิน จำนวน 279.56 ล้านบาท โดยมีเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ จำนวน 4 ราย ได้ร่วมกันสนับสนุนในการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย
ทั้งนี้ ในกรณีดังกล่าว หน่วยงาน (มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม) ชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานยืนยันว่าได้มีการจัดอบรมโครงการ จำนวน 17 ครั้งจริง และการดำเนินการซื้อพัสดุโครงการกับสหกรณ์การเกษตร เป็นไปตามระเบียบกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุภาครัฐ ไม่ได้มีเจตนาไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ไม่ได้แบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างและมีการส่งมอบพัสดุครบถ้วนตามใบสั่งซื้อจริง ไม่มีเจตนาทุจริตหรือกระทำผิดระเบียบกฎหมายของทางราชการแต่อย่างใด
อย่างไรก็ดี สตง.พิจารณาว่า คําชี้แจงจากหน่วยงานมีความขัดแย้งกับพยานหลักฐานที่ตรวจสอบรวบรวมได้ ซึ่งสามารถยืนยันได้ว่าเจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องมีพฤติการณ์อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อกฎหมาย ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ
ทั้งนี้ สตง.ได้แจ้งผลการตรวจสอบและข้อเสนอแนะผลการตรวจสอบมีหลักฐาน อันควรเชื่อได้ว่าการใช้จ่ายเงินแผ่นดินมีพฤติการณ์อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการ และมีลักษณะเป็นการจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ตามมาตรา 7 ประกอบมาตรา 95 วรรคสอง และวรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.2561 จึงเห็นควรให้ดำเนินการทางวินัย ทางแพ่งและทางอาญากับบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ส่วนผลการแก้ไขข้อบกพร่องและปรับปรุงการปฏิบัติงานของหน่วยงานนั้น หน่วยงานอยู่ระหว่างการดำเนินการตามข้อเสนอแนะ โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการความรับผิดทางละเมิดและดำเนินการทางวินัย

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา