
‘กรมศุลกากร’ประกาศยกเลิกสิทธิการรับ ‘เงินรางวัลศุลกากร’ ของ ‘ผู้บริหาร’ ที่เกี่ยวข้อง-สั่งการ จับกุมการกระทำผิด ล้างภาพผลประโยชน์ทับซ้อนทับซ้อน สอดรับ ‘มติ ป.ป.ช.’-เตรียมเข้าเป็นสมาชิก OECD เปิดสถิติปี 2554-63 พบจ่ายเงินรางวัลให้พนักงาน-เจ้าหน้าที่ทุกระดับ 8.67 พันล้าน
................................................
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ที่มุ่งยกระดับความโปร่งใสของภาครัฐ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตเชิงรุก ตลอดจนส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐบริหารงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล
ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบข้อเสนอแนะของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งได้เสนอให้มีการทบทวนระบบการจ่ายเงินรางวัลของหน่วยงานที่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากพบว่า การปฏิบัติงานที่มีเงินรางวัลเป็นเหตุให้เกิดปัญหาการทุจริตจากการปฏิบัติหน้าที่สูงกว่าข้าราชการอื่น ทั้ง ๆ ที่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ
รวมถึงเพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานประเทศไทยเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับธรรมาภิบาลภาครัฐ (Public Governance) และการต่อต้านการทุจริตตามหลักสากล
กรมศุลกากร จึงได้ปรับปรุงระเบียบโดยยกเลิกสิทธิการรับเงินรางวัลสำหรับผู้บริหารระดับสูง เพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์เจตจำนงที่ชัดเจนขององค์กรในการลดความเสี่ยงด้านผลประโยชน์ทับซ้อน สร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ และเพื่อให้สอดคล้องกับเงื่อนไขเชิงยุทธศาสตร์ในด้านความโปร่งใสของ OECD
“กรมศุลกากรได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การจ่ายเงินรางวัลศุลกากร โดยยกเลิกสิทธิการได้รับเงินรางวัลศุลกากรของระดับผู้บริหารกรมศุลกากร ได้แก่ อธิบดี ที่ปรึกษาฯ รองอธิบดี ผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการสำนักงาน และนายด่านศุลกากร เนื่องจากผู้บริหารกรมศุลกากรบางตำแหน่งมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาสั่งคดี การกลั่นกรองความเห็น หรือการพิจารณาอุทธรณ์ในคดีศุลกากร
ดังนั้น แม้การได้รับเงินรางวัลศุลกากรจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างโปร่งใส ปราศจากข้อครหา และสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนและผู้ประกอบการ กรมศุลกากรจึงเห็นสมควรยกเลิกสิทธิการได้รับเงินรางวัลของผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง” นายพันธ์ทองกล่าว
นอกจากนี้ กรมศุลกากรได้ปรับปรุงเกณฑ์การจำแนกกลุ่ม และกำหนดคำนิยามผู้มีสิทธิได้รับเงินรางวัลศุลกากรให้ชัดเจนมากขึ้น โดยจัดประเภทเจ้าหน้าที่ออกเป็น 3 กลุ่ม กล่าวคือ กลุ่มที่ 1 ผู้จับกุมและผู้ตรวจพบความผิด กลุ่มที่ 2 ผู้ร่วมจับกุม กลุ่มที่ 3 ผู้ช่วยเหลือ รวมถึงกำหนดเกณฑ์การแบ่งสัดส่วนของเงินรางวัลศุลกากรให้เหมาะสม และสอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริงมากขึ้น เพื่อสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมและผลการปฏิบัติงานมากกว่าตำแหน่ง
โดยปัจจุบัน รมว.คลังได้อนุมัติร่างระเบียบกรมศุลกากรว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและรางวัลฉบับแก้ไขเรียบร้อยแล้ว และกรมศุลกากรอยู่ระหว่างการนำระเบียบดังกล่าวลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ทันทีในวันถัดจากวันที่ประกาศ
นายพันธ์ทอง กล่าวด้วยว่า การยกเลิกสิทธิรับเงินรางวัลของผู้บริหารในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการปฏิรูปองค์กร เพื่อแสดงให้เห็นว่าการใช้อำนาจของรัฐจะต้องปราศจากข้อกังขาเรื่องผลประโยชน์ส่วนตน แม้การจ่ายเงินรางวัลจะชอบด้วยกฎหมาย แต่หากส่งผลต่อความเป็นกลางในการบังคับใช้กฎหมาย หรือกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน เราก็พร้อมปรับเปลี่ยนเพื่อยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสขององค์กร
อีกทั้งยังเป็นการวางรากฐานขององค์กรที่แสดงให้เห็นถึงการยึดถือความถูกต้องเหนือผลประโยชน์ อันเป็นการเน้นย้ำถึงการดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาลและมาตรฐานสากล
ทั้งนี้ กรมศุลกากรจะดำเนินการศึกษาทบทวนการจ่ายเงินรางวัลศุลกากรในภาพรวมอย่างรอบด้าน และจะเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 เพื่อยกเลิกการจ่ายเงินรางวัลศุลกากรของพนักงานศุลกากรทุกระดับ เพื่อให้ระบบการบังคับใช้กฎหมายของกรมศุลกากรตั้งอยู่บนหลักความเป็นธรรม ความโปร่งใส และได้รับความเชื่อมั่นจากสังคมอย่างยั่งยืน
ก่อนหน้านี้ ที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 30 ก.ค.2567 มีมติรับทราบข้อเสนอแนะหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจ่ายเงินสินบนและรางวัลให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามระเบียบกรมศุลกากรว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและรางวัล ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสนอ และมอบหมายกระทรวงการคลัง โดยกรมศุลกากร เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องดังกล่าวไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำมาเสนอ ครม.ต่อไป
ขณะเดียวกัน ในรายงานข้อเสนอแนะหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจ่ายเงินสินบนและรางวัลให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามระเบียบกรมศุลกากรว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและรางวัล ป.ป.ช. เสนอไปยัง ครม. เพื่อประกอบการพิจารณาของ ครม. นั้น พบว่า ในปีในช่วงปี 2554-2563 กรมศุลกากรมีการจ่ายเงินสินบนและรางวัลให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทุกระดับ รวมทั้งสิ้น 8,679.05 ล้านบาท ประกอบด้วย
ปี 2554 มีการจ่ายเงินสินบนและรางวัล 1,000.90 ล้านบาท ,ปี 2555 มีการจ่ายเงินสินบนและรางวัล 846.29 ล้านบาท ,ปี 2556 มีการจ่ายเงินสินบนและรางวัล 992.26 ล้านบาท ,ปี 2557 มีการจ่ายเงินสินบนและรางวัล 1,143.43 ล้านบาท ,ปี 2558 มีการจ่ายเงินสินบนและรางวัล 1,107.86 ล้านบาท ,ปี 2559 มีการจ่ายเงินสินบนและรางวัล 1,226.12 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปี ,ปี 2560 มีการจ่ายเงินสินบนและรางวัล 914.54 ล้านบาท
ปี 2561 มีการจ่ายเงินสินบนและรางวัล 905.94 ล้านบาท ,ปี 2562 มีการจ่ายเงินสินบนและรางวัล 266.29 ล้านบาท และปี 2563 มีการจ่ายเงินสินบนและรางวัล 375.37 ล้านบาท
อ่านประกอบ :
‘กรมศุลฯ’ปรับเกณฑ์จ่าย‘เงินสินบน’จนท.3 กลุ่ม-ศึกษานำ‘รางวัล’ไปรวมคำนวณเสีย‘ภาษีเงินได้ฯ’
‘กรมศุลฯ’รับลูก‘ป.ป.ช.’จ่อรื้อระเบียบฯจ่าย‘เงินสินบน-รางวัล’จนท.-จัดทำ‘ฐานข้อมูลกลาง’
ครม.รับทราบข้อเสนอแนะ‘ป.ป.ช.’รื้อหลักเกณฑ์-เงื่อนไขจ่าย‘เงินสินบน-รางวัล’จนท.กรมศุลฯ
เปิดสถิติ 10 ปี 'กรมศุลฯ'จ่าย'เงินสินบน-รางวัล'จนท. 8.6 พันล.-'อธิบดี'ได้ส่วนแบ่งมากสุด
เปิดรายงาน‘ป.ป.ช.’ชี้ช่องโหว่ 'เงินสินบน’กรมศุลฯ-ชง 5 ข้อเสนอแนะล้อมคอกทุจริต
‘ป.ป.ช.’ชง‘ครม.’รับทราบเกณฑ์‘จ่ายสินบน-รางวัล’แก่‘จนท.กรมศุลฯ’-รื้อระบบงานป้องกันทุจริต

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา