
‘สิริพงศ์’ ยืนยันรัฐบาล ‘อนุทิน’ ไม่มีแผนสร้างตึกใหม่คมนาคม ล้มแผน พร้อมปฏิเสธพ.ร.บ.โอนงบประมาณ ไม่ได้เอาไปใช้จ่ายเงินอุดหนุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า สนับสนุนในหลักการของการโอนงบประมาณครั้งนี้ แม้จะทำได้เพียงหมื่นล้านบาทจากรัฐบาลบอกว่า จะโอนงบให้ได้ 100,000 ล้านบาทก็ตาม โดยในส่วนของกระทรวงคมนาคมมีการโอนงบประมาณเข้ามาในพ.ร.บ.นี้ที่ 2,443 ล้านบาท 106 รายการ คิดเป็น 23.6% ของพ.ร.บ.โอนงบฉบับนี้
อย่างไรก็ตาม ในการจุดประสงค์ของการโอนงบประมาณมีการระบุไว้ว่า “รวมทั้งกรณีที่มีเหตุฉุึกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วนอื่นๆ” ซึ่งคำว่าอื่นๆนี้ อยากให้มีการเฝ้าระวังไว้ เพราะส่วนหนึ่งไม่รู้ว่าจะเอาไปจ่ายค่าอะไรหรือไม่ อย่างเช่น กรณีรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่มีการเปิดประมูล 2 ครั้งและมีส่วนต่างจากการประมูลถึง 68,613 ล้านบาท โดยการประมูลครั้งแรกในปี 2563 ทาง บมจ.บีทีเอสกรุ๊ปโฮลดิ้ง (BTS) มีการเปิดเผยตัวเลขเสนอราคาที่ 9,675 ล้านบาท แต่ในการประมูลรอบที่ 2 ที่ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) เป็นผู้เสนอราคาที่ 78,288 ล้านบาท
นายสุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า ตามข้อเสนอที่ BEM เสนอไว้ รัฐบาลต้องจ่ายเงินอุดหนุนในปีที่ 3 (2569) ที่ 20,223 ล้านบาท แต่ตอนพิจารณางบประมาณปี 2569 มีการอนุมัติงบประมาณในส่วนนี้ที่ 6,000 ล้านบาท และเมื่อมีการตั้งกรรมาธิการพิจารณาและแปรญัตติงบประมาณ ในที่สุดจึงเหลืองบส่วนนี้ที่ 4,914 ล้านบาท ขาดอีก 9,414 ล้านบาท จึงอาจเป็นการโอนหลอกหรือไม่ เพื่อโอนงส่วนนี้ในการจ่ายค่าอุดหนุนรถไฟฟ้าสายสีส้มหรือไม่
เมื่อผ่าไส้ใน 2,443 ล้านบาท พบว่ารายการที่ตัดออกมากที่สุดคือ ค่าก่อสร้างโครงการอาคารที่ทำการกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ วงเงินโอนออก 517,320,000 บาท ซึ่งก็เห็นด้วยที่กระทรวงจะตัดออกไป เพราะการก่อสร้างตึกใหม่บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ซึ่งเป็นทำเลทองในการพัฒนาโครงการแบบ TOD (Transit-Oriented Development) อีกทั้งยังมีราคาแพงมากกว่าอาคารใหม่ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่พังถล่มลงมาเมื่อปีที่แล้ว โดยอาคารของกระทรวงคมนาคมมีมูลค่าโครงการสูงถึง 3,832 ล้านบาท ขณะที่อาคารของสตง.มีมูลค่าที่ 2,560 ล้านบาท
“ข้อดีของการตัดงบก้อนนี้คือ จะมีผลกับปีต่อๆไป ทำให้ยอดรวมประหยัดค่าก่อสร้างไป 3,832 ล้านบาท ยังไม่รวมค่าจ้างที่ปรึกษาซึ่งกรรมาธิการฯ ได้ปรับลดลงมา ซึ่งค่าคุมงาน 3 ปีมีมูลค่าที่ 113 ล้านบาท เห็นด้วยที่ตัดงบนี้ และประหยัดเงินภาษีได้มากถึง 3,945 ล้านบาท” นายสุรเชษฐ์กล่าว
นายสุรเชษฐ์กล่าวว่า ดังนั้นจงมีคำถามว่า รัฐมนตรีชุดปัจจุบันจะเอาอย่างไรกับตุกกระทรวงใหม่? จะเลิกทำเลยเปลี่ยนเป็นเช่าแทน, ปรับแบบให้เล็กลง ไม่ย้ายที่ตั้ง หรือปรับให้เล็กลง ย้ายที่ตั้ง

สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน
ต่อมา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วย่วาการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในประเด็นเกี่ยวกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม ในการตั้งงบประมาณทางสำนักงบประมาณจะดูบริบทหลายอย่าง เนื่องจากโครงการนี้ลงนามกันล่าช้าและการคาดการณ์ของสำนักงบประมาณระบุว่า ในปีงบประมาณ 2569 สามารถจัดสรรเงินจ่ายตรงงวดงานได้ที่ 6,000 ล้านบาท แต่เมื่อมีการพิจารณาแปรญัตติ จึงมีการปรับลดลงอีกจนขาดอีกประมาณหมื่นล้านบาท แต่ในการจ่ายเงินก็ต้องดูงวดงานที่ปรากฎก่อนว่า จะดำเนินการได้หรือไม่
ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า การโอนงบประมาณครั้งนี้จะมีการกันเงินบางส่วนไปจ่ายค่างวดงานของรถไฟฟ้าสายสีส้ม ไม่เป็นความจริง เพราะการโอนงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาในภาวะวิกฤติน้ำมันแพง ขอยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมพอหาเงินจากที่อื่นมาจ่ายได้ จะกระทบน้อยที่สุด
ขณะที่การก่อสร้างอาคารใหม่ นายสิริพงศ์กล่าวว่า การตั้งงบประมาณส่วนนี้ไม่ใช่นโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่นโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตอนมาเป็นมีโครงการนี้แล้ว และขอบคุณที่สนับสนุนการตัดงบประมาณนี้ เพราะนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ให้หน่วยงานสร้างอาคารใหม่ ให้เน้นการบริหารจัดการหรือเช่าทดแทน เพราะฉะนั้นงบประมาณนี้จึงเป็นก้อนแรกที่เราตัดออกไป และจะไม่มีการตั้งงบประมาณในปีต่อๆไป จนกว่าจะเช่าต่อไม่ได้และในความจริงก็มีทางเลือกอีกหลายทางในการเช่าอาคารอื่นๆได้ ดังนั้น ขอเรียนว่า กระทรวงคมนาคมจะดำเนินการใช้งบประมาณทุกบาททุกสตางค์อย่างคุ้มค่าเพื่อตอบโจทย์ปัญหาของประชาชนให้มากที่สุด จะไม่หมดไปกับของฟุ่มเฟือย

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา