
‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 4 พิพากษาจำคุก ’นักวิชาการสหกรณ์’ ปลอมหนังสือ ‘กสน.5’ 2 ปี 13 เดือน ไม่ปรากฏพฤติการณ์ร้ายแรง-ยังอยู่ในวิสัยที่จะแก้ไขฟื้นฟูฯได้ สมควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี ‘โทษจำคุก’ ให้รอลงอาญา 2 ปี ขณะที่ ‘ป.ป.ช.’ เห็นพ้อง ‘อัยการสูงสุด’ ไม่อุทธรณ์
............................................
เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน พ.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2568 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 206/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 361/2568
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด (โจทก์) ฟ้องนายธวัชชัย อุระ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักวิชาการสหกรณ์ ชำนาญการ นิคมสหกรณ์ดอนตาล จ.มุกดาหาร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับพวก ปลอมแปลงแก้ไขเอกสารหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (กสน.5) เลขที่ 2785 หมู่ที่ 4 ต.นาสะเม็ง อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ปลอมแปลงหนังสือราชการ และเรียกรับเงินโดยมิชอบ
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า นายธวัชชัย อุระ จำเลย มีความผิดตาม ปอ. มาตรา 149 (เดิม), 157 (เดิม) มาตรา 161 (เดิม) มาตรา 264 (เดิม) และมาตรา 266 (1) (เดิม) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ปอ. มาตรา 91 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 (เดิม) จำคุกจำเลย มีกำหนด 5 ปี และปรับ 6,000 บาท ตามปอ. มาตรา 161 (เดิม) มาตรา 266 (1) (เดิม) 157 (เดิม)
เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามปอ. มาตรา 266 (1) (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดบทเดียวตามปอ. มาตรา 90 จำคุกจำเลยมีกำหนด 1 ปี และปรับ 20,000 บาท ฐานปลอมเอกสารขึ้นทั้งฉบับ เพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่นางสาวประเสริฐ กรมส่งเสริมสหกรณ์ นิคมสหกรณ์ดอนตาล เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดมุกดาหาร ผู้อื่น หรือประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264 วรรคหนึ่ง จำคุกจำเลย มีกำหนด 2 เดือน และปรับ 2,000 บาท
จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตาม ปอ. มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย รวม 2 ปี 13 เดือน และปรับ 14,000 บาท
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งการกระทำความผิด ประกอบรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยแล้ว ไม่ปรากฏว่า จำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ภายหลังจำเลยพ้นตำแหน่งหน้าที่ราชการแล้ว ได้ประกอบอาชีพเกษตรกรมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ทั้งปรากฏว่า จำเลยยังมีจิตอาสาคอยช่วยเหลือให้คำแนะนำชุมชนทำเกษตรตามความรู้และประสบการณ์ในการรับราชการสังกัด กรมส่งเสริมสหกรณ์มาก่อน และจำเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้เสียหายครบถ้วนแล้ว
ประวัติภูมิหลังนิสัยและความประพฤติของจำเลย ไม่ปรากฏพฤติการณ์ร้ายแรง เชื่อว่าจำเลยยังอยู่ในวิสัยที่จะแก้ไขฟื้นฟู โดยกระบวนการพัฒนาในชุมชนได้ สมควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี จึงให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มติครั้งที่ 034/2569 เมื่อวันที่ 20 เม.ย.2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติครั้งที่ 39/2568 วันที่ 28 เม.ย.2568 ชี้มูลความผิดอาญา นายธวัชชัย อุระ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักวิชาการสหกรณ์ ชำนาญการ นิคมสหกรณ์ดอนตาล จ.มุกดาหาร กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับพวก ปลอมแปลงแก้ไขเอกสารหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (กสน.5) เลขที่ 2785 หมู่ที่ 4 ต.นาสะเม็ง อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ปลอมแปลงหนังสือราชการ และเรียกรับเงินโดยมิชอบ มีมูลความผิดทางอาญา ปอ. มาตรา 149 มาตรา 157 มาตรา 161 มาตรา 264 และมาตรา 266 (1) พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172)

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา