
‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 3 พิพากษาจำคุก ‘อดีตนักวิชาการป่าไม้ฯ’ 4 ปี 12 เดือน ปรับ 5 หมื่นบาท ทุจริตจ้างเหมาฯ ‘กรอกถุง-ย้ายชำกล้าไม้’ รับสารภาพ-ไม่เคยทำผิดมาก่อน-รู้สำนึกในการกระทำฯ โทษจำคุกให้ ‘รอลงอาญา’ ส่วนพวกอีก 2 ราย สั่งจำคุกคนละ 1 ปี 8 เดือน ให้โอกาสกลับตนเป็น ‘พลเมืองดี’ โทษจำคุกรอลงอาญา
..........................................
เมื่อวันที่ 3 ก.ค. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน พ.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 17 ก.พ.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 217/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 28/2569
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้อง นายภาณุพงศ์ เดชะปักษ์ นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการหัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชศรีมา กับพวก ในคดีทุจริตจ้างเหมาปฏิบัติงานกรอกถุงและย้ายชำกล้าไม้ของสถานีเพาะชำกล้าไม้ปากช่องจังหวัดนครราชสีมา ในปีงบประมาณ 2563
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (นายภาณุพงศ์ เดชะปักษ์) มีความผิดตาม ป.อ. ม.151, 162 (1) พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 (พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561) ม.172 จำเลยที่ 2 (นางลำพูล พันธ์เดช) และจำเลยที่ 3 (นางลำไพร ทองคำ) มีความผิดตาม ป.อ. ม.151, 162 (1) พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 ม.172 ประกอบ ป.อ. ม.86
การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. ม.91 ความผิดตาม ป.อ. ม.151, 162 (1) และความผิดตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 ม.172 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตาม ป.อ. ม.151 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียว ตาม ป.อ. ม.90 จำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 5 ปี และปรับกระทงละ 100,000 บาท รวม 2 กระทง จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 3 ปี 4 เดือน และปรับคนละ 66,667 บาท
จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยที่ 1 กระทงละกึ่งหนึ่ง ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. ม.78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 2 ปี 6 เดือน และปรับกระทงละ 50,000 บาท รวม 2 กระทง จำคุก 4 ปี 12 เดือน และปรับ 100,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 1 ปี 8 เดือน และปรับคนละ 33,333.50 บาท
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบรายงานสืบเสาะและพินิจแล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 1 รับราชการมานาน ไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน เหตุเกิดเพราะความไม่เอาใจใส่ควบคุมการทำงานรับจ้างของจำเลยที่ 2 และที่ 3 เท่าที่ควร แต่ภายหลังเกิดเหตุ ก็ได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่กรมป่าไม้พอแก่เหตุ อันเป็นการรู้สำนึกในการกระทำแล้ว ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นราษฎรขาดความรู้ความเข้าใจในระบบราชการ ถูกชักจูงให้กระทำความผิดได้ง่าย
เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสามเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน นิสัยและความประพฤติอยู่ในวิสัยพอแก้ไขได้ สมควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้คนละ 2 ปี ให้จำเลยทั้งสามไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 ครั้ง ภายในกาหนดระยะเวลา 1 ปี ตาม ป.อ. ม.56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. ม.29, 30
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 41/2569 เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบตามความเห็นอัยการสูงสุดที่จะไม่อุทธรณ์คาพิพากษาดังกล่าว
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด นายภาณุพงศ์ เดชะปักษ์ มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ได้
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มติครั้งที่ 9/2567 เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2567 ชี้มูลความผิด นายภาณุพงศ์ เดชะปักษ์ นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา กับพวก กรณีกล่าวหาทุจริตจ้างเหมาปฏิบัติงานกรอกถุงและย้ายชำกล้าไม้ของสถานีเพาะชำกล้าไม้ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ในปีงบประมาณ 2563 โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติชี้มูลความผิดทางอาญาและทางวินัย ดังนี้
การกระทำของนายภาณุพงศ์ เดชะปักษ์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (3) (4) ความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 82 (2) ประกอบมาตรา 85 (7)
การกระทำของนายชอุ่ม ชอุ่มผล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นายสุรพล สากาลี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 และนางจิราวรรณ คำสูงเนิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 จากการไต่สวนเบื้องต้นไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่จะฟังได้ว่า นายชอุ่ม ชอุ่มผล ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นายสุรพล สากาลี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 และนางจิราวรรณ คำสูงเนิน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
การกระทำของนางลำพูล พันธ์เดช ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 และนางลำไพร ทองคำ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 86 และความผิดตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับนายภาณุพงศ์ เดชะปักษ์ นางลำพูล พันธ์เดช และนางลำไพร ทองคำ และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยกับนายภาณุพงศ์ เดชะปักษ์ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป
พร้อมให้แจ้งสถานีเพาะชำกล้าไม้ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตาม พรบ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 82 วรรคสอง
ชี้มูลความผิด นายภาณุพงศ์ เดชะปักษ์ นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการหัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชศรีมา กับพวก ทุจริตจ้างเหมาปฏิบัติงานกรอกถุงและย้ายชำกล้าไม้ของสถานีเพาะชำกล้าไม้ปากช่อง จ.นครราชสีมา ในปีงบประมาณ 2563 มีมูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ. ม.151, ม.157, ม.162 (1) (4) พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 ม.172 ประกอบ ป.อ. ม.86

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา