
‘ศาลฎีกาฯ’ พิพากษาจำคุก ‘อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลแม่สรวย’ 1 เดือน จงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ กรณีพ้นตำแหน่ง รับสารภาพ-ไม่เคยจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้ ‘รอลงอาญา’ 1 ปี เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป
..............................................
เมื่อวันที่ 6 ก.ค. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ศาลฎีกา เผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม 24/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อม 14/2569 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ร้อง และนายศิติพงษ์ ยอดดวงจันทร์ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลแม่สรวย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ผู้ถูกกล่าวหา เรื่อง การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า นายศิติพงษ์ ยอดดวงจันทร์ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง (ป.ป.ช.) และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีตำบลแม่สรวย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)
ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับมีความผิดตามมาตรา 167 ลงโทษจำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท
นายศิติพงษ์ ผู้ถูกกล่าวหา ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยรับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30
“….คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ถูกกล่าวหา (นายศิติพงษ์ ยอดดวงจันทร์) จงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสาร ประกอบต่อผู้ร้อง (ป.ป.ช.) และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีตำบลแม่สรวย หรือไม่
ทางไต่สวนได้ความจากนางสาวใกล้รุ่ง วงษ์แก้ว เจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สินปฏิบัติการ เบิกความตามบันทึกถ้อยคำพยานว่า
ผู้ถูกกล่าวหา ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเป็นรองผู้บริหารท้องถิ่นตามประกาศของผู้ร้อง จึงเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 4 มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุ นิติภาวะต่อผู้ร้องตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด กรณีเข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่งตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 102 (9) และมาตรา 105
ประกอบประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภา ท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 (9) พ.ศ.2561 ผู้ถูกกล่าวหายื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินพร้อมเอกสารประกอบกรณีเข้ารับตำแหน่งแล้ว แต่ไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินพร้อมเอกสารประกอบกรณีพ้นจากตำแหน่ง
ผู้ร้อง มีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบว่า ยังไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบกรณีพ้นจากตำแหน่งและให้ดำเนินการภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ แต่ผู้ถูกกล่าวหาเพิกเฉย ผู้ร้องจึงมีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงข้อเท็จจริง แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่มารับทราบข้อกล่าวหาและไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ผู้ร้องทราบ
ผู้ร้องจึงมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาโดยวิธีการส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ตอบรับ ณ บ้านเลขที่ 34/1 หมู่ที่ 12 ตำบลแม่สรวย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นที่อยู่ของผู้ถูกกล่าวหา ในแบบรายการทะเบียนราษฎร ปรากฏชื่อ “ศิวกร” เป็นผู้รับหนังสือไว้เมื่อล่วงพ้น กำหนดเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่ส่งบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ร้องไม่ได้รับบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาคืน จึงถือว่าผู้ถูกกล่าวหาได้รับทราบข้อกล่าวหาและไม่ประสงค์จะแก้ข้อกล่าวหา
เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหา เป็นรองผู้บริหารท้องถิ่นตามประกาศของผู้ร้องมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะกรณีเข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่ง ผู้ถูกกล่าวหาเคยยื่นบัญชี ทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องกรณีเข้ารับตำแหน่งแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาย่อมทราบดีว่า มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบกรณีพ้นจากตำแหน่งภายในเวลาตามที่กฎหมายกำหนดด้วย
และภายหลังเมื่อครบกำหนดเวลาดังกล่าว ผู้ร้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบว่า ยังไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและให้ดำเนินการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ดำเนินการอย่างใด รวมทั้งไม่มารับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา
พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาจงใจเพิกเฉยหน้าที่อันสำคัญที่ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ย่อมเป็นเหตุให้ผู้ร้องไม่สามารถตรวจสอบทรัพย์สิน และหนี้สินของผู้ถูกกล่าวหาได้ ส่งผลกระทบต่อระบบการตรวจสอบความถูกต้อง ความมีอยู่จริงและความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สินที่หน่วยงานของรัฐไม่อาจกระทำได้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย เมื่อผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ
ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่ง ทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม และการกระทำของผู้ถูกกล่าวหายังเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐจงใจ ไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ
และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีตำบลแม่สรวย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 167 ด้วย
พิพากษาว่า นายศิติพงษ์ ยอดดวงจันทร์ ผู้ถูกกล่าวหาจงใจไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและ หนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีพ้นจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีตำบลแม่สรวย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)
ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า ด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 81 ประกอบมาตรา 114 วรรคสาม กับมีความผิดตามมาตรา 167 ลงโทษจำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท
ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยรับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30” คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ อม 24/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อม 14/2569 ลงวันที่ 15 มิ.ย.2569 ระบุ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา