
‘ศาลอุทธรณ์’ พิพากษาจำคุก ‘อดีตผอ.วิทยาลัยเทคนิคเพชรบูรณ์’ 2 ปี 6 เดือน จัดซื้อ ‘เครื่องกลึง’ เอื้อประโยชน์ผู้เสนอราคาบางราย ส่วน 'พวก' จำคุก 1 ปี 8 เดือน
..........................................
เมื่อวันที่ 7 ก.ค. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน พ.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 23 ก.ค.2568 ศาลอุทธรณ์ ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 555/2567 คดีหมายเลขแดงที่ 14386/2568
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้อง นายบุญเลิศ สัสสี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคเพชรบูรณ์ (จำเลยที่ 1) และนายออมทรัพย์ บุญซ้อน (จำเลยที่ 2) ในคดีทุจริตจัดซื้อครุภัณฑ์โรงงาน เครื่องกลึงขนาดยันศูนย์เหนือแท่น 150 มม. พร้อมอุปกรณ์ จำนวน 5 เครื่อง เมื่อปี พ.ศ.2554 เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้เสนอราคาบางรายได้มีสิทธิเข้าทำสัญญา
คดีนี้ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่า จำเลยที่ 1 (นายบุญเลิศ สัสสี) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) และจำเลยที่ 2 (นายออมทรัพย์ บุญซ้อน) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหมด 3 ปี 5 เดือน ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 6 เดือน คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี 8 เดือน ไม่ลงโทษปรับและไม่รอการลงโทษจำคุก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติครั้งที่ 034/2569 วันที่ 20 เม.ย.2569 เห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่ฎีกาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์เห็นควรไม่ฎีกาคำพิพากษา
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติครั้งที่ 128/2564 เมื่อวันที่ 2 ก.ย.2564 ชี้มูลความผิด นายบุญเลิศ สัสสี ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคเพชรบูรณ์ กับพวก ทุจริตในการจัดซื้อครุภัณฑ์โรงงาน เครื่องกลึงขนาดยันศูนย์เหนือแท่น 150 มม. พร้อมอุปกรณ์ จำนวน 5 เครื่อง เมื่อปี พ.ศ.2554 เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้เสนอราคาบางรายได้มีสิทธิเข้าทำสัญญา มีมูลความผิดทางอาญา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86
ต่อมาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่อท 293/2565 คดีหมายเลขแดงที่ อท 268/2566 พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (นายบุญเลิศ สัสสี) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) และจำเลยที่ 2 (นายออมทรัพย์ บุญซ้อน) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี 6 เดือน และปรับ 18,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี และปรับ 2,000 บาท
จำเลยทั้งสองให้การชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 9 เดือน และปรับ 9,000 บาท คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกาหนด 6 เดือน และปรับ 6,000 บาท
เมื่อคำนึงถึงสภาพความผิดของจำเลยทั้งสอง การที่จำเลยที่ 1 ได้ดำเนินการขยายเวลาส่งมอบครุภัณฑ์เครื่องกลึงให้กับบริษัท ส. สินไทย (1991) จำกัด เพื่อประโยชน์แก่การเรียนการสอนของวิทยาลัย และบริษัท ส.สินไทย (1991) จำกัด ได้ชำระค่าปรับที่ส่งมอบสินค้าเครื่องกลึงล่าช้าแล้ว ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นควรให้โอกาสกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา