
‘ป.ป.ช.’ มีมติชี้มูลความผิด ‘ปศุสัตว์จังหวัดสมุทรปราการ-วัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี’ นำ ‘รถยนต์ส่วนกลาง’ ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
......................................
เมื่อวันที่ 7 ก.ค. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายวีระ ร่มโพธิ์ภักดิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปศุสัตว์จังหวัดสมุทรปราการ กรณีนำรถส่วนกลางที่ต้องใช้เพื่อกิจการอันเป็นส่วนรวมในราชการของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสมุทรปราการไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อปี พ.ศ.2556 ขณะที่นายวีระ ร่มโพธิ์ภักดิ์ ดำรงตำแหน่งปศุสัตว์จังหวัดสมุทรปราการ ได้นำรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน นค 5910 สมุทรปราการ ซึ่งเป็นรถส่วนกลางที่ต้องใช้เพื่อกิจการอันเป็นส่วนรวมในราชการของสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสมุทรปราการไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวเสมือนเป็นรถยนต์ประจำตำแหน่งในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เป็นประจำ
โดยใช้ในการเดินทางกลับบ้านพักของตนเองที่จังหวัดสุพรรณบุรี และได้นำไปจอดไว้บริเวณบ้านพักอาศัยของตนเอง โดยไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่า นายวีระ ร่มโพธิ์ภักดิ์ ได้ขออนุญาตใช้รถยนต์ส่วนกลางคันดังกล่าวในการเดินทางไปราชการที่จังหวัดสุพรรณบุรีแต่อย่างใด
อีกทั้งปรากฏว่า นายวีระ ร่มโพธิ์ภักดิ์ ได้ลงนามสั่งจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับรถยนต์ส่วนกลางคันดังกล่าว ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556 ถึงเดือนกันยายน 2557 มากเกินผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับระยะทางที่นายวีระ ร่มโพธิ์ภักดิ์ ได้ขออนุญาตใช้รถยนต์ส่วนกลางในการเดินทางไปปฏิบัติราชการ โดยมีส่วนต่างค่าน้ำมันเชื้อเพลิงคิดเป็นเงินจำนวน 72,085.12 บาท
นอกจากนี้ พบว่ามีการสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับรถยนต์ส่วนกลางคันดังกล่าวในวันศุกร์บ่อยครั้ง และบางครั้งเมื่อสั่งจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับรถยนต์ส่วนกลางคันดังกล่าวในวันศุกร์แล้ว แต่ในวันจันทร์ถัดมา กลับมีการสั่งจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับรถยนต์ส่วนกลางคันดังกล่าวอีก โดยนายวีระ ร่มโพธิ์ภักดิ์ จะให้เจ้าหน้าที่ลงลายมือชื่อ เป็นผู้รับในบิลสั่งจ่ายน้ำมันและนำรถยนต์ส่วนกลางคันดังกล่าวไปเติมน้ำมันเชื้อเพลิง
หรือบางครั้งจะให้เจ้าหน้าที่ลงลายมือชื่อในบิลใบสั่งจ่ายน้ำมันในช่องผู้รับ แล้วนายวีระ ร่มโพธิ์ภักดิ์ จะเป็นผู้นำรถยนต์ส่วนกลางคันดังกล่าวไปเติมน้ำมันเอง อันเป็นการจงใจฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามระเบียบกรมปศุสัตว์ว่าด้วยการใช้การเก็บรักษา และการซ่อมบำรุงรถราชการ พ.ศ.2546 เป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้
การกระทำของนายวีระ ร่มโพธิ์ภักดิ์ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัย ตามฐานความผิดดังกล่าวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป
@ชี้มูลฯ‘วัฒนธรรมจ.ปราจีนบุรี’นำ‘รถส่วนกลาง’ไปใช้ส่วนตัว
นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังมีมติชี้มูลความผิด นางวิไล พรหมณี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี กับพวก ใช้รถยนต์ส่วนกลางของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรีเพื่อประโยชน์ส่วนตัว และใช้ให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ทำการปลอมเอกสาร หลักฐานใบขออนุญาตใช้รถยนต์ส่วนกลาง เพื่อนำไปชี้แจงต่อคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงของกระทรวงวัฒนธรรม
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 จนถึงเดือนพฤษภาคม 2564 นางวิไล พรหมณี ขณะดำรงตำแหน่งวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี ได้สั่งการให้พนักงานขับรถยนต์นำรถยนต์ส่วนกลางของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี (รถตู้) คันหมายเลขทะเบียน ฮฐ 7870 กรุงเทพมหานคร คอยรับ-ส่ง ตนเองจากบ้านพัก ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี ถึงสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 2.15 กิโลเมตร ในช่วงเช้า-เย็น เป็นประจำทุกวัน
รวมทั้งมีการนำรถยนต์ส่วนกลางคันดังกล่าวไปใช้ในกิจการที่ไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของทางราชการ และได้มีการอนุมัติเบิกจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ส่วนกลางคันดังกล่าวอีกด้วย
นอกจากนี้ ยังปรากฏว่านางวิไล พรหมณี ได้ใช้ให้นางทิพวรรณ นิลน้อย นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงในการควบคุมการใช้พัสดุและยานพาหนะ มีหน้าที่จัดรถตามใบคำขออนุญาตใช้รถยนต์ส่วนกลางและเก็บรักษากุญแจและเอกสารของรถยนต์ส่วนกลางของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี ทำการปลอมเอกสารหลักฐานใบขออนุญาตใช้รถยนต์ส่วนกลางของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 96 ฉบับ โดยมีนางวิไล พรหมณี เป็นผู้รับรองเอกสารราชการปลอมดังกล่าว เพื่อนำไปชี้แจงต่อคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงของกระทรวงวัฒนธรรม
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้
1.การกระทำของนางวิไล พรหมณี กรณีใช้รถยนต์ส่วนกลางของทางราชการ เพื่อประโยชน์ส่วนตัว มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
2.การกระทำของนางวิไล พรหมณี กรณีใช้ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำการปลอมเอกสาร และรับรองเอกสารราชการปลอม มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มาตรา 161 ประกอบมาตรา 84 มาตรา 162 (1) (4) มาตรา 265 ประกอบมาตรา 84 และมาตรา 268 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
3.การกระทำของนางทิพวรรณ นิลน้อย มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มาตรา 161 มาตรา 162 (1) (4) มาตรา 265 และมาตรา 268 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) (2) และ มาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป
อนึ่ง การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา