
‘อนุทิน’ ยืนยันคดีทุจริตฉาวหลายเรื่องไม่กระทบรัฐบาล โวมาสร้างความเชื่อมั่น มาปราบปราม ยังไม่เคยมีรัฐบาลไหนเข้ามาปราบปรามแล้วสรุปผล และดําเนินการได้เร็วเท่ารัฐบาลชุดนี้ ชี้กรณีทุจริตสอบท้องถิ่นพบคนน่าสงสัย 5,000 คน มท.ทำได้เพียงถอนบรรจุ-ริบเงินเดือน ถ้าพบว่าผิดจริง ส่วนการจี้ทำงานของรัฐมนตรี จี้หมด รัฐมนตรีเพื่อไทยด้วย
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงบรรยากาศของคณะรัฐมนตรี ดูคึกคักขึ้นหรือไม่หลังจากที่ได้กำชับเรื่องการทำงานไปนั้น
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มันคึกคักมาตลอดอยู่แล้ว คำว่าคึกคักไม่ได้คึกคักเพราะสนุกสนาน แต่คึกคักเพราะทุกคนได้ทำงานอย่างเต็มที่และในรัฐบาลของตนเองเราเปิดโอกาสให้ทุกท่านได้มาพูดให้คณะรัฐมนตรีได้รับฟังว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐมนตรีแต่ละท่านได้ทำอะไรไปบ้าง และมีส่วนไหนที่ต้องการให้คณะรัฐมนตรีรับทราบเพื่อที่จะแสวงหาความร่วมมือและสนับสนุนซึ่งกันและกัน
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับอะไรในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าได้กำชับให้ทุกท่านได้สื่อสารการทำงานและผลงานในสิ่งที่ได้ทำให้พี่น้องประชาชนรับทราบเยอะเยอะ ส่วนมีการสั่งการทุ่มตรงไปที่กระทรวงไหนเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ แต่เป็นการพูดทั่วไป ซึ่งทุกกระทรวงมีมีความสำคัญหมด
ส่วนการกำชับเรื่องการทำงานของรัฐมนตรีนั้น ตั้งเป้ารวมไปถึงพรรคเพื่อไทยด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวยอมรับว่าใช่ วันนี้ก็ได้มีการพูดคุยกัน โดยพูดถึงว่าขอให้ทุกท่านได้ร่วมกันและสื่อสารการทำงานกระทรวงของตนเองให้ประชาชนรับทราบมากที่สุดและให้ทางกรมประชาสัมพันธ์ทีมโฆษกรัฐบาลได้เน้นประสานโฆษกแต่ละกระทรวงให้เผยแพร่ผลงานออกไปให้มาก
เมื่อถามว่า ที่นายกรัฐมนตรีเน้นเรื่องการสื่อสารไม่ได้หมายถึงเฉพาะรัฐมนตรีแต่หมายถึง ทีมโฆษกรัฐบาลด้วยใช่หรือไม่นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องถือว่าทั้งทีม เพราะงานออกมาก็เยอะสิ่งดีๆที่ออกมาเป็นผลงานเป็นประโยชน์ต่อประเทศต่อประชาชนเป็นที่สร้างความเชื่อมั่นกับนานาชาติก็เยอะไปหมด แต่ทำไมอยู่ในวงเล็ก ก็ต้องขยายออกไปวงใหญ่ โดยการสื่อสาร ยิ่งถ้ามีตัวเลขหรือข้อมูลประกอบจะยิ่งทำให้เป็นดิจิทัลปรินท์ไว้
@5,000 คน มท.ดำเนินการเองได้แค่เพิกถอนการบรรจุ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กรณีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) ตรวจสอบ 15,000 กว่ารายชื่อแรกของผู้ได้รับการบรรจุเป็นราชการท้องถิ่นไปแล้ว พบข้อเท็จจริงคือการประกาศผลคะแนนกับไฟล์รูปกระดาษคำตอบไม่ตรงกัน ประมาณ 5,000 คน นั้น นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ไปแล้วก็ตามนั้นเลย
เมื่อถามว่า การตรวจสอบได้พบผู้กระทําผิดกว่า 5,000 คน สะท้อนถึงอะไรได้บ้าง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สะท้อนถึงการร่วมกันโกง ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาล เพราะรัฐบาลไม่ได้โกง และไม่ได้มีส่วนร่วมในการโกง ไม่ได้สนับสนุน ก็คงอาศัยช่องโหว่ หรือมองว่ากระบวนการนี้มันยังมีการดําเนินไป หลักฐานและข้อมูลต่าง ๆ ก็จะต้องถูกกําจัดไป และถูกทําลายภายในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งเขาก็คงหวัง พอถึงระยะเวลาทุกอย่างก็จบกันไป ทํามาซะเคย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ยกเลิกการสอบไปครั้งหนึ่งแล้ว เพื่อจะได้มารับมือกับแก๊งเหล่านี้ บางคนไปบอกว่าที่ยกเลิกไป แล้วยังไม่สอบ เพราะยังหาลูกค้าไม่ครบ ก็พูดไปแบบผีเจาะปากมาพูด ไม่ได้ความ
ในส่วนของข้าราชการที่มีการบรรจุไปแล้วได้ทํางานและมีการรับเงินเดือนไปแล้วจะดําเนินการอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ใครผิด มันก็มีกระบวนการอยู่ ถ้ามันผิดในเรื่องนี้ไม่ต้องรอศาล มันเป็นอำนาจการบริหารจัดการภายในกระทรวง ถ้าที่มาไม่ถูกก็ต้องยกเลิกที่มา ซึ่งก็เป็นอํานาจของปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการ ในการจะออกประกาศระงับ
เมื่อถามว่า มีการตั้งคําถามว่า จะปล่อยให้ 5,000 คน อยู่ในตําแหน่งไปจนถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช. )ชี้มูล จะเป็นการใช้เวลานาน นายกฯ กล่าวว่า มันคงไม่ถึงตรงนั้น ในส่วนที่เป็นการบริหารภายในกระทรวงมหาดไทย ถ้าเรามีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ว่าตรงนี้มันทุจริตแน่ เราก็คงต้องเพิกถอนเรื่องของการบรรจุ และเงินเดือนที่จ่ายไปก็ต้องเรียกคืน มันเป็นสิทธิ์ของกระทรวงที่ต้องทําการฟ้อง ในการดําเนินคดีอาญา เพราะถือว่าที่มาที่ไปมันไม่ถูกต้อง โดย ป.ป.ช. จะเป็นผู้ดําเนินการในเรื่องของการกระทำผิดทางราชการ ใครที่เกี่ยวข้อง แต่ในเรื่องของงานด้านการบริหารจัดการข้อสอบถ้าเป็นของนายคนนี้ แล้วคะแนนไม่ตรงกับที่ประกาศไว้ สิ่งที่เราต้องพิสูจน์คือพิสูจน์ว่าใครแก้ข้อสอบนี้ ที่มาที่ไปจริงหรือไม่ เพราะว่ามันสกรีนแผ่นกระดาษคําตอบ ถ้ามันไม่ตรงกับที่ประกาศก็ชัดเจน ตรงนั้นเราก็ต้องใช้ระเบียบการบริหารในกรม ในกระทรวงมหาดไทยดําเนินการ
@สอบหมด 400,000 คน
เมื่อถามว่า จะต้องตรวจสอบการสอบข้าราชการท้องถิ่นปี 2568 ทั้งหมด 4 แสนรายชื่อหรือไม่ เพราะขณะนี้ตรวจสอบเพียง 1.5 หมื่นรายชื่อ นายกฯกล่าวว่า ต้องสอบทั้งหมดทุกคนอยู่แล้ว ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะดําเนินการตามขอบเขต ซึ่งตอนนี้มีการบรรจุไปแล้ว 15,000 คน ก็เอาตรงนี้มาตรวจสอบก่อน
เมื่อถามว่า 4 แสนคน จะนํามาขยายผลตรวจสอบก่อนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ป.ป.ช. สํานักงานคณะกรรมป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กําลังดําเนินการอยู่ ส่วนที่ต้องใช้พนักงานและหน่วยงานสืบสวนสอบสวน เขาก็ดําเนินการไป ซึ่งกระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าทุกข์ อาจจะต้องไปแจ้งความดําเนินคดี
เมื่อถามว่า กรณีมีการบุกค้นเข้าตรวจค้นบ้านพักข้าราชการระดับสูงและจังหวัดนนทบุรี พบหลักฐานการแก้ไขคะแนนในกระดาษคําตอบ ตอนนี้ยังติดตามตัวไม่ได้ นายกฯกล่าว ปกติคนที่ไปข้าราชการเขาอาจจะไปตั้งหลัก ยังไงเขาไปไหนไม่ได้หรอก เพราะเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป
เมื่อถามว่า มั่นใจได้หรือไม่ว่าเขาจะไม่หนี นายกฯกล่าวว่า ตนไปการันตีแทนเขาไม่ได้ ถ้าเขาหนีก็เอาเป็นว่าอยู่ในเมืองไทยไม่ได้ก็แล้วกัน ถ้าคิดว่าเขาจะไป เพราะอันนี้เป็นเรื่องของการทุจริต คดีไม่มีอายุ
เมื่อถามว่า คดีทุจริตมาทําลายความเชื่อมั่นรัฐบาลหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ครับ ไม่เกี่ยว รัฐบาลมาสร้างความเชื่อมั่น มาปราบปราม ยังไม่เคยมีรัฐบาลไหนเข้ามาปราบปรามแล้วสรุปผล และดําเนินการได้เร็วเท่ารัฐบาลชุดนี้ มันไม่ใช่เพราะฝีมืออะไรหรอก แต่เราไม่เห็นแก่หน้าใครทั้งนั้น และเรารังเกียจในเรื่องพวกนี้ พูดชัดเจน เห็นหรือไม่เราก็ใช้หน่วยงานที่มีความประสงค์จะเข้ามาดําเนินการสืบสวนสอบสวน หรือดำเนินคดี เราถือว่าเป็นทีมเดียวกัน เข้ามาช่วยกันชะล้างความสกปรกให้ออกไปจากระบบ ซึ่งอาจจะไปเจอวงอื่นอีกก็ได้

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา