
‘นายกฯ’ สั่งพิจารณาปรับราคาขายปลีก ‘น้ำมัน’ ให้สอดคล้องต้นทุน หลังสถานการณ์สงครามคลี่คลาย พร้อมรับทราบความคืบหน้าผลการเจรจา FTA ไทย-อียู
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ค. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (7 ก.ค.) ถึงสถานการณ์ราคาน้ำมัน โดยระบุว่าในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงมอบหมายให้กระทรวงพลังงานและสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมพิจารณาแนวทางการปรับราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศให้สอดคล้องกับต้นทุน
“หากปัจจัยเอื้ออำนวย ขอให้เร่งดำเนินการเพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจได้รับประโยชน์อย่างเป็นธรรม ช่วยลดภาระค่าครองชีพ ลดต้นทุนการขนส่งและการผลิต ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ” นายกฯ กล่าว
นอกจากนี้ นายกฯ ยังกล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 ก.คงที่ผ่านมา ได้หารือกับผู้แทนจาก World Economic Forum (WEF) และเอกอัครราชทูตจากประเทศในยุโรป ซึ่งต่างแสดงความชื่นชมต่อทิศทางการพัฒนาประเทศของไทย ทั้งด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว พร้อมยืนยันความพร้อมที่จะสนับสนุนประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิก OECD อย่างเต็มที่ สะท้อนความเชื่อมั่นของนานาประเทศต่อศักยภาพของไทย
โดยในการประชุม ครม. วันนี้ ได้มีการพิจารณาวาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนการเข้าเป็นสมาชิก OECD ทั้งการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานเพื่อการเข้าเป็นสมาชิก OECD และการจัดทำร่างข้อตกลง ระหว่าง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กับ OECD เพื่อเร่งผลักดันการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด
“นายกฯ ระบุว่า การเข้าเป็นสมาชิก OECD ไม่ได้เป็นเพียงการยกระดับสถานะของประเทศในเวทีระหว่างประเทศ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการบริหารภาครัฐ ปรับปรุงกฎหมายให้เป็นสากล ทันสมัย เสริมสร้างความน่าเชื่อถือของประเทศ และเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากทั่วโลก จึงขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนอย่างเต็มที่ พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิก OECD ได้ตามกรอบเวลาที่กำหนด” น.ส.รัชดา กล่าว
น.ส.รัชดา กล่าวด้วยว่า นายกฯ ยังได้ติดตามความคืบหน้าการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (EU) ซึ่งนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ได้รายงานต่อที่ประชุม ครม. ถึงความคืบหน้าว่า การเจรจา FTA ไทย–EU รอบที่ 9 เมื่อเดือนมิ.ย.2569 ที่ผ่านมาว่า มีความคืบหน้าอย่างมาก โดยสามารถสรุปผลการเจรจาเพิ่มเติมได้อีก 8 ประเด็น
ประกอบด้วย 4 บทหลัก ได้แก่ (1) การแข่งขันและการอุดหนุน (2) รัฐวิสาหกิจ (3) การระงับข้อพิพาท และ (4) การบริหารจัดการความตกลง รวมถึงภาคผนวกและพิธีสารอีก 4 เรื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันไทยและสหภาพยุโรปสามารถสรุปผลการเจรจาได้แล้ว 15 จาก 24 บท หรือคิดเป็นประมาณ 2 ใน 3 ของข้อตกลงทั้งหมด
ทั้งนี้ การเจรจาในประเด็นที่เหลือมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยหลายเรื่องอยู่ในขั้นใกล้ได้ข้อสรุป ขณะที่การเปิดตลาดทั้งด้านการค้าสินค้า การค้าบริการและการลงทุน รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ ทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างหารือรายละเอียดข้อเสนอร่วมกัน นับเป็นช่วงสำคัญที่การเจรจากำลังเข้าสู่โค้งสุดท้าย ก่อนเดินหน้าเจรจาประเด็นที่เหลือซึ่งมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย อาทิ สินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรม การค้าดิจิทัล บริการและการลงทุน ตลอดจนทรัพย์สินทางปัญญา
สำหรับความคืบหน้าในการเจรจารอบนี้ เป็นผลจากแรงสนับสนุนหลังการหารือในระดับสูงของทั้งสองฝ่าย ที่ทั้งสองฝ่ายยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันในการเร่งผลักดันการเจรจา FTA ไทย–EU ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมมอบหมายให้คณะเจรจาจัดทำแผนงานร่วมและเร่งหารือประเด็นคงค้าง เพื่อผลักดันการเจรจารอบที่ 10 ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพในช่วงปลายเดือน ก.ย.2569 ให้มีความคืบหน้าสูงสุด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา