
‘ศาลอุทธรณ์’ พิพากษายืนโทษจำคุก ‘รักษาการ ผอ.สวท.ภูเก็ต’ เรียกรับเงิน ‘เอกชน’ ทำสัญญาเช่าเวลาจัดรายการโฆษณาสินค้า ให้ ‘รอลงอาญา’ 1 ปี ขณะที่ ‘เจ้าตัว’ ได้รับโทษวินัยถึงขั้น ‘ไล่ออก’ จากราชการ แล้ว
............................................
เมื่อวันที่ 8 ก.ค. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน พ.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ย.2568 ศาลอุทธรณ์ ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 924/2567 คดีหมายเลขแดงที่ 19022/2568
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด (โจทก์) ฟ้องนางหรือนางสาวจิรดา ดีชัยยะหรือพูลสวัสดิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักประชาสัมพันธ์ชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (ผอ.สวท.) จังหวัดภูเก็ต เรียกรับเงินจากบริษัทเอกชนในการเข้าทำสัญญาเช่าเวลาจัดรายการโฆษณาสินค้าและบริการธุรกิจ ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สังกัดกรมประชาสัมพันธ์กับสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต
คดีนี้ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาว่าจำเลย (นางหรือนางสาวจิรดา ดีชัยยะหรือพูลสวัสดิ์) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 (เดิม), 151 (เดิม) พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 กับให้คุมความประพฤติจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟัง โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี ตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติครั้งที่ 012/2569 เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2569 เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ เห็นควรไม่ฎีกาคำพิพากษา
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มติครั้งที่ 22/2566 เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2566 ชี้มูลความผิด นางหรือนางสาวจิรดา ดีชัยยะหรือพูลสวัสดิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนักประชาสัมพันธ์ชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.สวท.จังหวัดภูเก็ต เรียกรับเงินจากบริษัทเอกชนในการเข้าทำสัญญาเช่าเวลาจัดรายการโฆษณาสินค้าและบริการธุรกิจ ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สังกัดกรมประชาสัมพันธ์กับสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต มีมูลความผิดทางอาญาตาม ป.อ. มาตรา 151 มาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 และ พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 192 ประกอบ ปอ. มาตรา 91
ต่อมา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 44/2566 คดีหมายเลขแดงที่ อท 7/2567 ลงวันที่ 8 ก.พ.2567 พิพากษาว่า จำเลย (นางหรือนางสาวจิรดา ดีชัยยะหรือพูลสวัสดิ์) มีความผิดตาม มาตรา 149 (เดิม), 151 (เดิม) และพ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม มาตรา 91
ความผิดของจำเลยแต่ละกระทง เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุกกระทงละ 5 ปี และปรับกระทงละ 20,000 บาท รวม 4 กระทง
จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกกระทงละ 2 ปี 6 เดือน และปรับกระทงละ 10,000 บาท รวมจำคุก 8 ปี 24 เดือน และปรับ 40,000 บาท
พิเคราะห์ตามสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการ ป.ป.ช. รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยประกอบคำแถลงของจำเลยแล้ว เห็นว่าการให้เงินสนับสนุนสถานีวิทยุกระจายเสียงของบริษัทผู้เช่าเวลานั้น ก็เพื่อความสะดวกในด้านต่างๆ ขณะใช้บริการสถานีวิทยุที่จำเลยรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยมีพฤติการณ์ในทางข่มขู่ หรือบีบบังคับให้ต้องจ่ายเงินตอบแทนในลักษณะดังกล่าว
ประกอบกับยังได้ความว่าเงินที่จำเลยได้รับจำนวนหนึ่ง จำเลยยังได้นำไปใช้ในการบริหารกิจการของสถานีเรื่อยมา พฤติการณ์แห่งคดีจึงไม่ร้ายแรงนัก อีกทั้งในขณะจำเลยปฏิบัติงานในส่วนราชการของกรมประชาสัมพันธ์ในภูมิภาค จำเลยได้เป็นผู้ริเริ่มและพัฒนาระบบงานในหน้าที่ของกรมประสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดีและต่อเนื่อง จนกระทั่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งมาเป็นลำดับโดยไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย
ต่อมาจำเลยได้รับการลงโทษทางวินัยถึงขั้นไล่ออกจากราชการ ถือเป็นการได้รับโทษตามความผิดที่ได้กระทำมาบ้างแล้ว เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ทั้งเป็นการกระทำความผิดครั้งแรก สมควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีสักครั้ง โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา