
‘ป.ป.ช.’ ภาค 5 บุกรวบตัว ‘นายทุนเหมืองแร่’ พะเยา หลังศาลออกหมายจับฯเกือบ 4 ปี คดีโอนส่วยเข้าบัญชีส่วนตัว ‘หน.ฝ่ายอุตสาหกรรมพื้นฐานฯ’ แลกออกใบอนุญาตฯขนแร่
....................................................
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามกทชารทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรชัย ชูวิเชียร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 5 สั่งการให้เจ้าหน้าที่กลุ่มสืบสวนคดีทุจริตภาค 5 สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 5 สืบสวนจับกุมตัวนายสุรชัย (สงวนนามสกุล) หรือนายไพโรจน์ (สงวนนามสกุล) ผู้ถูกกล่าวหาตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ที่ 29/2565 ลงวันที่ 25 ก.ค.2565
โดยถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ประกอบมาตรา 86
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กลุ่มสืบสวนคดีทุจริตภาค 5 สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 5 ได้สืบสวนจนทราบว่าผู้ถูกกล่าวหาได้หลบมาพักอาศัยอยู่บริเวณ ซอยบางขุนนน 5 ตำบลบางขุนนน อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี จึงประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบางใหญ่เพื่อวางแผนเข้าจับกุม โดยผู้ถูกกล่าวหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ที่ 29/2565 ลงวันที่ 25 ก.ค.2565 จริง และยังไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน
จึงได้ควบคุมตัวไปที่สถานีตำรวจภูธรบางใหญ่เพื่อทำบันทึกการจับกุมและ ลงบันทึกประจำวัน และดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 จากนั้นควบคุมตัวส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 เพื่อฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 ต่อไป
คดีนี้ สืบเนื่องจาก นายสุรชัย (สงวนนามสกุล) หรือนายไพโรจน์ (สงวนนามสกุล) ในฐานะกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท ส. จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับโอนสิทธิสัมปทานบัตรทำเหมืองแร่แบไรต์จากนางอุดมพร (สงวนนามสกุล) ผู้ถือสัมปทานบัตรเดิม ได้ยื่นคำขออนุญาตเปิดการทำเหมืองต่อสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา และได้รับอนุญาตให้เปิดการทำเหมืองตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.2552 เป็นต้นมา ต่อมาได้ยื่นคำขอรับสัมปทานบัตรเพิ่มเติม และได้รับอนุญาตรวม 52 ฉบับ
ต่อมา เมื่อวันที่ 29 ต.ค.2552 นายวีระเดช (สงวนนามสกุล) นักวิชาการอุตสาหกรรมปฏิบัติการ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา ได้ตรวจสอบปริมาณแร่พลอยได้จากการทำเหมือง โดยใช้วิธีชักตัวอย่างแร่มาตรวจสอบ
ผลปรากฏว่าเป็นแร่เหล็กจริง จึงเสนอความเห็นให้ตรวจสอบแร่ที่เหลืออีกจำนวน 4 กอง โดยใช้วิธีการคำนวณจากความกว้าง × ความยาว × ความสูง × ค่าความถ่วงจำเพาะ (5.0) จากนั้นได้จัดทำรายงาน ลงนามรับรอง และนำผลดังกล่าวไปประกอบการออกใบอนุญาตให้จำหน่ายแร่ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบทุกครั้งก่อนการจำหน่ายแร่
ต่อมา เมื่อวันที่ 16 มี.ค.2553 วันที่ 5 เม.ย.2553 และวันที่ 26 เม.ย.2553 นายวีระเดช (สงวนนามสกุล) ได้ตรวจสอบปริมาณแร่พลอยได้จากการทำเหมืองอีกครั้ง แต่ไม่ได้ดำเนินการชักตัวอย่างแร่เพื่อตรวจสอบเช่นเดียวกับครั้งแรก โดยใช้เพียงวิธีการวัดขนาดกองแร่ และนำผลดังกล่าวไปประกอบการออกใบอนุญาต ในส่วนของการออกสัมปทานบัตรทำเหมืองแร่แบไรต์ บริษัท ส. จำกัด ได้ยื่นคำขอและได้รับสัมปทานบัตรจำนวน 52 ฉบับ
นอกจากนี้ ยังปรากฏข้อเท็จจริงว่า นายสุรชัย (สงวนนามสกุล) หรือนายไพโรจน์ (สงวนนามสกุล) ได้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของนายวีระเดช (สงวนนามสกุล) นักวิชาการอุตสาหกรรมปฏิบัติการ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพะเยา ผู้มีหน้าที่พิจารณาออกใบอนุญาตขนแร่ จำนวนหลายครั้ง โดยไม่มีเหตุอันสมควร

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา