
‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 7 พิพากษาจำคุก ‘อดีตเจ้าหน้าที่’ ทต.สหกรณ์นิคม ร่วม ‘นายกเทศฯ’ เบิกจ่ายเงินโครงการก่อสร้างระบบประปาผิวดินฯ ให้ ‘ผู้รับจ้าง’ ทั้งที่งานยังไม่แล้วเสร็จ รับสารภาพ-ถูกลงโทษไล่ออกราชการแล้ว-ไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน’ โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี
.....................................
เมื่อวันที่ 9 ก.ค. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) เผยแพร่ผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน พ.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 111/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 15/2569
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด (โจทก์) ฟ้อง นายกมล พิมพลชาย อดีตเจ้าพนักงานของเทศบาลตำบลสหกรณ์นิคม อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ในคดีร่วมกับนายสำรวม ใจชื่อ นายกเทศมนตรีตำบลสหกรณ์นิคม อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี กับพวก เบิกจ่ายเงินโครงการก่อสร้างระบบประปาผิวดินขนาดใหญ่บ้านสหกรณ์นิคม หมู่ที่ 1 ให้กับผู้รับจ้าง ทั้งที่งานยังไม่แล้วเสร็จ
คดีนี้ ศาลฯพิพากษาว่า จำเลย (นายกมล พิมพลชาย) มีความผิดตามมาตรา 157 (เดิม), มาตรา 162 (4) (เดิม) ประกอบมาตรา 83 พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ประกอบ ปอ. มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 123/1 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90 จำคุก 2 ปี และปรับ 90,000 บาท
จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี และปรับ 45,000 บาท
พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจแล้ว เห็นว่า หลังเกิดเหตุจำเลยถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ บริษัท เอ็ม.เอ็น.เค โลหะภัณฑ์ จำกัด ชดใช้เงินคืนให้แก่เทศบาลตาบลสหกรณ์นิคมแล้ว เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจาเลยไม่ชาระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 041/2559 วันที่ 6 พ.ค.2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด นายกมล พิมพลชาย มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ ทั้งนี้ จำเลยยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติครั้งที่ 62/2566 เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2566 ชี้มูลความผิด นายสำรวม ใจชื่อ นายกเทศมนตรีตำบลสหกรณ์นิคม อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี กับพวก เบิกจ่ายเงินโครงการก่อสร้างระบบประปาผิวดินขนาดใหญ่บ้านสหกรณ์นิคม หมู่ที่ 1 ให้กับผู้รับจ้าง ทั้งที่งานยังไม่แล้วเสร็จ มีมูลความผิดทางอาญา ปอ. ม.157 และมาตรา 162 (1) (4) พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172)

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา