
สำนักงานเขตคลองสาน ออกประกาศห้ามเข้า ห้ามใช้อาคาร บริเวณถนนวงเวียนใหญ่และถนนประชาธิปก หลังฝนถล่มวันก่อน ทำอุโมงค์รถไฟฟ้ามีน้ำซึมกระทบอาคาร-ถนนร้าว 'ชัชชาติ' รุดตรวจสั่งการอพยพประชาชนจากอาคาร - ปิดจราจรถนนประชาธิปก ตั้งแต่แยกบ้านแขก มาถึงอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน - จัดศูนย์บัญชาการบริารสถานการณ์
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 9 ก.ค.69 นายสรสิช เหลืองรุ่งเกียรติ ผู้อำนวยการเขตคลองสาน ลงนามในประกาศสำนักงานเขตคลองสาน เรื่อง ขอความร่วมมือห้ามเข้าใช้อาคาร มีเนื้อหาดังนี้
ด้วยเมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2569 เกิดเหตุน้ำรั่วซึมเข้าสู่อุโมงค์รถไฟฟ้า บริเวณถนนวงเวียนใหญ่และถนนประชาธิปก ก่อให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างอุโมงค์และอาคารบริเวณใกล้เคียงตลอดจนทรัพย์สินของกรุงเทพมหานคร จากการตรวจสอบความเสียหายเบื้องต้น อาคารดังกล่าวอาจเป็น
ภยันตรายต่อ สุขภาพ ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน เห็นควรหยุดใช้อาคาร หากมีการใช้อาคารอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ใช้อาคารได้
ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สำนักงานเขตคลองสานจึงประกาศขอความร่วมมือ ห้ามเข้า ห้ามใช้อาคาร ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร 2522 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2)พ.ศ.2535 (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2543 (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2550 (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558 และข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องควบคุมอาคาร พ.ศ.2544 จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
ทั้งนี้สำนักงานเขตคลองสานได้ประสานการรถไฟขนส่งมวลขนแห่งประเทศไทยในการจัดที่อยู่อาศัยชั่วคราว โดยสามารถติดต่อได้ที่กองอำนวยการร่วมบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราชต่อไป
ประกาศ ณ วันที่ 9 กรกฎาคม 2569

@ชัชชาติสั่งอพยพชั่วคราว ปิดจราจรแถวงเวียนใหญ่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม. เดินทางลงพื้นที่บริเวณวงเวียนใหญ่ โดยให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ที่เกิดข็้น เป็นอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งเป็นอุโมงค์เส้นเดียวกับที่หน้ารพ.วชิระ แต่ว่าเป็นคนละผู้รับเหมากัน ตรงจุดนี้ก็เป็นจุดที่ต่ำสุด และมีเหมือนกับเป็นบ่อสำหรับรับน้ำอยู่ด้านล่าง ซึ่งก็มีน้ำรั่วเข้ามา และทำให้ดินทรุด โดยวิธีการแก้ไข ทาง รฟม. กับผู้รับจ้าง จะเป็นคนดำเนินการ แต่ในส่วนของ กทม. จะดูแลความปลอดภัยด้านบน ซึ่งได้สั่งการไว้ก็มีอยู่ 4-5 เรื่อง
เรื่องแรกคือ ดูแลสถานการณ์ด้านนอก ก็คงต้องดูว่าอัตราน้ำที่รั่วเข้าไปในอุโมงค์ มันเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน หรือว่ามีดินมากแค่ไหน อัตราการทรุดตัวของดินด้านนอก และการเอียงของตึกเป็นเท่าไหร่ ก็จะมีการตรวจสอบทั้งหมด เพื่อให้ดูว่ามันมีความเสียหายเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน โดยในขั้นต้นก็จะดูรัศมีประมาณ 30 เมตร จากจุดที่เกิดเหตุ เพราะว่าความลึก 30 เมตร
โดยอันดับแรก จึงจะต้องมีการอพยพประชาชนจากอาคารด้านหลัง 2-3 อาคาร ซึ่งจะมีการดำเนินงานอพยพคน โดยให้ย้ายไปชั่วคราวก่อน ส่วนตึกที่ใกล้สุด (ธนาคารเก่า) ไม่มีคนอยู่แล้ว เพราะเขาเป็นตึกที่เรโนเวทอยู่ส่วนตึกอื่นยังไม่มีความอันตราย แต่ก็ให้คอยเฝ้าระวัง
อันที่สอง ก็คือเรื่องการจราจร เพื่อความปลอดภัย แล้วก็ลดความสั่นสะเทือน ก็แนะนำให้ปิดจราจรถนนประชาธิปก ตั้งแต่แยกบ้านแขก มาถึงอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน ก็ปิดการจราจร เพราะฉะนั้นคนที่ใช้สะพานพุทธ ก็ให้เลี้ยวที่สี่แยกบ้านแขก ไปทางอิสรภาพ ไปลาดหญ้าได้ หรือจะไปถนนสมเด็จเจ้าพระยาได้ ก็เดี๋ยวจะมีรายละเอียดในการเดินทางให้พี่น้องประชาชนต่อไป
อันที่สามก็คือ จะมีการจัดศูนย์บัญชาการที่นี่ กรุงเทพมหานครก็ให้ผู้อำนวยการ ทั้ง 2 เขต คือ ธนบุรีกับคลองสาน แล้วก็ สน.บุปผาราม ก็จะเป็นผู้ประสานงานอำนวยการเหตุอยู่ที่นี่ แล้วก็มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ก็คิดว่าเดี๋ยวรอดูสถานการณ์ว่าจะมีการแก้ไขปัญหาอย่างไร ซึ่งขั้นแรกก็คง อย่างน้อยก็ 1 สัปดาห์ ที่จะต้องอพยพคนออกไปก่อน เพื่อความปลอดภัย ก็เอาความปลอดภัยสูงสุด ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้สั่งการไว้
ส่วนลักษณะการเอียง หรือทรุดตัว เท่าที่ฟังรายงาน อาจจะมีเพิ่มขึ้นนิดหน่อยเมื่อวานนี้ แต่ตอนนี้สถานการณ์เริ่มทรงตัว โดยหลังจากที่ไปคุยกับทางผู้รับเหมา เขามีการมอนิเตอร์อยู่ แต่เราไว้วางใจไม่ได้ ก็คงต้องมีการมอนิเตอร์ของเราเองต่างหากด้วย ซึ่งก็คงต้องดูเรื่องตึก เรื่องสะพานลอยข้ามถนน ที่อยู่ตรงกลาง
สำหรับแนวทางแก้ไข ก็คงมีหลายวิธี ซึ่งเป็นทางเทคนิค อันนี้เราก็คงไม่ก้าวล่วงมาก แต่หลักการ คือเขาพยายามหยุดน้ำให้ได้ แล้วก็ทำดินให้แข็งแรงขึ้น ซึ่งอันนี้คงต้องเป็นทางผู้รับเหมาเขา

@มอนิเตอร์อาคารเสี่ยงทรุดตัว
เมื่อถามว่า ตัวอาคารมีแนวโน้มที่จะเสี่ยงถล่มหรือไม่นั้น ผู้ว่าฯกทม. บอกว่า ต้องมีการมอนิเตอร์มากขึ้น อาคารตรงนี้มันจะมีอาคารเดิม กับอาคารที่มีการต่อเติมเพิ่มขึ้นมา เข้าใจว่าสองตัวนี้ มันอาจจะไม่ได้มีความต่อเนื่องกัน แต่อาจจะมีรอยร้าวระหว่างสองส่วน ก็ยังไม่ต้องตระหนกมาก แต่เราก็มีการติดตั้งเครื่องวัดอัตโนมัติ ถ้าเกิดมันมีการเคลื่อนไหว ก็จะมีเสียงเตือนภัย และตอนนี้มีทางอธิบดี ปภ. ก็ได้นำเครื่องมาติดตั้งเพิ่มด้วย กึคงต้องมอนิเตอร์เรื่องนี้อย่างละเอียดต่อไป
ในส่วนของรอยร้าวอาคาร รอยแตกอะไรแบบนี้ ต้องดูอีกทีนึง โดยผู้รับจ้าง เขามีบริษัทประกันภัยอยู่ แต่ว่าตอนนี้ดูเรื่องความปลอดภัยเป็นหลักก่อน ส่วนเรื่องคนรับผิดชอบเดี๋ยวระยะยาว เดี๋ยวว่ากันอีกที
เช่นเดียวกับเรื่องของการเยียวยา หากมีการอพยพประชาชนออกไป ผู้ว่าฯ บอกว่า เบื้องต้น ที่พัก ทางผู้รับจ้างเขาเป็นผู้รับผิดชอบ 100% อยู่แล้ว ส่วนเรื่องค่าเสียหายอื่นคงว่ากันอีกทีนึง แต่ว่าขอย้ำว่าตอนนี้ไม่ต้องตื่นตระหนก ก็มีมอนิเตอร์ตลอดเวลา
ทั้งนี้ สิ่งที่กังวล คือ เรื่องการจราจรเป็นหลัก เพราะว่าแถวนี้ก็มีโรงเรียนหลาย ๆ แห่งเลย ทั้งโรงเรียนสวนกุหลาบ รร. ศึกษานารี ต้องคิดอีกที อนาคตถ้าเกิดมีการปิดถนน ในระยะยาวอาจต้องมีการจัดรถโรงเรียนเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถส่งนักเรียน แล้วก็ให้นั่งรถโรงเรียนเข้ามาได้ ก็เดี๋ยวลองดูเส้นทาง โดยส่วนตัวเป็นห่วงเรื่องการจราจร เพราะว่าจุดนี้ก็เป็นจุดคอขวดอยู่แล้ว ที่คนต้องข้ามไปฝั่งพระนคร กับฝั่งธนบุรี
ขณะเดียวกัน หลังสัมภาษณ์ ทีมข่าวได้สอบถามผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่าถือเป็นการประเดิมงานแรก เลยหรือไม่ ผู้ว่า บอกว่า เราก็ทำทุกวัน ถึงแม้จะไม่ได้ ก็มาดูทุกวัน ถูกนักข่าวแซวว่าตามสโลแกนว่า ทำงานทำงานทำงานใช่หรือไม่ นายชัชชาติก็ตอบว่าใช่ แต่หากงานสำเร็จได้ก็ดี ก่อนบอกว่าที่จริงแล้วเมืองเปลี่ยนไปตลอด ตนรู้สึกสบาย ทำวันต่อวัน ไม่ได้คิดอะไรมาก




Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา