'เกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์' รองเลขาฯ ป.ป.ช. แถลง ความคืบหน้า 'ทุจริตสอบท้องถิ่นปี 68' พบไฟล์เอกสารรายชื่อเครือข่าย-นายหน้าพฤติการณ์ตรงกับ 'สรรหาพนักงานเทศบาล-ข้าราชการอบจ.-พนักงานเมืองพัทยา ตำแหน่งสายงานผู้บริหารปี64' เผย ลงพื้นที่สอบปากคำผู้เข้าสอบขยายผลยังกลุ่มนายหน้า ส่งหนังสือถึง 'ธนาคารพาณิชย์' ประสาน 'ปปง.' ตรวจสอบเส้นทางการเงินเชิงลึก ก่อนยึด-อายัดทรัพย์สินต่อไป เตรียมขอหลักฐานธุรกรรมชำระเงินแทนกันเป็นกลุ่มจาก 'ธ.กรุงไทย' สาวถึงผู้มีส่วนร่วมเพิ่มเติม
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะรองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับกรณีการทุจริตดำเนินการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 สำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับเรื่องกล่าวหาร้องเรียนเจ้าหน้าที่ของรัฐ สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ว่าปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ในการประกวดราคาจ้างเหมาดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการพลเรือนหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ประจำปี 2568 โดยกำหนดเงื่อนไขขอบเขตของงานเอื้อประโยชน์ให้ผู้เสนอราคารายหนึ่งรายใดได้เข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม เพื่อช่วยเหลือให้ผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรมหรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใดมิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม และมีการแอบอ้างเรียกรับเงินในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น
ข้อเท็จจริงปรากฏว่า เมื่อปี พ.ศ. 2568 คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (สกถ.) ได้มีประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ลงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 โดยรับสมัครสอบแข่งขัน เป็นกลุ่มภาค/เขต จำนวน 10 เขต ระหว่างวันที่ 7 - 28 มีนาคม 2568 จำนวน 105 ตำแหน่ง ประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน จำนวน 28 ตำแหน่ง 3,817 อัตรา ประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ จำนวน 44 ตำแหน่ง 3,058 อัตรา ประเภทครูผู้ช่วย จำนวน 33 ตำแหน่ง 1,673 อัตรา รวม 8,548 อัตรา โดยมีผู้สมัครที่มีสิทธิสอบทั้งสิ้น 438,277 คน
ทั้งนี้ ตามที่กำหนดไว้ในขอบเขตของงาน (TOR) มีผู้สอบแข่งขันที่ขึ้นบัญชี จำนวน 55,194 ราย มีการเรียก ครั้งที่ 1 - 3 เรียกบุคคล เพื่อบรรจุเข้าเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นแล้ว จำนวน 15,520 ราย โดยรวมที่จะเรียกบรรจุในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ด้วยแล้ว คงเหลือในบัญชี จำนวน 39,674 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 12 มิถุนายน 2569)
ภายหลังจากสำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับเรื่องกล่าวหาดังกล่าวแล้ว พนักงานไต่สวนได้สอบปากคำผู้ร้อง และสอบปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง พบหลักฐานสำคัญว่า มีพยานรายหนึ่งได้ให้การพาดพิงถึงเครือข่ายของนายพิชิต ทั้งพรม (เอ) ที่ประกาศหาผู้สมัครสอบที่ยินดีจ่ายเงินแลกกับการช่วยเหลือให้สอบผ่าน โดยส่งข้อมูลชื่อผู้สมัครให้ตัวแทนและนายหน้าทั่วประเทศ ตัวอย่างความผิดปกติที่ชัดเจน เช่น กรณีของนายภีมศรันย์ อุบลแก้วศิริ อดีตลูกจ้างกองช่าง เทศบาลเมืองบางแม่นาง ที่สมัครสอบวิศวกรโยธา ศูนย์สอบภาคกลาง เขต 1 โดยสอบได้ลำดับที่ 1 ด้วยคะแนนสูงผิดปกติมากกว่า 90 คะแนนเต็ม 100 คะแนน และ นายกฤตธนา รักแจ้ง อดีตลูกจ้างในสังกัดเดียวกัน ซึ่งสอบได้เป็นลำดับที่ 3 โดยปัจจุบันบุคคลทั้งสองได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการที่เทศบาลเมืองบางรักพัฒนาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ ในวันที่ 19 มิถุนายน 2569 พยานสำคัญอีกรายได้ให้การชี้เบาะแสว่า มีขบวนการแก้ไขกระดาษคำตอบของผู้สมัครสอบเพื่อให้ตรงกับคะแนนสอบที่มีการประกาศล่วงหน้า โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นที่บริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สำนักงาน ป.ป.ช. จึงได้เข้าสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหว และขยายผลโดยการยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อขอออกหมายค้น และศาลได้อนุมัติหมายค้นที่ 618/2569 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ซึ่งผลการตรวจค้นบริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด พบตัวบุคคลอยู่ในบริษัทจำนวน 11 ราย จึงได้เชิญมาให้ถ้อยคำ พร้อมตรวจยึดคอมพิวเตอร์จำนวน 13 เครื่อง กระดาษคำตอบ แฟลชไดรฟ์ และอุปกรณ์บันทึกข้อมูลภายนอก (External Hard Drive) เป็นของกลางเพื่อนำมาพิสูจน์หลักฐาน นอกจากนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ยังได้รับส่งมอบแฟลชไดรฟ์ข้อมูลดิบจากผู้บริหารสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) รวมถึงกระดาษคำตอบฉบับจริงจากโรงพิมพ์จันวานิช เพื่อนำมาตรวจสอบเปรียบเทียบหาความผิดปกติในการแก้ไขคะแนน
นอกจากนี้ จากการวิเคราะห์หลักฐานในคอมพิวเตอร์ที่ตรวจยึดได้จากบริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด เจ้าหน้าที่ตรวจพบไฟล์เอกสารบัญชีรายชื่อ หมายเลขประจำตัวสอบและรายชื่อเครือข่ายนายหน้าที่มีรูปแบบตรงกันกับพฤติการณ์ในการสรรหาเป็นพนักงานเทศบาล ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด และพนักงานเมืองพัทยาให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ประจำปี พ.ศ. 2564 อีกด้วย ซึ่งเป็นหลักฐานบ่งชี้ว่าเครือข่ายนี้ทำงานอย่างเป็นกระบวนการมาต่อเนื่องนานหลายปี
เมื่อพิจารณาพยานหลักฐานข้างต้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวน โดยมีมติรับไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ รวมผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 6,012 ราย ซึ่งปัจจุบัน สำนักงาน ป.ป.ช. อยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนสอบสวนและทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีการส่งพนักงานไต่สวนลงพื้นที่สอบปากคำผู้เข้าสอบเพื่อขยายผลไปยังกลุ่มนายหน้า ส่งหนังสือถึงธนาคารพาณิชย์ และประสานงานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินในเชิงลึก รวมถึงให้เจ้าหน้าที่สืบสวนทำการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัลเพื่อวิเคราะห์ไฟล์กระดาษคำตอบที่ได้รับจากหน่วยงานต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม สำนักงาน ป.ป.ช. จะดำเนินการรวบรวมหลักฐานเชิงเทคนิคเกี่ยวกับการแก้ไขคะแนนสอบของผู้เข้าสอบรายบุคคล รวบรวมหลักฐานเส้นทางการเงินและเครือข่ายนายหน้าเพื่อส่งมอบให้ ปปง. ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้กระทำผิด และประสานขอหลักฐานธุรกรรมการชำระเงินแทนกันเป็นกลุ่มจากธนาคารกรุงไทยเพื่อระบุผู้มีส่วนร่วมเพิ่มเติมต่อไป
@ ลั่น เรื่องตัดตอนไม่มีแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีการแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการใครไปบ้างหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์กล่าวว่า ยัง เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ป.ป.ช.ไม่แจ้งข้อกล่าวหาหลายครั้ง ต้องให้เห็นภาพใหญ่ก่อนว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง
เมื่อถามว่า ขณะนี้ผู้ถูกกล่าวหา 6,012 ราย ที่อยู่ระหว่างป.ป.ช.ไต่สวนแบ่งออกเป็นกี่กลุ่ม นายเกียรติศักดิ์กล่าวว่า แบ่งผู้เกี่ยวข้องออกเป็น 3-4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรก ระดับนโยบาย มีหรือไม่ กลุ่มที่สอง ผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่ กลุ่มที่สาม คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับกาทำระบบ การประเมินผล และกลุ่มที่สี่ คนเรียกรับเงิน รวมถึงผู้รับการบรรจุ
เมื่อถามว่า กรณีมีการออกมาระบุว่า ขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นมีเส้นทางการเงินรวมกันกว่า 9,000 ล้านบาท มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง นายเกียรติศักดิ์กล่าวว่า เรื่องเส้นทางการเงินต้องรอ ยังไม่ได้ข้อมูลอย่างเป็นทางการจากปปง.
นายเกียรติศักดิ์กล่าวว่า ลำพังเห็นเส้นเงิน ยังไม่สามารถบอกได้ว่า ใครผิดใครถูก ต้องประกอบด้วยหลักฐานอย่างอื่นด้วย เพราะฉะนั้นตัวเลขเส้นทางการเงินจะเป็นเท่าไหร่ต้องมาวิเคราะห์กันอีกที
เมื่อถามว่า เงิน 9,000 ล้านบาทที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตท้องถิ่นมีอยู่จริงหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์กล่าวว่า ได้ยินเพียงข่าว แต่ไม่ยืนยันว่าเป็นข้อมูลที่อยู่ในสำนวนการไต่สวน
เมื่อถามว่า มีการขยายผลเรื่องเส้นเงินและหลักฐานไปถึงข้าราชการระดับอธิบดี สถ. ที่มีชื่อปรากฎออกมาเป็นข่าวหรือไม่ รวมถึงฝ่ายการเมือง นายเกียรติศักดิ์กล่าวว่า มูลข้อจากเส้นทางการเงินยังไม่ถึงขึ้นตอนสุดท้าย จึงไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ เนื่องจากการที่จะบอกว่า เส้นเงินจะไปถึงใคร ไม่ได้มีเพียงตัวเงินเท่านั้น ซึ่ง ป.ป.ช.อยู่ระหว่างรวบรวม อย่างไรก็ดี หากพยานหลักฐานไปถึงใครก็สุดที่คนนั้น ไม่สามารถดำเนินการไปเป็นอย่างอื่นได้
เมื่อถามว่า สังคมตั้งข้อสังเกตว่า สุดท้ายแล้วผู้ที่อยู่เบื้องหลังจะไม่ถูกดำเนินคดี ไม่โดนแจ้งข้อกล่าวหา นายเกียรติศักดิ์กล่าวว่า อดใจรอนิดหนึ่ง เพราะแต่ละคน แต่ละส่วน ต้องระบุได้ว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตรงไหนอย่างไร
“เรื่องตัดตอนไม่มีแน่นอน ไม่ได้แปลว่า ไม่มีเส้นเงินแล้วจะไม่ผิด ยังมีพฤติกรรมการกระทำต่างๆ แต่ขอให้ไปถึงจุดนั้นก่อน”นายเกียรติศักดิ์กล่าว

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา