
‘ป.ป.ช.’ มีมติชี้มูลความผิด ‘อดีตนายกเทศฯเชียงกลาง-พวก’ เรียกรับ ‘เงินโบนัส’ ข้าราชการ-พนักงาน 4 ปีงบฯ รวม 6.2 แสน หากไม่ยินยอมไม่เซ็นคำสั่งอนุมัติเบิกจ่ายฯ
..................................
เมื่อวันที่ 22 ก.ย. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลาง อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน กับพวก กรณีเรียกรับเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ (โบนัส) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554-2557 จากข้าราชการและพนักงานของเทศบาลตำบลเชียงกลางโดยมิชอบ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 620,000 บาท
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏ ดังนี้
ปีงบประมาณ พ.ศ.2554 ปรากฏว่า ก่อนที่จะมีการอนุมัติจ่ายเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ (โบนัส) นายสมเกียรติ มหานิล รองนายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลาง ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่า นายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง นายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลาง จะขอรับเงินโบนัสจากผู้มีสิทธิได้รับเงินโบนัส
เจ้าหน้าที่จึงได้ไปสอบถามนายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง นายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลาง ว่า ได้สั่งการให้นายสมเกียรติ มหานิล รองนายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลาง ไปติดต่อขอรับเงินโบนัสหรือไม่ นายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง นายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลาง ยืนยันว่า “ตามที่รองสมเกียรติพูดคุย”
ต่อมามีการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่เทศบาลกับนายสมเกียรติ มหานิล รองนายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลาง โดยนายสมเกียรติ มหานิล แจ้งขอรับเงินโบนัสในส่วนของคณะผู้บริหาร เป็นเงิน 150,000 บาท ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่เทศบาลยินยอมจะจ่ายเงินโบนัสให้กับนายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง นายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลาง และนายสมเกียรติ มหานิล รองนายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลาง ตามที่ถูกเรียก เนื่องจากหากไม่ยินยอม นายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง นายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลาง จะไม่อนุมัติคำสั่งเบิกจ่ายเงินโบนัส
ต่อมา เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 เทศบาลตำบลเชียงกลางได้โอนเงินโบนัสเข้าบัญชีเจ้าหน้าที่เทศบาลผู้มีสิทธิได้รับเงินโบนัส จำนวน 73 คน ต่อมาหลังจากมีการรวบรวมเงินครบทุกกองแล้ว เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ได้นำเงิน จำนวน 150,000 บาท ไปมอบให้กับนายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง ที่ห้องทำงานของนายกเทศมนตรี ตำบลเชียงกลาง ซึ่งนายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไว้
ปีงบประมาณ พ.ศ.2555 ปรากฏว่า ก่อนที่จะมีการอนุมัติจ่ายเงินประโยชน์ตอบแทนอื่น เป็นกรณีพิเศษ (โบนัส) นายสมเกียรติ มหานิล รองนายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลาง ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่า นายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง นายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลาง ขอรับเงินจากผู้มีสิทธิได้รับโบนัส รวม 190,000 บาท พร้อมส่งรายละเอียดที่เขียนด้วยลายมือของนายสมเกียรติ มหานิล ระบุว่า “ปี 2554 150,000 บาท เริ่มทำงานใหม่ ปี 2555 190,000 บาท ครบรอบทำงาน 1 ปี”
ปลัดเทศบาลตำบลเชียงกลาง หารือกับผู้อำนวยการกองแต่ละกองและหัวหน้าสำนักปลัด ซึ่งเห็นว่าเป็นจำนวนเงินสูงเกินสมควร จึงให้เจ้าหน้าที่ไปสอบถามนายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง ได้รับแจ้งว่า “ทราบตามที่รองสมเกียรติแจ้ง”
ต่อมา เนื่องจากนายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง ไม่ได้รับการยืนยัน จึงไม่ลงนามอนุมัติเบิกจ่ายโบนัส ทำให้ปลัดเทศบาลตำบลเชียงกลางและหัวหน้าส่วนราชการต้องหารือกับผู้มีสิทธิได้รับโบนัส และทุกคนยินยอมจ่ายเงิน ตามจำนวนที่เรียก เนื่องจากเจ้าหน้าที่บางรายมีความจำเป็นต้องใช้เงิน หากไม่ยินยอมจ่าย นายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง จะไม่อนุมัติคำสั่งเบิกจ่ายเงินโบนัส ต่อมาเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2555 เทศบาลตำบลเชียงกลาง ได้โอนเงินโบนัสเข้าบัญชีของเจ้าหน้าที่ผู้มีสิทธิได้รับเงินโบนัส จำนวน 75 คน
จากนั้นเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแต่ละกองได้รวบรวมเงิน และเมื่อครบถ้วนแล้ว ก็ได้นำเงินจำนวน 190,000 บาท ใส่ซองสีน้ำตาลไปมอบให้นายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง ที่ห้องทำงานของนายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลาง ซึ่งนายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไว้
ปีงบประมาณ พ.ศ.2556 ปรากฏว่า หลังจากมีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาจ่ายเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ (โบนัส) ของเทศบาลตำบลเชียงกลาง โดยมีนายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง นายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลาง เป็นประธาน แล้วได้มีการหารือเรื่องการนำเงินโบนัสบางส่วนมอบให้ นายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง และคณะผู้บริหาร โดยนายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง ยินยอมลดจำนวนเงินที่เรียกเก็บลง โดยขอเท่ากับปีแรก (ปี 2554) คือ 150,000 บาท
ต่อมาเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2557 เทศบาลตำบลเชียงกลางได้โอนเงินโบนัสเข้าบัญชีของเจ้าหน้าที่ผู้มีสิทธิได้รับเงินโบนัส จำนวน 82 คน เจ้าหน้าที่แต่ละคนได้นำเงินมาส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ของแต่ละกอง ซึ่งในปีนี้ มีการเก็บเงินจากผู้มีสิทธิได้รับโบนัสในอัตราร้อยละ 7 ของเงินที่ได้รับ ซึ่งสามารถรวบรวมเงินได้จริงเพียง 140,000 บาท และเมื่อแต่ละกองได้รวบรวมเงินครบแล้ว ก็ได้มีการนำเงินจำนวนดังกล่าวไปมอบให้กับนายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง
ปีงบประมาณ พ.ศ.2557 ปรากฏว่า ประมาณต้นเดือนตุลาคม 2557 มีการเสนอหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการพิจารณาจ่ายเงินค่าตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ ให้นายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง นายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลาง ลงนาม แต่นายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง ไม่ยอมลงนาม จนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องขอเข้าพบและขอให้เรียกประชุมคณะกรรมการพิจารณาจ่ายเงินค่าตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากพนักงานของเทศบาลหลายรายได้สอบถามเกี่ยวกับการจ่ายเงินโบนัส นายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง จึงยินยอมให้มีการประชุมคณะกรรมการดังกล่าว
ภายหลังจากการประชุมคณะกรรมการพิจารณาจ่ายเงินค่าตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ มีการเสนอบันทึกขออนุมัติจ่ายเงินโบนัสให้กับผู้มีสิทธิได้รับเงินโบนัส จำนวน 75 คน ให้นายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง นายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลาง พิจารณาอนุมัติ แต่นายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง ไม่ลงนามอนุมัติ จนเวลาล่วงเลยกว่า 10 วัน รองปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการกอง หัวหน้าสำนักปลัด และหัวหน้าฝ่ายอำนวยการได้เข้าพบนายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง ที่ห้องทำงานนายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลาง เพื่อขอให้ลงนามอนุมัติ เบิกจ่ายโบนัส ซึ่งนายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง แจ้งขอส่วนแบ่งจากเงินโบนัส จำนวน 140,000 บาท
ต่อมา วันที่ 18 พฤศจิกายน 2557 มีการเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่มีสิทธิได้รับเงินโบนัสทุกคน ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนยอมจ่ายเงินตามจำนวนที่เรียกเก็บ เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับการอนุมัติเบิกจ่ายโบนัส โดยหลังจากเทศบาลตำบลเชียงกลางได้โอนเงินโบนัสเข้าบัญชีของเจ้าหน้าที่ผู้มีสิทธิได้รับเงินโบนัส จำนวน 75 คน เจ้าหน้าที่ก็ได้นำเงินมาส่งมอบในแต่ละกอง และเมื่อแต่ละกองได้รวบรวมเงินครบแล้ว ก็ได้มีการนำเงินจำนวน 140,000 บาท ไปส่งมอบให้กับนางลำยวน อินทำ เลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลางในขณะนั้น (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) ซึ่งเป็นผู้มารับเงินแทนนายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง นายกเทศมนตรีตำบลเชียงกลาง
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้
1.การกระทำของนายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73
2.การกระทำของนายสมเกียรติ มหานิล มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุน นายทรัพย์สมบูรณ์ คำหว่าง ตามฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 และมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวนเอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ
อนึ่ง การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา