
‘ป.ป.ช.’ มีมติชี้มูลความผิด ‘อดีตนายอำเภอผาขาว-พวก’ ทุจริตจัดซื้อสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ‘แพงเกินจริง’ รวม 10 ครั้ง เสียหาย 19.9 ล้าน
........................................
เมื่อวันที่ 23 ก.ย. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายปัญญา วงศ์ศรีแก้ว เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายอำเภอผาขาว จังหวัดเลย กับพวก กรณีทุจริตจัดซื้อสารเคมีกำจัดศัตรูพืชของอำเภอผาขาว จังหวัดเลย เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ.2553-2554 รวม 10 ครั้ง ในราคาที่สูงเกินจริง เป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหายเป็นเงินทั้งสิ้น 19,919,720 บาท
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ.2553-2554 ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ด้านพืช) ในหลายอำเภอของจังหวัดเลย สำหรับพื้นที่อำเภอผาขาวได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ด้านพืช) รวม 10 ครั้ง โดยแต่ละครั้งนายอำเภอผาขาว ได้รับมอบอำนาจให้เป็นผู้จัดหาสารเคมีและมีอำนาจอนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2546 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ต่อมาหลังจากที่คณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินจังหวัดเลย (ก.ช.ภ.จ.เลย) หรือคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอำเภอผาขาว (ก.ช.ภ.อ.ผาขาว) แล้วแต่กรณีได้พิจารณาให้ความเห็นชอบในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติโดยการใช้สารเคมีป้องกันโรคระบาดด้านพืชในแต่ละครั้งแล้ว ปรากฏว่าในขั้นตอนการจัดหาสารเคมี นายปัญญา วงศ์ศรีแก้ว นายอำเภอผาขาว ได้อนุมัติให้จัดซื้อด้วยวิธีตกลงราคาและมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดหาเจรจาต่อรองราคา ประกอบด้วย นายวิกรม นามดี ปลัดอำเภอ เป็นประธานกรรมการ และเจ้าหน้าที่อีก 2 ราย เป็นกรรมการ
ต่อมาปรากฏว่า คณะกรรมการดังกล่าวไม่ได้ทำหน้าที่เจรจาต่อรองราคากับผู้เสนอราคา แต่จะมีนายเกรียงไกร วรรณเสริมกุล และนางณุธษา พลเขต ร่วมกันนำรายชื่อบริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัดต่างๆ ที่ตนเองเป็นเจ้าของที่แท้จริง มาสับเปลี่ยนหมุนเวียนเข้าเป็นคู่เทียบหรือคู่ประกบในการเสนอราคากับอำเภอผาขาว ได้แก่ บริษัท โชครับทรัพย์อนันต์ จำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด เมืองเลย เพิ่มทรัพย์รุ่งเรือง ห้างหุ้นส่วนจำกัด รับทรัพย์รุ่งเรือง และห้างหุ้นส่วนจำกัด นำทรัพย์
และเมื่อได้ผู้ชนะการเสนอราคาแล้ว นายปัญญา วงศ์ศรีแก้ว นายอำเภอผาขาว จะเป็นผู้ลงนามในบันทึกตกลงซื้อขายทั้ง 10 ครั้ง โดยแต่ละครั้งปรากฏว่า นายปัญญา วงศ์ศรีแก้ว นายอำเภอผาขาว ได้จัดซื้อสารเคมีในราคาที่สูงกว่าท้องตลาดในขณะนั้น ตามที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ภูมิภาคที่ 6 (จังหวัดอุดรธานี) ได้ทำการตรวจสอบราคาซื้อขายสารเคมีในท้องตลาดชนิดเดียวกันกับที่อำเภอผาขาว จัดซื้อในปี พ.ศ.2553-2554 ผลปรากฏในแต่ละครั้ง ดังนี้
ครั้งที่ 1 จัดซื้อสารเคมีพิริมิฟอส เมทิล จำนวน 453 ขวด และสารเคมีไวท์ออย จำนวน 905 ขวด จากบริษัท โชครับทรัพย์อนันต์ จำกัด เป็นเงินจำนวน 1,000,000 บาท แต่ราคาที่ซื้อขายจริงของสารเคมีทั้ง 2 ชนิดดังกล่าวในท้องตลาด ณ ขณะนั้น เป็นเงินจำนวน 262,640 บาท จึงเป็นการจัดซื้อในราคาที่สูงเกินจริงเป็นเงินทั้งสิ้น 737,360 บาท
ครั้งที่ 2 จัดซื้อสารเคมีพิริมิฟอส เมทิลจำนวน 1,061 ขวด และสารเคมีไวท์ออย จำนวน 905 ขวด จากบริษัท โชครับทรัพย์อนันต์ จำกัด เป็นเงินจำนวน 2,344,430 บาท แต่ราคาที่ซื้อขายจริงของสารเคมีทั้ง 2 ชนิดดังกล่าวในท้องตลาด ณ ขณะนั้น เป็นเงินจำนวน 624,380 บาท จึงเป็นการจัดซื้อในราคาที่สูงเกินจริงเป็นเงินทั้งสิ้น 1,720,050 บาท
ครั้งที่ 3 จัดซื้อสารเคมี ชนิด Iprobenfos (IBP) จำนวน 724 ขวด จากบริษัท โชครับทรัพย์อนันต์ จำกัด เป็นเงินจำนวน 999,120 บาท แต่ราคาที่ซื้อขายจริงของสารเคมีดังกล่าวในท้องตลาด ณ ขณะนั้น เป็นเงินจำนวน 253,400 บาท จึงเป็นการจัดซื้อในราคาที่สูงเกินจริงเป็นเงินทั้งสิ้น 745,720 บาท
ครั้งที่ 4 จัดซื้อสารเคมี ชนิด Iprobenfos (IBP) จำนวน 5,439 ขวด จากบริษัท โชครับทรัพย์อนันต์ จำกัด เป็นเงินจำนวน 7,505,820 บาท แต่ราคาที่ซื้อขายจริงของสารเคมีดังกล่าวในท้องตลาด ณ ขณะนั้น เป็นเงินจำนวน 1,903,650 บาท จึงเป็นการจัดซื้อในราคาที่สูงเกินจริงเป็นเงินทั้งสิ้น 5,602,170 บาท
ครั้งที่ 5 จัดซื้อสารเคมีอิมิดาคลอพริด จำนวน 884 ขวด จากห้างหุ้นส่วนจำกัด เมืองเลย เพิ่มทรัพย์รุ่งเรือง เป็นเงินจำนวน 998,920 บาท แต่ราคาที่ซื้อขายจริงของสารเคมีดังกล่าวในท้องตลาด ณ ขณะนั้น เป็นเงินจำนวน 486,200 บาท จึงเป็นการจัดซื้อในราคาที่สูงเกินจริงเป็นเงินทั้งสิ้น 512,720 บาท
ครั้งที่ 6 จัดซื้อสารเคมีอิมิดาคลอพริด จำนวน 1,310 ขวด จากห้างหุ้นส่วนจำกัด เมืองเลย เพิ่มทรัพย์รุ่งเรือง เป็นเงินจำนวน 1,480,300 บาท แต่ราคาที่ซื้อขายจริงของสารเคมีดังกล่าวในท้องตลาด ณ ขณะนั้น เป็นเงินจำนวน 720,500 บาท จึงเป็นการจัดซื้อในราคาที่สูงเกินจริงเป็นเงินทั้งสิ้น 759,800 บาท
ครั้งที่ 7 จัดซื้อสารเคมีฟิริมิฟอส เมทิล จำนวน 451 ขวด และสารเคมีไวท์ออย จำนวน 902 ขวด จากบริษัท โชครับทรัพย์อนันต์ จำกัด เป็นเงินจำนวน 996,710 บาท แต่ราคาที่ซื้อขายจริงของสารเคมีทั้ง 2 ชนิด ดังกล่าวในท้องตลาด ณ ขณะนั้น เป็นเงินจำนวน 261,580 บาท จึงเป็นการจัดซื้อในราคาที่สูงเกินจริงเป็นเงินทั้งสิ้น 735,130 บาท
ครั้งที่ 8 จัดซื้อสารเคมีฟิริมิฟอส เมทิล จำนวน 1,923 ขวด และสารเคมีไวท์ออย จำนวน 3,846 ขวด จากบริษัท โชครับทรัพย์อนันต์ จำกัด เป็นเงินจำนวน 4,249,830 บาท แต่ราคาที่ซื้อขายจริงของสารเคมีทั้ง 2 ชนิดดังกล่าวในท้องตลาด ณ ขณะนั้น เป็นเงินจำนวน 1,115,340 บาท จึงเป็นการจัดซื้อในราคาที่สูงเกินจริงเป็นเงินทั้งสิ้น 3,134,490 บาท
ครั้งที่ 9 จัดซื้อสารเคมีเบนโนมิล (เบนเลท) จำนวน 518 กล่อง จากบริษัทโชครับทรัพย์อนันต์ จำกัด เป็นเงินจำนวน 994,560 บาท แต่ราคาที่ซื้อขายจริงของสารเคมีดังกล่าวในท้องตลาดณ ขณะนั้น เป็นเงินจำนวน 181,300 บาท จึงเป็นการจัดซื้อในราคาที่สูงเกินจริงเป็นเงินทั้งสิ้น 813,260 บาท
ครั้งที่ 10 จัดซื้อสารเคมีเบนโนมิล (เบนเลท) จำนวน 3,286 กล่อง จากบริษัท โชครับทรัพย์อนันต์ จำกัด เป็นเงินจำนวน 6,309,120 บาท ซึ่งราคาที่ซื้อขายจริงของสารเคมีดังกล่าวในท้องตลาด ณ ขณะนั้น เป็นเงินจำนวน 1,150,100 บาท จึงเป็นการจัดซื้อในราคาที่สูงเกินจริง เป็นเงินทั้งสิ้น 5,159,020 บาท ดังนั้น ราคาที่จัดซื้อสารเคมีทั้ง 10 ครั้ง จึงเป็นราคาที่สูงเกินจริง คิดเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 19,919,720 บาท เป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้
1.การจัดซื้อครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 6 การกระทำของนายปัญญา วงศ์ศรีแก้ว และนายวิกรม นามดีมีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 10 และมาตรา 12และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
การจัดซื้อครั้งที่ 7 ถึงครั้งที่ 10 การกระทำของนายปัญญา วงศ์ศรีแก้ว และนายวิกรม นามดี มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 10 และมาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
ทั้งนี้ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172) และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 10 สำหรับการจัดซื้อครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 8 แล้วแต่กรณี ได้ขาดอายุความแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6)
2.การกระทำของนางณุธษา พลเขต และนายเกรียงไกร วรรณเสริมสกุล มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
3.ส่วนการกระทำของเจ้าหน้าที่บางราย มีมูลความผิดทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง และบางรายได้เสียชีวิตไปแล้ว รวมทั้งบริษัทและห้างหุ้นส่วนจำกัดและผู้แทนนิติบุคคลดังกล่าวที่มีชื่อเป็นผู้เสนอราคาในแต่ละครั้ง จากการไต่สวนไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานว่าได้กระทำความผิดในทางอาญาตามข้อกล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวนเอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัย ตามฐานความผิดดังกล่าวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป
อนึ่ง การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา