
‘ป.ป.ช.’ มีมติชี้มูลความผิด ‘อดีตปลัดเทศบาลตำบลจัตุรัส’ ชัยภูมิ แบ่งซื้อแบ่งจ้างโครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนฯ มิชอบ-เอื้อประโยชน์ ‘ผู้รับจ้าง’
...............................................
เมื่อวันที่ 23 ก.ย. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายเรืองเดช ภิรมย์กิจ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดเทศบาลตำบลจัตุรัส ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีตำบลจัตุรัส อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ กรณีแบ่งซื้อแบ่งจ้างโครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนคอนกรีตปูแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ถนนสุนันทา (จากแยกถนนท่าตาก่าน - โชคบุญมีคาร์แคร์) เมื่อปี 2562 โดยมิชอบ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับจ้าง
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2562 เทศบาลตำบลจัตุรัส อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ได้ประกาศใช้เทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยได้ตั้งงบประมาณ “โครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนคอนกรีตปูแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ถนนสุนันทา (จากแยกท่าตาก่าน-สหกรณ์ออมทรัพย์ครู) ระยะทาง 490 เมตร งบประมาณ 737,000 บาท” ไว้ในเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายดังกล่าวด้วย
ต่อมานายเรืองเดช ภิรมย์กิจ ปลัดเทศบาลตำบลจัตุรัส ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีตำบลจัตุรัส ได้สั่งการให้นายช่างโยธานำโครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนคอนกรีตปูแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ถนนสุนันทา (จากแยกท่าตาก่าน-สหกรณ์ออมทรัพย์ครู) ระยะทาง 490 เมตร งบประมาณ 737,000 บาท ที่ตั้งไว้ในเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 และเทศบาลตำบลจัตุรัสจะต้องจัดจ้างโครงการโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาประมาณการราคาใหม่
โดยให้ลดระยะทางจากโครงการเดิมที่ระบุว่า “จากแยกถนนท่าตาก่าน-สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ระยะทาง 490 เมตร งบประมาณ 737,000 บาท” เปลี่ยนเป็น “จากแยกถนนท่าตาก่าน-โชคบุญมีคาร์แคร์ ระยะทาง 323 เมตร งบประมาณ 499,000 บาท” และนำโครงการดังกล่าวไปขออนุมัติจ่ายขาดเงินสะสมต่อสภาเทศบาลตำบลจัตุรัส โดยอ้างความจำเป็นเร่งด่วน ทั้งที่สภาพถนนยังไม่เสียหายถึงขนาดต้องรีบดำเนินการเร่งด่วนในทันที หรือหากไม่รีบดำเนินการแล้วประชาชนจะไม่สามารถใช้ถนนสัญจรไปมาได้
จากนั้นนายเรืองเดช ภิรมย์กิจ ได้อนุมัติให้จัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง เนื่องจากวงเงินไม่เกิน 500,000 บาท และสั่งการให้ผู้อำนวยการกองคลังทำสัญญาจ้างกับห้างหุ้นส่วนจำกัด อรุณกลการจัตุรัส เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว และได้อนุมัติให้เบิกจ่ายเงินค่าจ้างให้กับผู้รับจ้าง จำนวน 487,401.87 บาท ต่อมาปรากฏว่านายเรืองเดช ภิรมย์กิจ ได้ขออนุมัติโอนงบประมาณไปตั้งเป็นรายการจ่ายใหม่เพื่อจัดทำโครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนคอนกรีตปูแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ถนนสุนันทา (จากโชคบุญมีคาร์แคร์-สหกรณ์ออมทรัพย์ครู) ระยะทาง 144 เมตร งบประมาณ 218,000 บาท
และได้อนุมัติให้จัดจ้างโครงการโดยวิธีเฉพาะเจาะจง และสั่งการให้ผู้อำนวยการกองคลังทำสัญญาจ้างกับห้างหุ้นส่วนจำกัด อรุณกลการจัตุรัส เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว และได้อนุมัติให้เบิกจ่ายเงินค่าจ้างให้กับผู้รับจ้าง จำนวน 181,785.05 บาท เช่นเดิม ทั้งที่ทั้ง 2 โครงการดังกล่าวเป็นถนนที่ยาวต่อเนื่องเป็นเส้นเดียวกัน และเคยตั้งงบประมาณไว้เป็นโครงการเดียวกัน สามารถจัดจ้างในคราวเดียวกัน
ดังนั้น การสั่งการให้ประมาณการใหม่โดยให้แบ่งเป็น 2 โครงการ กรณีจึงเป็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้างโดยลดวงเงินให้อยู่ในอำนาจของตน ที่จะสั่งจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับห้างหุ้นส่วนจำกัด อรุณกลการจัตุรัส ได้เข้ามาเป็นคู่สัญญากับเทศบาลตำบลจัตุรัส เป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้
การกระทำของนายเรืองเดช ภิรมย์กิจ มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 11 และมาตรา 12 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวนเอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัย ตามฐานความผิดดังกล่าวตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 ต่อไป
อนึ่ง การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา