
'อนุฯกลั่นกรอง' พ.ร.ก.กู้เงิน ฯ ขีดเส้น 30 ก.ย. หน่วยงานเสนอรายละเอียดโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน – 'เอกนิติ' เผย ก.มหาดไทย 'อนุทิน' เซ็นมาแล้ว ขณะที่ 'สบน.' ส่งหนังสือเวียน หลักเกณฑ์ ต้องไม่จ้างที่ปรึกษาศึกษาวิจัย การศึกษาดูงาน-เดินทางไปต่างประเทศ
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 23 กันยายน 2569 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า คณะอนุกรรมการเพื่อทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองความเหมาะสมของโครงการภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 ในส่วนของแผนงานที่ 2 วงเงิน 2 แสนล้านบาท ที่มีนายกุลิศ สมบัติศิริ อดีตปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานอนุกรรมการฯ ได้กำหนดให้หน่วยงานต่างๆ เสนอรายละเอียดโครงการภายในวันที่ 30 ก.ย.69
สอดรับกับการให้สัมภาษณ์ของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ถึงความคืบหน้าการดำเนินการตามพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนของ 2 แสนล้านบาทหลัง ว่า ได้คุยกับรมช.มหาดไทยแล้ว ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยได้เซ็นมาแล้ว หลังจากนี้จะมีการประสานกันต่อไป และเข้าคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน คิดว่าภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้จะพอเห็นภาพ
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า คณะอนุกรรมการฯ กำหนดกรอบการพิจารณากลั่นกรองโครงการประกอบด้วย วัตถุประสงค์ 6 ประการ ได้แก่ การเพิ่มการผลิตและการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย การส่งเสริมระบบพลังงานอัจฉริยะ การสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าและสถานีชาร์จ การพัฒนาบุคลากรด้านพลังงาน และการสนับสนุนกลไกตลาดคาร์บอน โดยโครงการต้องมีความจำเป็นเร่งด่วน มีพร้อม คุ้มค่า ส่งผลกระทบในวงกว้าง และสามารถก่อหนี้ผูกพันและใช้จ่ายได้ภายในเดือนธันวาคม 2570 และไม่สนับสนุนโครงการบางประเภท เช่น การจ้างที่ปรึกษาต่างประเท การศึกษาดูงานต่างประเทศ การแบ่งซื้อแบ่งจ้างเพื่อหลีกเลี่ยงหลักเกณฑ์ และโครงการที่ซ้ำซ้อนกับงบประมาณปกติ
รายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ได้ส่งหนังสือเวียนไปยังหน่วยงานต่างๆ เพื่อแจ้งวัตถุประสงค์และกรอบแนวการพิจารณา เพื่อให้จัดทำและเสนอโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาทหลัง ต้องเป็นแผนงานหรือโครงการที่สามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2570 และเบิกจ่ายเงินให้แล้วเสร็จภายใน วันที่ 31 ธันวาคม 2570 โดยมีข้อกำหนดลักษณะและคุณสมบัติเฉพาะของแผนงานหรือโครงการ อาทิ ต้องไม่เป็นการจ้างที่ปรึกษาศึกษาวิจัย การศึกษาดูงาน และการเดินทางไปต่างประเทศ ต้องไม่เป็นการจัดซื้อวัสดุ/ครุภัณฑ์เพื่อแจกจ่ายแก่ประชาชนโดยตรง (ยกเว้นเป็นวัสดุประกอบการ ฝึกอบรมอาชีพ)
ต้องไม่เป็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง/ไม่เป็นการแบ่งย่อยโครงการใหญ่เป็นโครงการขนาดเล็กจำนวนมาก โดยกรณีที่มีการจัดซื้อจัดจ้าง ให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ภาครัฐ พ.ศ. 2560 หรือกฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา