
‘ป.ป.ช.’ มีมติชี้มูลความ ‘อดีตนายกเทศฯแม่จัน’จ.ตาก-พวก ทุจริตก่อสร้าง ‘เมรุเผาศพ’ 2 โครงการ วงเงิน 3.8 ล้านบาท ไม่เป็นไปตามแบบแปลน-ข้อกำหนดในสัญญา
..........................................
เมื่อวันที่ 23 ก.ย. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า มีมติชี้มูลความผิด นายชวลิต บัวผัน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก กับพวก กรณีทุจริตดำเนินโครงการก่อสร้างเมรุเผาศพบ้านกล้อทอ หมู่ที่ 2 และโครงการก่อสร้างฌาปนกิจสถานบ้านเปิ่งเคลิ่ง หมู่ที่ 9 ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ไม่เป็นไปตามแบบรูปรายการและข้อกำหนดในสัญญาจ้าง เป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2559 นายชวลิต บัวผัน นายกเทศมนตรีตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ในขณะนั้น ได้ลงนามในสัญญาจ้างกับห้างหุ้นส่วนจำกัด ท.เจริญภัณฑ์ก่อสร้าง จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ โครงการก่อสร้างเมรุเผาศพบ้านกล้อทอ หมู่ที่ 2 ตามสัญญาจ้าง เลขที่ 12/2559 วงเงิน 1,900,000 บาท และโครงการก่อสร้างฌาปนกิจสถานบ้านเปิ่งเคลิ่ง หมู่ที่ 9 ตามสัญญาจ้าง เลขที่ 11/2559 วงเงิน 1,900,000 บาท
ทั้งนี้ จะต้องก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบแปลนของสำนักพัฒนามาตรฐานกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยปรากฏว่าในขั้นตอนการจัดหาผู้รับจ้างทั้ง 2 โครงการดังกล่าว นายชวลิต บัวผัน นายกเทศมนตรีตำบลแม่จัน ได้ขอใช้ชื่อห้างหุ้นส่วนจำกัด ท.เจริญภัณฑ์ก่อสร้าง ตามความยินยอมของ นายอนันต์ สุทธิคราม หุ้นส่วนผู้จัดการห้างดังกล่าว ซึ่งได้มอบเอกสารและหลักประกันต่างๆ เพื่อให้นายชวลิต บัวผัน นำไปใช้ในการเสนอราคาและเข้าทำสัญญากับเทศบาลตำบลแม่จัน
จากนั้นได้ทำเป็นหนังสือมอบอำนาจให้นายมนตรี กาวีระ เป็นผู้จัดทำเอกสารต่างๆ ในการเสนอราคา ทำสัญญาจ้าง และรับเงินค่าจ้างในนามของห้างหุ้นส่วนจำกัด ท.เจริญภัณฑ์ก่อสร้าง แต่ในการก่อสร้างจริง นายชวลิต บัวผัน จะให้บุคคลอื่นที่มิใช่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ท.เจริญภัณฑ์ก่อสร้าง เป็นผู้ลงมือก่อสร้าง
นอกจากนี้ ทั้ง 2 โครงการดังกล่าวได้ก่อสร้างไปพร้อมในเวลาเดียวกันและใช้ผู้ก่อสร้างชุดเดียวกัน มีระยะเวลาในการก่อสร้างช่วงเดียวกัน โดยมีการก่อสร้างโครงการก่อสร้างเมรุเผาศพบ้านกล้อทอ หมู่ที่ 2 ก่อน ทำให้โครงการก่อสร้างฌาปนกิจสถานบ้านเปิ่งเคลิ่ง หมู่ที่ 9 ไม่มีการเข้าไปก่อสร้างเป็นเวลากว่า 2 เดือน นับจากลงนามในสัญญา และช่างผู้ควบคุมงานก็ไม่ได้รายงานปัญหาอุปสรรคหรือสภาพอากาศว่ามีฝนตกหนักในพื้นที่ก่อสร้างแต่อย่างใด
แต่ต่อมาห้างหุ้นส่วนจำกัด ท.เจริญภัณฑ์ก่อสร้าง กลับขอขยายระยะเวลาก่อสร้าง โดยอ้างลักษณะภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวย มีฝนตกชุกตลอดเวลา ไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ ซึ่งนายวีรณัฏฐ์ จันต๊ะ นายช่างอาวุโส ในฐานะช่างผู้ควบคุมงาน และคณะกรรมการตรวจการจ้าง ประกอบด้วย นายสรรักษ์ เรืองวังสัน รองปลัดเทศบาลตำบลแม่จัน ประธานกรรมการ นายวิชานนท์ หรือทาวัช กมลรัตน์ นักพัฒนาชุมชนชำนาญการ และนางสาวณัฐกฤตา แดนแม่จัน ครูผู้ช่วย กรรมการ ได้ลงนามในบันทึกเสนอว่า มีเหตุตามที่กล่าวอ้างจริง ทั้งที่ไม่เคยมีการบันทึกเหตุดังกล่าวไว้ในรายงานผลการปฏิบัติงานแต่อย่างใด ซึ่งนายชวลิต บัวผัน ได้อนุมัติให้ขยายระยะเวลาเพิ่มอีก 45 วัน
ต่อมามีการส่งมอบงานล่าช้า 5 วัน และพบว่าทั้ง 2 โครงการ มีการก่อสร้าง ไม่เป็นไปตามแบบแปลน โดยสามารถมองเห็นหรือพิสูจน์ได้โดยง่าย แต่คณะกรรมการตรวจการจ้างได้ลงนามตรวจรับ และนายชวลิต บัวผัน นายกเทศมนตรีตำบลแม่จัน ได้ร่วมให้ความเห็นขณะทำการตรวจงานจ้างด้วยว่างานถูกต้องครบถ้วน และอนุมัติให้เบิกจ่ายเงินให้กับผู้รับจ้าง ทั้งที่การก่อสร้างไม่เป็นไปตามแบบแปลนและไม่เรียกค่าปรับกรณีก่อสร้างเสร็จล่าช้า
และเมื่อได้รับเงินค่าจ้างแล้ว ปรากฏว่านายอนันต์ สุทธิคราม หุ้นส่วน ผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด ท.เจริญภัณฑ์ก่อสร้าง ได้ทำการเบิกเงินและหักเงินไว้ร้อยละ 10 ก่อนส่งมอบเงินที่เหลือให้กับบุคคลที่ลงมือก่อสร้างจริง ซึ่งปรากฏว่า ทั้ง 2 โครงการ ไม่สามารถใช้งานได้ เช่น เมื่อทำการเผาศพ พื้นเตาไม่สามารถทนไฟได้ เนื่องจากพื้นเตาเผาศพไม่มีการก่ออิฐทนไฟ เป็นต้น เป็นเหตุให้เทศบาลตำบลแม่จันได้รับความเสียหาย
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้
1.โครงการก่อสร้างฌาปนกิจสถานบ้านเปิ่งเคลิ่ง หมู่ที่ 9 ตามสัญญาจ้าง เลขที่ 11/2559 ลงวันที่ 27 เมษายน 2559 ซึ่งมีการขยายระยะเวลาก่อสร้างตามสัญญาจ้าง และก่อสร้างโดยไม่ถูกต้องตามแบบรูปรายการในสัญญาจ้าง และมีการเบิกจ่ายเงินให้เต็มตามสัญญาจ้าง การกระทำของนายชวลิต บัวผัน มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
การกระทำของนายวีรณัฏฐ์ จันต๊ะ นายสรรักษ์ เรืองวังสัน นายวิชานนท์ หรือทาวัช กมลรัตน์ และนางสาวณัฐกฤตา แดนแม่จัน มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) และ (4) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง
การกระทำของห้างหุ้นส่วนจำกัด ท.เจริญภัณฑ์ก่อสร้าง นายอนันต์ สุทธิคราม และนายมนตรี กาวีระ มีมูลความผิดทางอาญา เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามฐานความผิดดังกล่าว
2.โครงการก่อสร้างเมรุเผาศพบ้านกล้อทอ หมู่ที่ 2 สัญญาจ้างเลขที่ 12/2559 ลงวันที่ 27 เมษายน 2559 ก่อสร้างโดยไม่ถูกต้องตามแบบรูปรายการในสัญญาจ้าง และมีการเบิกจ่ายเงินให้เต็มตามสัญญาจ้าง
การกระทำของนายชวลิต บัวผัน มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) และมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
การกระทำของนายวีรณัฏฐ์ จันต๊ะ นายสรรักษ์ เรืองวังสัน นายวิชานนท์ หรือทาวัช กมลรัตน์ และนางสาวณัฐกฤตา แดนแม่จัน มีมูลความผิดทางอาญาและทางวินัยอย่างร้ายแรง เช่นเดียวกับโครงการที่ 1 การกระทำของห้างหุ้นส่วนจำกัด ท.เจริญภัณฑ์ก่อสร้าง นายอนันต์ สุทธิคราม และนายมนตรี กาวีระ มีมูลความผิดทางอาญา เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามฐานความผิดดังกล่าว
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวนเอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนและผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ และดำเนินการทางวินัย ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 วรรคหนึ่งประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ
อนึ่ง การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา