
‘รุ่งมณี เมฆโสภณ’ รีวิวหนังสือใหม่ ‘หงส์ลายมังกร อานันท์ ปันยารชุน’ ผลงานล่าสุดของ ‘วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย’ ก่อนเปิดตัว 1 ต.ค. ชี้จุดเด่นค้นคว้าละเอียด-หลักฐานแน่น สืบรากตระกูล ‘หงส์-มอญ’ และ ‘มังกร-จีน’ เชื่อมภูมิหลังสู่เส้นทางนักการทูต-ผู้บริหาร-นายกรัฐมนตรี-ภาคประชาสังคม พร้อมฉายภาพอีกด้านของอดีตนายกฯ ในความเป็นมนุษย์ ตั้งคำถามถึงความหมายของ ‘ภาวะผู้นำ’ ในสังคมไทย
รุ่งมณี เมฆโสภณ นักเขียนและสื่อมวลชนอาวุโส โพสต์บทวิจารณ์หนังสือ “หงส์ลายมังกร อานันท์ ปันยารชุน” ผลงานเล่มใหม่ของ วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคม โดยระบุว่า หนังสือเล่มนี้สะท้อนเอกลักษณ์การทำงานของผู้เขียน ทั้งในด้านความละเอียดของการค้นคว้า ความพิถีพิถันในการใช้หลักฐาน และการนำประวัติของบุคคลมาเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของประเทศ
รุ่งมณีระบุว่า หนังสือเริ่มต้นด้วยการสืบสาวรากเหง้าของสายตระกูล “หงส์-มอญ” และ “มังกร-จีน” เพื่ออธิบายภูมิหลังที่มีส่วนหล่อหลอมบุคลิก วิธีคิด และหลักการทำงานของ อานันท์ ปันยารชุน ก่อนนำผู้อ่านเดินผ่านเส้นทางชีวิตในหลากหลายบทบาท ตั้งแต่นักการทูต ผู้บริหารทั้งภาครัฐและเอกชน นายกรัฐมนตรี ตลอดจนการทำงานในภาคประชาสังคม
นอกจากนี้ ภายในหนังสือยังมีบทวิเคราะห์ของ ดร.อาสา คำภา ซึ่งช่วยขยายมุมมองต่อบทบาทของอานันท์ในฐานะผู้นำและบุคคลทางการเมืองร่วมสมัย
รุ่งมณีมองว่า จุดแข็งสำคัญประการหนึ่งของหนังสือคือ “ความน่าเชื่อถือ” เนื่องจากวิมลพรรณไม่ได้ใช้เพียงเอกสารชั้นต้นหรือภาพถ่ายหายากประกอบการค้นคว้าเท่านั้น แต่ยังมีความคุ้นเคยกับครอบครัวปันยารชุนมาเป็นเวลานาน ในฐานะที่เจ้าตัวเรียกว่าเป็น “หลานนอกไส้” ของอานันท์
ความใกล้ชิดดังกล่าวทำให้เรื่องราวหลายเหตุการณ์มีรายละเอียด บริบท และมิติของชีวิตที่แตกต่างจากหนังสือชีวประวัติบุคคลทั่วไป
อย่างไรก็ตาม รุ่งมณีระบุว่า สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับเธอไม่ใช่เหตุการณ์ทางการเมือง หากเป็น “ความเป็นมนุษย์” ของอานันท์ ปันยารชุน
เธออธิบายว่า ภาพจำของคนจำนวนหนึ่งที่มีต่ออดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้ คือบุคลิกที่สุขุม เนี้ยบ และมีลักษณะของ “ผู้ดีรัตนโกสินทร์” ซึ่งอาจดูห่างจากชีวิตของคนทั่วไป แต่หนังสือได้เสนอเรื่องราวอีกด้านหนึ่ง โดยกล่าวถึงประสบการณ์การถวายงานใกล้ชิดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ซึ่งรุ่งมณีมองว่ามีส่วนทำให้อานันท์เปิดมุมมองไปสู่ชีวิตของคนเล็กคนน้อยในสังคมไทย
ขณะเดียวกัน หนังสือยังกล่าวถึงบทบาทของ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ในการเชื่อมโยงอานันท์เข้ากับเครือข่ายปัญญาชนและภาคประชาสังคม
รุ่งมณียังหยิบยกมุมมองที่ว่า แม้อาจมีผู้มองอานันท์ว่าเป็นหนึ่งใน “สิ่งตกค้างทางประวัติศาสตร์” แต่เนื้อหาในหนังสือกลับนำเสนออีกภาพหนึ่ง คือการเปิดใจรับฟังคนรุ่นใหม่ ขณะที่คนรุ่นใหม่ส่วนหนึ่งก็เปิดใจต่ออานันท์เช่นกัน
อีกประเด็นที่รุ่งมณีให้ความสำคัญ คือวิธีที่อานันท์ปฏิบัติต่อบุคคลต่าง ๆ โดยระบุว่า เขาให้เกียรติผู้คนโดยไม่ยึดติดกับตำแหน่งหรือฐานะ
เรื่องเล่าในลักษณะดังกล่าวอาจไม่ใช่เหตุการณ์ใหญ่ที่ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ แต่ในมุมมองของรุ่งมณี กลับทำให้บุคคลที่ถูกมองว่า “เสมือนอยู่บนหิ้ง” กลายเป็นมนุษย์ที่ผู้อ่านสามารถทำความเข้าใจและเข้าถึงได้มากขึ้น
จากชีวประวัติ สู่คำถามเรื่อง ‘ภาวะผู้นำ’
รุ่งมณีระบุอีกว่า หนังสือ “หงส์ลายมังกร อานันท์ ปันยารชุน” ยังชวนให้ตั้งคำถามต่อความหมายของคำว่า “ภาวะผู้นำ” โดยไม่จำเป็นต้องหาคำตอบผ่านการสรรเสริญหรือการสร้างภาพของบุคคล
แต่สามารถพิจารณาผ่านการตัดสินใจในช่วงเวลาที่ประเทศเผชิญวิกฤต ความรับผิดชอบที่ผู้นำมีต่อสังคม ตลอดจนความกล้าที่จะตัดสินใจทำในสิ่งที่เห็นว่าถูกต้อง แม้ทางเลือกนั้นอาจไม่ใช่สิ่งที่ง่ายที่สุด
รุ่งมณีสรุปสารสำคัญที่เธอได้รับจากหนังสือไว้ว่า
“นี่คือเรื่องราวของผู้นำคนหนึ่ง ที่อำนาจไม่เคยเป็นเป้าหมาย หากเป็นความรับผิดชอบที่ต้องแบกรับเมื่อบ้านเมืองต้องการ”
ท้ายที่สุด เธอมองว่า เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบ สิ่งที่ติดตัวผู้อ่านออกมาอาจไม่ใช่เพียงข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่ชื่อ “อานันท์ ปันยารชุน” หรือคำตอบว่าเขาเคยเป็นนายกรัฐมนตรีกี่สมัยและมีผลงานใดบ้าง
แต่เป็นคำถามที่ย้อนกลับมายังสังคมไทยว่า “ในวันที่สังคมไทยยังคงแสวงหาภาวะผู้นำ เราอยากเห็นผู้นำแบบใด”
คำตอบต่อคำถามดังกล่าว ในมุมมองของรุ่งมณี อาจมีความสำคัญมากกว่าการอ่านชีวประวัติของบุคคลเพียงคนเดียว
สำหรับหนังสือ “หงส์ลายมังกร อานันท์ ปันยารชุน” เป็นผลงานล่าสุดของวิมลพรรณ ปีตธวัชชัย และมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา