
‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 8 พิพากษาจำคุก ‘อดีตนายก อบต.นพพิตำ’ 2 ปี 6 เดือน ‘ไม่รอลงอาญา’ คดีทุจริต‘ตรวจเช็คซ่อมแซม-เปลี่ยนอุปกรณ์’ รถยนต์บรรทุกน้ำ
.........................................
เมื่อวันที่ 24 ก.ย. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่สรุปผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ส.ค.2569 ว่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 107/2568 คดีหมายเลขแดงที่ อท 39/2569
โดยเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายสมโชค อินณรงค์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนบพิตำ อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช กับพวก ทุจริตในการตรวจเช็คซ่อมแซมและเปลี่ยนวัสดุอุปกรณ์สำหรับรถยนต์บรรทุกน้ำ หมายเลขทะเบียน บท-1843 นครศรีธรรมราช
คดนี้ ศาลฯพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (นายสมโชค อินณรงค์) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 120 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 จำเลยที่ 2 (นายนคร ปาลีพิชัย) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 มาตรา 120 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172
การกระทำของจำเลยทั้งสอง เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 ปี 4 เดือน
จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 2 มีกำหนด 1 ปี 8 เดือน
พิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยทั้งสอง ประกอบกับพฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองแล้ว เห็นว่า ยังไม่มีเหตุให้รอการลงโทษจำคุกได้ โทษจำคุกจึงไม่รอ
ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 108/2568 ของศาลนี้นั้น ในคดีดังกล่าว ศาลยังไม่ได้พิพากษา จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ คำขอส่วนนี้จึงให้ยก
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 47/2569 เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2569 ได้พิจารณาแล้ว มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษา
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด นายสมโชค อินณรงค์ กับพวก มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์เช่นกัน นายสมโชค อินณรงค์ กับพวก จึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2568 มีมติชี้มูลความผิด นายสมโชค อินณรงค์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนบพิตำ อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช กับพวก ทุจริตในการตรวจเช็คซ่อมแซมและเปลี่ยนวัสดุอุปกรณ์สำหรับรถยนต์บรรทุกน้ำ หมายเลขทะเบียน บท-1843 นครศรีธรรมราช โดยมีมูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ. ม.151 ,157 ตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ.2560 ม.120 ตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 ม.172 และตาม พ.ร.บ.สภาตำบลฯ พ.ศ.2537 ม.90/1, 92



Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา