
ปปง.ตามอายัดทรัพย์ คดีหลอกโอนเงินลงทุนออนไลน์ บัญชีเงินฝาก 2.4 ล้าน แฉพฤติกรรมแก๊งชาวจีนร่วมพวกหลอกผู้เสียหายโอน 1.4 ล้าน ก่อนตระเวนถอนเงินสดหนี ศาลสั่งจำคุก 4 ปี-ให้ชดใช้
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) มีคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย.195/2569 เรื่อง อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว รายกลุ่มบุคคลที่หลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ชื่อบัญชี MR. YANG กับพวก ซึ่งเป็นกรณีมีพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การเป็นสมาชิกอั้งยี่ การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน เป็นทรัพย์สิน รวม 13 รายการ มูลค่าประมาณ 2,440,077.51 บาท ประกอบด้วย เงินในบัญชีเงินฝากธนาคารต่าง ๆ ในชื่อ MR. SHUAI หรือ MR. YANG นายธันวา นายไพศาล นางน้ำทิพย์ นายกฤษดา นางสาวจิตรา และนางสาวณัฏนิชา
ที่มาของคดีนี้ นางสาวอนุษา ผู้เสียหาย ได้แจ้งความผ่านเว็บไซต์ Thaipolice online และเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลประเวศ โดยระบุว่าเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568 ถูกคนร้ายหลอกให้ลงทุนออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ส่วนตัวและแอปพลิเคชันไลน์กลุ่ม ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินให้คนร้ายหลายครั้งไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารของบุคคลต่าง ๆ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,447,699 บาท
จากการสืบสวนของเจ้าพนักงานตำรวจพบว่า ก่อนเกิดเหตุ MR. YANG บุคคลสัญชาติจีน ได้เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบัญชีที่ผู้เสียหายโอนเงินเข้ามา และเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง จากนั้น MR. HANG บุคคลสัญชาติจีน พร้อมชายอีกคนได้มาพบเพื่อขอรับสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารจาก MR. YANG โดยในวันที่เกิดเหตุหลังจากผู้เสียหายโอนเงินแล้ว MR. YANG ได้เดินทางไปยังธนาคารกรุงเทพเพื่อถอนเงินสด ก่อนเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไป ต่อมาพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ MR. YANG และ MR. HANG ต่อศาลอาญาพระโขนง กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เข้าตรวจค้นห้องพักโรงแรม RATCH 66 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ พบ MR. HANG จึงจับกุมตัวดำเนินคดี
ต่อมา ศาลอาญาพระโขนง พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ ฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ จำคุก 2 ปี ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนกับฐานร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ให้จำคุกรวม 8 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ คงจำคุก 4 ปี ริบของกลาง และให้คืนเงิน 1,446,519 บาท ให้แก่ผู้เสียหาย
คำสั่งอายัดทรัพย์สินมีรายละเอียดดังนี้
@เปิดคำสั่งอายัดทรัพย์ 13 รายการ 2.4 ล้าน
ด้วยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ได้รับรายงานจากสถานีตำรวจนครบาลประเวศ ตามหนังสือลงวันที่ 5 มิถุนายน 2568 เรื่อง รายงานความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 รายกลุ่มบุคคลที่หลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ชื่อบัญชี MR. YANG กับพวก[cite: 1] ซึ่งเป็นกรณีมีพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การเป็นสมาชิกอั้งยี่ การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และความผิดฐานฟอกเงิน กล่าวคือ[cite: 1]
@แฉพฤติการณ์หลอกลงทุนออนไลน์-ตระเวนถอนเงินสด
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568 นางสาวอนุษา ผู้เสียหาย ถูกคนร้ายหลอกให้ลงทุนออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ส่วนตัวและแอปพลิเคชันไลน์กลุ่ม จนหลงเชื่อโอนเงินไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารต่าง ๆ รวมเป็นเงิน 1,447,699 บาท[cite: 1] ต่อมาตำรวจสืบสวนพบว่า MR. YANG บุคคลสัญชาติจีน ได้เปิดบัญชีธนาคารกรุงเทพรับโอนเงิน และมี MR. HANG บุคคลสัญชาติจีน มารับสมุดบัญชีเงินฝากไป[cite: 1] โดยหลังจากผู้เสียหายโอนเงินแล้ว MR. YANG ได้ไปถอนเงินสดที่ธนาคารและเดินทางออกนอกประเทศ พนักงานสอบสวนจึงขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญาพระโขนง และจับกุม MR. HANG ได้ที่ห้องพักโรงแรม RATCH 66 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร[cite: 1]
@ศาลสั่งจำคุก 4 ปี-สั่งคืนเงินผู้เสียหาย 1.44 ล้าน
ต่อมาเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ศาลอาญาพระโขนง คดีหมายเลขดำที่... คดีหมายเลขแดงที่... มีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 วรรคแรก, 343 วรรคแรก พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (1) พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5 (1) (2) (3), 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83[cite: 1] ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ จำคุก 2 ปี ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ จำคุกรวม 8 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ คงจำคุก 4 ปี ริบของกลาง และให้คืนเงิน 1,446,519 บาท แก่ผู้เสียหาย อันเข้าลักษณะเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (3) (10) (18) และความผิดฐานฟอกเงินตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
@เข้ามูลฐานความผิด กม.ฟอกเงิน
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายฟอกเงิน ในการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 11/2568 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ที่ประชุมมีมติมอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ประกอบคำสั่งเลขาธิการ ปปง. ลับ ที่ ม. 684/2568 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2568 จากการตรวจสอบรายงานการทำธุรกรรมปรากฏหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่า กลุ่มบุคคลที่หลอกลวงผู้เสียหายให้โอนเงินเข้าบัญชี MR. YANG กับพวก มีพฤติการณ์เข้าลักษณะความผิดมูลฐานและฐานฟอกเงิน และได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 13 รายการ พร้อมดอกผล เนื่องจากทรัพย์สินในคดีนี้เป็นสังหาริมทรัพย์ประเภทเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร ซึ่งสามารถโอน ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นได้โดยง่าย หากไม่ออกคำสั่งอายัดไว้ชั่วคราว อาจไม่สามารถติดตามทรัพย์สินกลับคืนมาได้
อาศัยอำนาจตามมาตรา 34 (3) และมาตรา 48 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มติคณะกรรมการธุรกรรมในการประชุม ครั้งที่ 4/2569 เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 คณะกรรมการธุรกรรมจึงมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้ชั่วคราว จำนวน 13 รายการ พร้อมดอกผล มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2569 รวมจำนวนเงินทั้งสิ้นประมาณ 2,440,077.51 บาท[cite: 3, 5] ปรากฏตามบัญชีทรัพย์สินแนบท้ายคำสั่งนี้

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา