
วงเสวนา ‘เปลี่ยนกระเป๋าเงิน ไทยพีบีเอส วินัยการเงินประเทศดีขึ้นจริงหรือไม่’ ชำแหละ ร่างพ.ร.บ.ไทยพีบีเอส เปลี่ยนแหล่งรายได้จาก 'ภาษีบาป' เป็น งบประมาณรัฐ - 'เจิมศักดิ์' เตือน สื่อมวลชนไม่มีเสรีภาพ-ข้อมูลข่าวสารถูกบิดเบือน ต้นทุนมหาศาล 'สมเกียรติ' ชี้ 'ภาษีบาป' หลักประกัน 'สื่อสาธารณะ' อิสระจาก 'รัฐ-ทุน-การเมือง' - 'มานะ' หวั่น 'หมาเฝ้าบ้าน' เป็น หมาตัวน้อยๆ 'สารี' ระบุ ผู้บริโภคต้องการความรู้-ความจริง-ผลประโยชน์สาธารณะ
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 4 ตุลาคม 2569 Thai PBS จัดรายการ ‘เปลี่ยนกระเป๋าเงิน ไทยพีบีเอส วินัยการเงินประเทศดีขึ้นจริงหรือไม่’ โดยมีนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการและสื่อมวลชนอาวุโส นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาผู้บริโภค และนายมานะ ตรีรยาภิวัฒน์ นักวิชาการอิสระ ร่วมแสดงความคิดเห็น
อ่านข่าวประกอบ : ภท.ชงแก้‘กม.TPBS’เลิกเงินอุดหนุน‘ภาษีบาป’-‘อดีตกก.’ชี้ส่อลด‘อิสระ’-เสนอข่าวกระทบผู้มีอำนาจ
นายเจิมศักดิ์เริ่มต้นว่า เรื่องนี้ไม่ใช่สำคัญกับไทยพีบีเอสเท่านั้น แต่สำคัญกับระบอบประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมของประชาชน ประชาธิปไตยจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถือสื่อมวลชนไม่มีเสรีภาพ ข้อมูลข่าวสารถูกบิดเบือนเมื่อไหร่ ต้นทุนมหาศาลจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย
“เราอยากเห็นองค์กรที่มีเสรีภาพของสื่อมวลชน เสรีภาพจากการถูกเป็นเจ้าของ ไม่ว่ารัฐหรือเอกชนเป็นเจ้าของ เขาจะมีอิทธิพลต่อข่าวสาร ต่อการทำงาน หรือ มีอิทธิพลผ่านโฆษณา ไม่มีสื่อไหนกล้าวิจารณ์ผู้สนับสนุนหลักของตัวเอง อันนั้นประเทศชาติจะเป็นปัญหา”นายเจิมศักดิ์กล่าว
นายเจิมศักดิ์กล่าวว่า ถ้า พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส ถูกแก้ไข ให้ไม่มีการเก็บภาษี ไม่มีเก็บค่าธรรมเนียม ไม่ได้หมายความว่า ภาษีสรรพสามิตจะเพิ่มมากขึ้น เพราะรายได้ของไทยพีบีเอสไม่ได้แบ่งมาจากภาษีสรรพสามิต
นายเจิมศักดิ์กล่าวว่า ตนเองมีควาใฝ่ฝันอยากให้มีสื่อสาธารณะมีมากกว่า 1 แห่งในประเทศไทยและในภูมิภาคต่างๆ แต่ไม่ใช่นำไปแปลงเป็นสื่อของรัฐ
@ 'ภาษีบาป' หลักประกัน 'สื่อสาธารณะ' อิสระจาก 'รัฐ-ทุน-การเมือง'
นายสมเกียรติกล่าวว่า ไทยพีบีเอสมีรายได้มาจากภาษีที่เก็บมาจากการบริโภคเหล้า บุหรี่ หรือที่เรียกว่า ภาษีบาป เป็นแหล่งรายได้ที่มีเสถียรภาพ มั่นคง สร้างหลักประกันได้ว่า สื่อสาธารณะจะมีความเป็นอิสระจากรัฐและทุน ไม่ต้องไปของบประมาณจากรัฐในทุกปี หรือรายได้จากการโฆษณา จึงไม่ถูกแทรกแซง
“สื่อสาธารณะต้องมีความเป็นอิสระ อย่างแรก อิสระทางโครงสร้าง ไม่เป็นส่วนหนึ่งของกระทรวง ทบวง กรมใดของรัฐ เป็นอิสระทางการเมือง ปลดไม่ได้ สอง อิสระด้านการเงิน มีหลักประกันทางการเงิน โดยเก็บจากภาษีบาปในอัตรา 1.5 % หรือ ไม่เกิน 2,000 ล้านบาท การที่มีสื่ออย่างไทยพีบีเอสที่มีรายได้แบบรับประกันได้ ช่วยทำให้เป็นอิสระจากรัฐ ทุน การเมือง จึงจำเป็นที่ต้องมีวิธีการจัดหาเงินทุนเข้ามาดำเนินการที่แตกต่างจากสื่อทั่วไป”นายสมเกียรติกล่าว
นายสมเกียรติกล่าวว่า บทบาทของสื่อสาธารณะในภูมิทัศน์สื่อในปัจจุบัน ทุกคนเป็นสื่อได้ ความยากของผู้บริโภคคือจะรู้ได้อย่างไรว่าสื่อใดเชื่อถือได้ ภายใต้สังคมทุกวันนี้ที่มีข่าวปลอมและข้อมูลเท็จจำนวนมาก อีก 2-3 ปีข้างหน้า ใบอนุญาตทีวีดิจิทัลจะหมดอายุ จำนวนช่องทีวีจะลดลงมาก ถ้าไม่มีสื่อสาธารณะเป็นหลักค้ำยันไว้ว่า ประชาชนควรจะได้รับข้อมูลถูกต้อง ครบถ้วน รอบด้านก็จะขาดหายไป เกิดเป็นความสูญเสียของสังคมเป็นอย่างมาก
นายมานะกล่าวว่า เมื่อไทยพีบีเอส มีรายได้ที่แน่นอนพอสมควร ทำให้สามารถวางแผนระยะยาวได้ โดยเฉพาะการนำเสนอข้อมูลข่าวสารและสารคดี การจ้างบริษัทจากภายนอก (Outsource) เพื่อผลิตงานที่มีคุณภาพได้ ถ้าไม่มีรายได้ที่แน่นอน จำเป็นต้องลดจำนวนคน การลงพื้นที่ทำข่าวเจาะไม่สามารถทำได้
นายมานะกล่าวว่า สื่อสารธารณะต้องเป็นอิสระจากรัฐและทุน วันนี้เอกชนอยู่รอดได้ เพราะต้องมีรายได้ คือ สปอนเซอร์ เจ้าของธุรกิจ อุตสาหกรรมสื่อถึงไปได้ วันนี้โลกเปลี่ยน มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง เม็ดเงินโฆษณาลดลงไปมาก เพราะกระจายไปสื่อออนไลน์ ภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยนไป เจ้าของสื่อ หรือ เอกชนมีอำนาจมาก ทำให้ผู้บริโภคสื่อได้รับข่าวสารเพียงบางส่วน หรือ บิด ลิดรอนข้อมูลข่าวสาร
“รัฐทุกรัฐพยายามควบคุมข้อมูลข่าวสาร เพื่อตอบสนองผลประโยชน์ของตัวเองให้ได้มากที่สุด ไม่มีรัฐไหนยอมฟังเสียงคัดค้าน แนวคิดสื่อสาธารณะจึงเกิดขึ้น ที่เปรียบเสมือนเป็นหมาเฝ้าบ้าน คอยเห่าเตือน บอกสังคม โดยเป็นอิสระจากทั้งรัฐและทุน หลังเหตุการณ์พฤษภาคม ปี 35 จึงมีการคุยกันเรื่องการปฏิรูปสื่อ ต้องมีองค์กรอย่างไทยพีบีเอสเกิดขึ้นมา โดยที่รัฐไม่สามารถเข้าไปยุ่งวุ่นวายได้ มีงบประมาณชัดเจน สามารถบริหารจัดการได้ โดยไม่ต้องเป็นเหมือนขอทานรายปี หรือมาต่อรอง”นายมานะกล่าว
นายมานะกล่าวว่า คนทำข่าวเชิงสืบสวนมีน้อย จำนวนคนดูไม่มาก แต่ต้องใช้คนจำนวนมาก ใช้ทักษะสูงในการลงไปทำข่าวเจาะแต่ละชิ้นและเสี่ยงโดนฟ้อง หรือใช้อำนาจทางตรงและทางอ้อม เพราะกระทบรัฐและทุน ถ้าเป็นสื่อของรัฐหรือเอกชน สั่งได้ ถ้าเล่นข่าวนี้ต่อจะไม่ให้เงินลงโฆษณา หรือถ้าเป็นรัฐจะปลดบก. ปลดผอ. ปลดหัวหน้าข่าว เมื่อทำไม่ได้ก็ต้องหาวิธีการที่จะเข้ามาทำให้สื่อเป็นที่เชื่อฟัง เป็นหมาเฝ้าบ้านเปลี่ยนไปเป็นหมาตัวน้อยๆ ที่คอยอุ้มไปอุ้มมาได้
@ ผู้บริโภคต้องการความรู้-ความจริง-ผลประโยชน์สาธารณะ
น.ส.สารีกล่าวว่า การเข้าถึงทีวีสาธารณะจำเป็น โดยไม่ต้องเสียเงิน ความสำคัญของทีวีสาธารณะ แหล่งรายได้รับประกันความเป็นอิสระ ความน่าเชื่อถือของข้อมูล รับประกันว่ามีอำนาจในการตรวจสอบ เป็นอิสระจากทุนและการเมืองแน่นอน คือ หัวใจ เรื่องเงินที่มั่นคงและแหล่งเงินที่ชัดเจน เป็นเรื่องที่สำคัญมาก
น.ส.สารีกล่าวว่า ความจริงหาไม่ง่าย การจะรู้ว่าข้อเท็จจริงเหล่านั้นเป็นอย่างไร ถ้าไม่มีผลประโยชน์ปแอบแฝง ถ้าทุนขอให้พูด พูดไม่ครบ ข้อมูลไม่ครบถ้วน แต่ประชาชนหรือผู้บริโภคต้องการความจริง เช่น เรื่องโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) ในโลกยุคปัจจุบันต้องใช้ความรู้ ผลประโยชน์สาธารณะ และความจริงในการตัดสินใจโครงการขนาดใหญ่ เป็นหน้าที่ของทีวีสาธารณะ เป็นความจำเป็นของการดำรงอยู่ของทีวีสาธารณะ ความอิสระจึงสำคัญมากต่อการตัดสินใจหรือใช้เงินของรัฐเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง

อ่านข่าวและบทความที่เกี่ยข้องประกอบ :
- ส.ส.ม.ท.ค้านร่าง พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส เปลี่ยนแหล่งเงิน หวั่นถูกแทรกแซง-เซ็นเซอร์ตัวเอง
- แถลงการณ์ร่วมองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน เรื่อง ข้อเสนอแก้ไขกฎหมายไทยพีบีเอสโดย สส.
- ใครได้ประโยชน์ ? หากให้ไทยพีบีเอสใช้งบแผ่นดิน แทน ภาษีสุราและยาสูบ ที่เก็บเพิ่ม 1.5%
- สุวรรณา สมบัติรักษาสุข: ค้านร่างแก้ พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส ตัดงบภาษีบาป ชี้กระทบอิสระสื่อ

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา