
เลขาธิการ EEC ชี้การปลดซีอีโอการบินไทย ไม่กระทบโปรเจ็กต์ MRO อู่ะเภา เหตุมีการลงนามสัญญาเช่าไปแล้วเมื่อ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา สัญญา 50 ปี เริ่มจ่ายผลตอบแทนกันในปีที่ 5 ของสัมปทาน
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 6 ตุลาคม 2569 นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา (MRO - Maintenance, Repair, and Overhaul) เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2569 สกพอ.และ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามสัญญาเช่าพื้นที่ จำนวน 210 ไร่ ระยะเวลาสัญญาเช่า 50 ปี เพื่อดำเนินโครงการ MRO เรียบร้อยแล้ว โดยเริ่มต้นสัญญา วันที่ 1 ต.ค. 2569 คาดว่า การบินไทยจะใช้เวลาในการออกแบบและก่อสร้างและดำเนินการด้านการลงทุนกับคู้ค้าต่างๆ ประมาณ 3-4 ปี และเปิดให้บริการในปี 2573 ซึ่งสอดคล้องกับกำหนดที่โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก จะเปิดให้บริการพอดี
โดยหลังจากที่การบินไทยเซ็นสัญญาแล้ว จะเป็นขั้นตอนการออกแบบละเอียด การเชิญชวนผู้เข้ามาร่วมลงทุนในกิจกรรมหรือเข้ามาเช่าพื้นที่ และทำเรื่องเสนอขอสิทธิประโยชน์ต่างๆ ทั้งของการบินไทยเองและสิทธิประโยชน์ในส่วนของเข้ามาร่วมลงทุน/เช่าพื้นที่
“ก่อนหน้านี้ ต้องเลื่อนการลงนามสัญญา มาจากวันที่ 4 ส.ค. 2569 เนื่องจากคณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทย ยังมีคำถาม มีความกังวล ว่า หากโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก จะล่าช้า ไม่เป็นไปตามแผนแล้วจะกระทบกับโครงการ MRO โดยเฉพาะการเชื่อมต่อเข้าสู่พื้นที่ของ MRO กับสนามบิน ซึ่งเรื่องนี้ ไม่มีปัญหา หากสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ล่าช้าออกไป ยังสามารถต่อเชื่อมเข้ากับรันเวย์ปัจจุบันของอู่ตะเภา ที่เปิดให้บริการในปัจจุบันอยู่แล้วได้ไม่มีปัญหา” นายจุฬากล่าว
ส่วนกรณีที่ บริษัท การบินไทยมีการปรับเปลี่ยนซีอีโอ เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2569 ที่ผ่านมา เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อโครงการ MRO เพราะการบินไทยได้ตั้งบริษัทลูกขึ้นมาเพื่อดำเนินโครงการ MRO
@เริ่มจ่ายผลตอบแทน EEC ปีที่ 5
เลขาธิการ EEC กล่าวว่า โครงการ MRO อู่ตะเภา พื้นที่ 210 ไร่ จะมีมูลค่าลงทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท คาดเริ่มก่อสร้างปี 2570 และเปิดให้บริการปี 2573 โดยสัญญาเช่าระยะเวลา 50 ปี โดยรัฐ จะได้รับผลตอบแทน 2 ส่วนคือ 1.ค่าเช่าพื้นที่อัตราคงที่ โดยปรับขึ้นตามอัตราธนารักษ์ และ2 . การแบ่งปันผลประโยชน์ หรือ Revenue Sharing จากส่วนแบ่งรายได้แบบขั้นบันได โดยช่วงปีที่ 1-4 ซึ่งอยู่ระหว่างออกแบบและก่อสร้างจะเก็บค่าเช่าพื้นที่อย่างเดียว โดยจะเริ่มคิดส่วนแบ่งรายได้เมื่อมีรายได้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นปีที่ 5 โดยกำหนดอัตรา ปีที่ 5-10 คิดส่วนแบ่งรายได้ 3% ,ปีที่ 11-15 คิดส่วนแบ่งรายได้ 5% และปีที่ 15 เป็นต้นไป คิดส่วนแบ่งรายได้ 7%
ก่อนหน้านี้ นายชาย เอี่ยมศิริ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การลงทุนโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา ( MRO) ใช้งบลงทุนรวม 10,300 ล้านบาท โดยการบินไทยเป็นผู้ลงทุนหลัก ส่วนกิจกรรมย่อยในพื้นที่ เช่น ธุรกิจทำสีเครื่องบิน ,การซ่อมชิ้นส่วนประกอบที่การบินไทยไม่มีประสบการณ์ ฯลฯ จะหาพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญมาร่วมลงทุน โดยตั้งเป้าเปิด MRO ภายในปี 2573 เพื่อรองรับการรับมอบเครื่องบินใหม่ที่ทยอยรับมอบเข้ามา และแผนการนำเครื่องบินที่ใช้งานมานานเข้าซ่อมบำรุงตามกำหนด
“หลักการลงทุน MRO เน้นการซ่อมใหญ่อากาศยาน (Heavy Maintenance) เป็นหลัก มีโรงเก็บเครื่องบินสำหรับจอด ซ่อมแซม จำนวน 2 โรงซ่อม (Hangars) แต่ละโรงซ่อมสามารถรองรับเครื่องบินลำตัวกว้าง หรือ Wide-Body ได้จำนวน 3 ลำ ทำให้สามารถจอดซ่อมเครื่องบินพร้อมกันได้ทั้งหมด 6 ลำ เพื่อรองรับฝูงบินของการบินไทยเป็นอันดับแรก หากมีกำลังการซ่อมบำรุงเหลือจะเป็นการหารายได้เพิ่มเติม เพราะที่ผ่านมาการบินไทยต้องส่งเครื่องบินไปซ่อมบำรุงที่ต่างประเทศ ทำให้มีต้นทุนการซ่อมบำรุงสูงเกินไป” นายชายกล่าวตอนหนึ่ง
สำหรับ MRO เป็นหนึ่งในแผนการขยายฐานธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจสายการบินหรือ Non-Aviation ให้มีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นจากปัจจุบันที่มีประมาณ 5-10% เท่านั้น ตามผลการศึกษาไว้ คาดการณ์ในปีแรกจะสร้างรายได้อยู่ที่ราว 400-500 ล้านบาท จากการซ่อมอากาศยาน 10 ลำ และประเมินว่าจะมีการเติบโตของรายได้เฉลี่ยอีกปีละ 2% ขณะที่ในอนาคต จะพัฒนาโรงซ่อมอากาศยานอัจฉริยะ (Smart-Hanger) ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ สามารถรองรับการให้บริการซ่อมเครื่องบินทั้งของตระกูลแอร์บัส และตระกูลโบอิ้ง โดยประเมินว่าระยะแรกจะสามารถรองรับการซ่อมบำรุงอากาศยานได้ปีละประมาณ 90 ลำ สร้างรายได้ปีละ 4,000-5,000 ล้านบาท และตลอดสัญญา 50 ปีจะมีรายได้รวมประมาณ 2 แสนล้านบาท
รายงานข่าวระบุว่า การบินไทยได้เตรียมความพร้อมด้านธุรกิจ MRO โดยได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ ง ได้แก่ Thai MRO Group Company Limited และ Thai MRO Services Company Limited โดย 2 บริษัท มีทุนจดทะเบียนบริษัทละ 1 ล้านบาท และเริ่มต้นทุนชำระแล้วที่บริษัทละ 250,000 บาท ซึ่งสถานะเป็นบริษัทที่การบินไทยถือหุ้นเต็ม 100%

จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)

Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา