‘ศาลอาญาคดีทุจริตฯ’ ภาค 5 พิพากษาจำคุก ‘อดีต นายก ทต.บ้านโฮ่ง’ ลำพูน 144 ปี คดีมีส่วนได้ส่วนเสียโครงการก่อสร้าง ‘อบต.’ โดยใช้ ‘บ.เอกชน’ รับสมอ้างทำสัญญาก่อสร้าง 24 โครงการ คงจำคุก 50 ปี
............................................
เมื่อวันที่ 8 ต.ค สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่สรุปผลคำพิพากษาของศาลที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด ประจำเดือน ก.ย.2569 ว่า เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5 (ศาลชั้นต้น) ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 99/2565 คดีหมายเลขแดงที่ อท 36/2566 ซึ่งเป็นคดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้อง นายพุฑฒิพงษ์ ฤาชัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลบ้านโฮ่ง อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน กับพวก ในคดีเข้ามีส่วนได้เสียในโครงการก่อสร้างของ ทต.บ้านโฮ่ง โดยใช้บริษัทเอกชนเข้ารับสมอ้างทำสัญญารับจ้างก่อสร้าง จำนวน 24 โครงการ
คดีนี้ ศาลฯ พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 (นายพุฑฒิพงษ์ ฤาชัย) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม),152 (เดิม), 157 (เดิม) พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 100 วรรคหนึ่ง (1), 122 วรรคหนึ่ง, 123/1 จำเลยที่ 2 (ห้างหุ้นส่วนจำกัดพงษ์พรรณ์ ช.ก่อสร้าง) และที่ 3 (นางสาวสุวพิชญ์ ปงผาบ) มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม), 152 (เดิม), 157 (เดิม) พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 100 วรรคหนึ่ง (1), 122 วรรคหนึ่ง, 123/1 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86
การกระทำของจำเลยทั้งสาม เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และการกระทำของจำเลยทั้งสามแต่ละกรรม เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น
และลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90
จำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 6 ปี ปรับจำเลยที่ 2 กระทงละ 25,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 3 กระทงละ 4 ปี รวม 24 กระทง เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 144 ปี ปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 60,000 บาท และจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 96 ปี นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท 52/2563 ของศาลนี้
แต่เนื่องจากคดีนี้และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท 52/2563 เป็นความผิดเกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้กระทำความผิดในขณะดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลบ้านโฮ่ง ในการจัดจ้างโครงการก่อสร้างเช่นเดียวกัน โดยแบ่งแยกการกระทำเป็นหลายโครงการ จึงมีความเกี่ยวพันกันอาจฟ้องเป็นคดีเดียวกันได้ ดังนั้น เมื่อรวมโทษทุกกระทงในคดีนี้ และนับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อท 52/2563 แล้ว จึงคงจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3 มีกำหนดคนละ 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29
ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ต่อจากจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 55/2564 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 12/2565 ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดาที่ อท 12/2565 ของศาลนี้ ปรากฏว่าคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 55/2564 ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์อยู่ระหว่างฎีกา และคดีอาญาหมายเลขดำที่ อท 12/2565 ศาลยังไม่มีคำพิพากษา จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ ให้ยกคำขอส่วนนี้
ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 092/2569 เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2569 มีมติเห็นชอบในการที่อัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5
อนึ่ง คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด นายพุฑฒิพงษ์ ฤาชัย กับพวก มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ นายพุฑฒิพงษ์ ฤาชัย กับพวก จึงยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ครั้งที่ 12/2565 เมื่อวันที่ 31 ม.ค.2565 มีมติชี้มูลความผิด นายพุฑฒิพงษ์ ฤาชัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลบ้านโฮ่ง อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน กับพวก ในคดีเข้ามีส่วนได้เสียในโครงการก่อสร้างของ ทต.บ้านโฮ่ง โดยใช้บริษัทเอกชนเข้ารับสมอ้างทำสัญญารับจ้างก่อสร้าง จำนวน 24 โครงการ โดยมีมูลความผิดทางอาญา ตาม ป.อ.มาตรา 151 มาตรา 152 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91
และตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบัน พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2561 มาตรา 172) ประกอบ ป.อ. มาตรา 86 และมาตรา 91 และตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 100 (1) ประกอบมาตรา 122 (ปัจจุบัน พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 126 (1) ประกอบมาตรา 168) ประกอบ ป.อ. มาตรา 86 และมาตรา 91




Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา